ฝุ่น PM 2.5 ประเทศไทยวันนี้ (14ธ.ค.)ขึ้นเป็นอันดับ 7 ของโลก!

ฝุ่น PM 2.5 ประเทศไทยวันนี้ (14ธ.ค.)ขึ้นเป็นอันดับ 7 ของโลก!
InfographicThailand
14 ธันวาคม 2563 ( 17:40 )
182
ฝุ่น PM 2.5 ประเทศไทยวันนี้ (14ธ.ค.)ขึ้นเป็นอันดับ 7 ของโลก!
ตลอดวัน ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ ผู้คนได้แชร์ภาพในโซเซียลกันค่อนข้างเยอะเกี่ยวกับฝุ่นที่ PM 2.5 ที่ปกคลุมค่อนข้างหนาและครอบคลุมอีกหลายพื้นที่ในกรุงเทพและปริมณฑล
 
 
ทาง Infographic Thailand จึงได้รวบรวมข้อมูลโรคแรงร้ายที่มาจากฝุ่นและวิธีการป้องกันให้ทุกคนได้รับรู้กัน 
 
 

4 โรคร้ายแรง แฝงมากับฝุ่น 

 
 
โดยคนปกติทั่วไป จะมีร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี มีกลไกธรรมชาติเหมือนเป็นโล่ป้องกัน และระบบที่คอยปกป้องร่างกายจากสิ่งแปลกปลอม เช่น แบคทีเรีย ไวรัส ปรสิต รา พยาธิ หรือเซลล์ที่กำลังเจริญเติบโตไปเป็นมะเร็ง โรคร้ายที่ใครๆก็กลัว แต่ก็ไม่ควรละเลยที่จะป้องกันและดูแลตัวเองด้วยการใส่หน้ากากป้องกันชนิดต่างๆ ที่สามารถป้องกันได้
 
 
 
 
 
 

1. โรคหลอดเลือดและหัวใจ

 

ฝุ่น pm 2.5 จะทะลุผ่านระบบกรองจมูกและปอดเข้าเส้นเลือด ทำให้เกิดโรค จะมีอาการแน่นอก หายใจไม่ออก เป็นต้น
อาการที่ควรพบแทย์ : เจ็บหนักๆเหมือนมีอะไรมารัดหรือทับที่บริเวณกลางอก นอนราบไม่ได้ เหนื่อยง่ายเรื้อรังเกิน 3 สัปดาห์ขึ้นไป รีบพบแพทย์โดยด่วน
 
 
 
 
 

2.โรคเยื่อบุตาอักเสบ


เกิดจากการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย มลพิษในอากาศ เพราะในฝุ่นทุกชนิดมีเชื้อแบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดการระคายเคือง หากขยี้ตามากๆ จะส่งผลตาอักเสบ ตามัว และเส้นเลือดออกใต้ตา
ถ้าอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1 วัน ควรรีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง
แหล่งข้อมูล
 
 

 

3.โรคผิวหนัง


ระบบไหลเวียนเลือดส่งผลโดยตรงกับผิว ทำให้มีอาการผื่นแดงเป็นวง ผิวเป็นขุยแห้ง
อาการที่ควรพบแพทย์ : ผิวหนังบวมและปวด มีไข้ไม่สบายตัว มีน้ำเหลืองไหล

 

 
 

4. โรคมะเร็งปอด


ฝุ่นเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่1 จะไอติดต่อกันถึง3สัปดาห์ หายใจสั้น เสียงแหบ และติดเชื้อในปอด หากเข้าข่ายอาการดังนี้ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจร่างกาย ตรวจเสมหะและเอ็กซเรย์ นำเข้าสู่กระบวนการวินิจฉัยโรค
 
 
 
 
 
 

4 กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเจ้าฝุ่น PM2.5เป็นพิเศษ

 

กลุ่มที่ 1 กลุ่มโรคทางเดินหายใจ

เช่น หอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง ทำให้เสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดและหัวใจ เพราะฝุ่นสามารถเข้าไปเกาะในกระแสเลือดได้

 

กลุ่มที่ 2 สตรีมีครรภ์

หากไม่มีการป้องกันฝุ่นละออง จะส่งผลต่อทารถในครรภ์มีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์

 

กลุ่มที่ 3 บุคคลที่มีภมิแพ้ที่ตา หรือ เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้

เมื่อเจอฝุ่นจะเสี่ยงตาแดงง่ายกว่ากลุ่มบุคคลทั่วไป ทำให้ตาแดง น้ำตาไหล

 

กลุ่มที่ 4 บุคคลที่ขาดสารอาหารหรือป่วยเป็นมะเร็ง

กลุ่มนี้จะง่ายต่อการติดเชื้อ การที่เจอฝุ่นควันพวกนี้เข้าไปแปลกปลอมในร่างกายจะกระตุ้นให้ระบบทางเดินหายใจแย่ลง 

 
 

 

วิธีป้องกันตนเองเบื้องต้นจากฝุ่น PM2.5 เมื่อไม่มีหน้ากาก N95


1. การล้างมือด้วยน้ำสะอาด เพื่อลดการนำฝุ่นละอองหรือแบคทีเรียที่ติดมือเข้าสู่ร่างกาย
2. การล้างตาด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำยาล้างตา ช่วยลดอาการตาแดงเป็นเหตุให้เกิดโรคเยื่อบุตาอักเสบ
3. การล้างจมูก ช่วยให้ระบบกรองฝุ่นที่จมูกสะอาดไม่มีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย
4. งดการออกกำลังกายกลางแจ้ง เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเนื่องจากตอนเช้าค่าฝุ่นเกินมาตราฐานและการออกกำลังกายต้องใช้การหายใจที่เข้มข้นกว่าปกติ
5. ติดตั้งเครื่องกรองอากาศที่กรองฝุ่นละออง PM 2.5 ได้ ช่วยป้องกันฝุ่นละอองภายในบ้านได้ดีทีเดียว
6. ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ
 
 
 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง