คลังเตรียมชงครม. จ่อปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิฯ คืนสิทธิรถเก่า - รถสิ้นสภาพ

กระทรวงการคลังเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 พิจารณาปรับหลักเกณฑ์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อีกครั้ง โดยเสนอคืนสิทธิให้ผู้ถือครองรถเก่า รถสิ้นสภาพ ผู้ถูกสวมสิทธิ และผ่อนปรนคุณสมบัติให้กับนักเรียน นักศึกษานอกระบบ พร้อมขยายเวลายื่นอุทธรณ์ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม มีมติเห็นชอบปรับปรุงหลักเกณฑ์การได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และเตรียมเสนอ ครม. พิจารณาในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้
ปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คืนสิทธิผู้ถือครองรถเก่า
สาระสำคัญของการปรับเกณฑ์ครั้งนี้ คือ การยกเว้นการถือครองรถยนต์อายุเกิน 20 ปี รถจักรยานยนต์อายุเกิน 15 ปี รวมถึงรถที่สิ้นสภาพการใช้งาน ไม่ให้เป็นเหตุในการตัดสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
นอกจากนี้ ผู้ที่มีปัญหารถโอนลอย หรือถูกสวมสิทธิ หากหน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว จะได้รับการคืนสิทธิโดยทันที
ผ่อนปรนเกณฑ์นักเรียนนอกระบบ-วิสาหกิจชุมชน
กระทรวงการคลังยังเสนอผ่อนปรนหลักเกณฑ์ให้กับนักเรียนและนักศึกษานอกระบบที่มีฐานะยากจน รวมถึงกรรมการวิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจเพื่อสังคมที่ไม่แสวงหากำไร และผู้ถือบัญชีหุ้นที่ไม่มีการซื้อขายหรือมีมูลค่าต่ำ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะตรวจสอบข้อมูลและคืนสิทธิให้ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน
ผู้ถือบัตรเดิม 13.18 ล้านราย ใช้สิทธิได้ถึง 30 ก.ย. 69
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมจำนวน 13.18 ล้านราย จะยังคงได้รับสิทธิอย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ก่อนเริ่มใช้หลักเกณฑ์ใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
ส่วนโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" จะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2569 เช่นกัน
ขยายเวลาอุทธรณ์ถึง 31 ส.ค. ส่งเอกสารเพิ่มได้ถึง 20 ก.ย.
กระทรวงการคลังขยายระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เป็นวันที่ 31 สิงหาคม 2569 และเปิดให้ส่งเอกสารเพิ่มเติมได้จนถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 เพื่อให้ประชาชนมีเวลาตรวจสอบข้อมูลและรักษาสิทธิของตนเอง
มหาดไทยตั้งศูนย์ One Stop Service ตรวจสอบสิทธิถึงพื้นที่
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยจัดตั้งศูนย์ One Stop Service ของกรมการปกครอง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิได้ใกล้บ้าน ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังอำเภอเมือง
พร้อมบูรณาการข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการขนส่งทางบก เพื่อตรวจสอบข้อมูลการถือครองรถ รวมถึงให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และนายอำเภอ ลงพื้นที่สำรวจข้อเท็จจริงและบันทึกข้อมูลประกอบการพิจารณาคืนสิทธิ
กรณีประชาชนถูกแอบอ้างชื่อถือหุ้นหรือมีข้อมูลทางการเงินที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง จะมีการตรวจสอบและคัดกรองข้อมูลเพิ่มเติม โดยประชาชนสามารถติดต่ออำเภอใดก็ได้ตามพื้นที่ที่อาศัยอยู่ ไม่จำเป็นต้องเป็นอำเภอตามทะเบียนบ้าน
ค่าไฟใหม่เริ่มใช้เดือนสิงหาคม บ้านทุกหลังได้สิทธิ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท
ด้าน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) จะเริ่มใช้อัตราค่าไฟฟ้าใหม่สำหรับการใช้ไฟเดือนสิงหาคม 2569 และเรียกเก็บในบิลเดือนกันยายนเป็นต้นไป
บ้านอยู่อาศัยทุกหลังจะได้รับสิทธิคิดค่าไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ในอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องลงทะเบียน ส่วนการใช้ไฟตั้งแต่หน่วยที่ 201 เป็นต้นไป ยังคงคิดตามอัตราเดิม
นอกจากนี้ ยังปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าประเภทมิเตอร์ชั่วคราวให้เทียบเท่าบ้านอยู่อาศัย และแยกภาระค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิลประชาชนประมาณ 0.09 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ทุกครัวเรือนได้รับประโยชน์จากค่าไฟที่ลดลง
สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังคงได้รับสิทธิช่วยเหลือค่าไฟฟ้าไม่เกิน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน ตามมาตรการเดิม แต่ต้องลงทะเบียนกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม-30 กันยายน 2569 เพื่อรักษาสิทธิในการรับความช่วยเหลือ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
