รีเซต

AT&T ทดสอบใช้โดรนปล่อย 5G แก้ปัญหาขาดเสาสัญญาณในชนบทสหรัฐฯ

AT&T ทดสอบใช้โดรนปล่อย 5G แก้ปัญหาขาดเสาสัญญาณในชนบทสหรัฐฯ
TNN ช่อง16
8 มิถุนายน 2565 ( 12:21 )
56
AT&T ทดสอบใช้โดรนปล่อย 5G แก้ปัญหาขาดเสาสัญญาณในชนบทสหรัฐฯ

ในปี 2017 บริษัทเอทีแอนด์ที (AT&T) หนึ่งในผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ในสหรัฐอเมริกาพัฒนาระบบการปล่อยสัญญาณ 4G แบบ LTE ด้วยโดรนและได้ผลลัพธ์ที่ดีในการเพิ่มความแรงของสัญญาณในพื้นที่แออัดอย่างสนามฟุตบอล โดยพัฒนาจากระบบกระจายสัญญาณ (Hotspot) ดั้งเดิมที่ใช้รถกระจายสัญญาณเคลื่อนที่ และเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา บริษัทได้นำระบบโดรนกระจายสัญญาณพัฒนาต่อยอดเป็นตัวกระจายสัญญาณ 5G ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


เอทีแอนด์ที (AT&T) ใช้โดรนมาเป็นตัวกระจายสัญญาณ (Hotspot) ตั้งแต่ปี 2017 โดยเรียกว่าระบบ Flying COW (Cell on Wings) เพื่อกระจายสัญญาณ 4G แต่ก็ติดปัญหาเรื่องความเสถียรของสัญญาณ อีธาน ฮันท์ ผู้จัดการโครงการหลักฝ่ายระบบอากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aircraft Systems (UAS) Principal Program Manager) กล่าวว่าก่อนหน้านี้ระบบ Flying COW ประสบปัญหาสัญญาณ 4G ขาดช่วง


ในการทดสอบครั้งนี้ ได้มีการอัปเกรดระบบ Flying COW ให้รองรับการกระจายสัญญาณ 5G และนำไปทดสอบในพื้นที่ห่างไกลของรัฐมิสซูรี (Missouri) เนื่องจากเป็นพื้นที่โล่งกว้าง ง่ายต่อการทดสอบ ซึ่งทางบริษัทปล่อยให้โดรนขึ้นสูงประมาณ 90 เมตร ในการทดสอบครั้งนี้ โดรนสามารถทำให้สัญญาณกระจายเป็นวงกว้างครอบคลุมพื้นที่กว่า 10 ตารางไมล์ หรือราว ๆ 26 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นพื้นที่มากกว่า 4 เท่าของเกาะล้านในประเทศไทยได้เป็นผลสำเร็จ


อีธาน ฮันท์ (Ethan Hunt) มองว่าโดรนอาจจะใช้ 5G ในการควบคุมระยะไกลและรับภาพสัญญาณ แต่ Flying COW ของเอทีแอนด์ที (AT&T) เป็นโดรนเพียงลำเดียวที่ปล่อยสัญญาณ 5G


ในขณะที่อาร์ต เพรเกลอร์ (Art Pregler) ผู้อำนวยการโครงการ UAS มองว่าการใช้โดรนเป็นหนทางสำคัญสำหรับการสร้างการเชื่อมต่อโครงข่าย 5G และด้วย 5G จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของลูกค้า รวมถึงยังเปิดทางไปยังการสื่อสารระหว่างมนุษย์กับหุ่นยนต์ในอนาคต


อาร์ต เพรเกลอร์ (Art Pregler) ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าตอนนี้ Flying COW อยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ เช่น การอยู่กลางอากาศได้นานเป็นเดือนโดยไม่ต้องแวะลงจอดพื้นดิน หรือการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อให้โดรนสามารถทำงานได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องเติมเชื้อเพลิงในอนาคต


ข่าวที่เกี่ยวข้อง