รีเซต

ตลาดอาวุธโลกโตแรง สหรัฐฯ ครองแชมป์ส่งออก โลกเข้าสู่รอบสะสมใหม่

ตลาดอาวุธโลกโตแรง สหรัฐฯ ครองแชมป์ส่งออก โลกเข้าสู่รอบสะสมใหม่
TNN ช่อง16
20 มีนาคม 2569 ( 14:56 )
12

อุตสาหกรรมอาวุธโลกกำลังกลับเข้าสู่ช่วงขาขึ้น โดยข้อมูลจากสถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศสตอกโฮล์ม หรือ SIPRI ระบุว่า อุตสาหกรรมนี้มีผู้ผลิตรายใหญ่ประมาณ 100 บริษัท แต่สร้างมูลค่ารวมสูงถึง 600,000 ถึง 700,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี สะท้อนโครงสร้างตลาดที่กระจุกตัวสูง และมีผู้เล่นขนาดใหญ่เพียงไม่กี่รายที่กำหนดทิศทางของทั้งอุตสาหกรรม

แม้อุตสาหกรรมอาวุธจะมีขนาดเล็กกว่ากลุ่มพลังงาน เทคโนโลยี หรือการเงิน แต่ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีอิทธิพลสูงต่อโลก เนื่องจากเกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคงของรัฐและอำนาจทางการเมือง 

รายได้ส่วนใหญ่ของธุรกิจนี้ไม่ได้มาจากตลาดเสรี แต่ผูกกับงบประมาณกลาโหมของแต่ละประเทศ ทำให้ความต้องการมีความต่อเนื่องและขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐเป็นหลัก

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดอาวุธกลับมาเติบโต คือการใช้งานจริงในสนามรบ 

สงครามรัสเซียยูเครนได้เปลี่ยนรูปแบบจากการสะสมอาวุธไปสู่การใช้งานและเติมสต๊อกอย่างต่อเนื่อง 

ขณะเดียวกันความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสถานการณ์อิหร่าน ยิ่งเร่งให้หลายประเทศจัดซื้อระบบป้องกันภัยทางอากาศ ขีปนาวุธ และโดรน ส่งผลให้คำสั่งซื้อของบริษัทอาวุธรายใหญ่เพิ่มขึ้นและกลายเป็นรายได้ล่วงหน้าในระยะยาว

อุตสาหกรรมอาวุธยังมีความเสี่ยงสำคัญ โดยเฉพาะการพึ่งพางบประมาณรัฐ ความผันผวนทางการเมือง และข้อจำกัดด้านห่วงโซ่อุปทาน หากเศรษฐกิจชะลอตัวหรือมีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย อาจทำให้โครงการจัดซื้อถูกเลื่อนหรือยกเลิกได้ 

นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มาตรการคว่ำบาตร และข้อจำกัดการส่งออก ยังส่งผลต่อธุรกิจโดยตรง

ในด้านโครงสร้างตลาด สหรัฐอเมริกายังคงเป็นผู้เล่นหลัก โดยครองส่วนแบ่งตลาดอาวุธโลกประมาณ 40 ถึง 50% ขณะที่จีนมีสัดส่วนประมาณ 15 ถึง 20% และยุโรปอยู่ที่ 20 ถึง 25% ส่วนรัสเซียมีบทบาทลดลงเหลือประมาณ 5 ถึง 10% จากผลกระทบของสงครามและมาตรการคว่ำบาตร

บริษัทอาวุธรายใหญ่ของสหรัฐฯ เช่น Lockheed Martin และ RTX Corporation เป็นผู้นำทั้งด้านเทคโนโลยีและการส่งออก ขณะที่จีนขยายบทบาทอย่างต่อเนื่องผ่านการสนับสนุนจากภาครัฐ และมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศ รวมถึงขยายตลาดไปยังประเทศกำลังพัฒนา ส่วนยุโรปยังคงมีบทบาทสำคัญทั้งในฐานะผู้ผลิตและผู้ซื้อ โดยเฉพาะหลังสงครามยูเครนที่ทำให้หลายประเทศต้องเร่งเสริมศักยภาพทางทหาร

ข้อมูลล่าสุดจาก SIPRI ยังชี้ว่า การซื้อขายอาวุธทั่วโลกเพิ่มขึ้น 9.2% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยสหรัฐอเมริกายังคงเป็นผู้ส่งออกอันดับหนึ่งของโลก และมีการเติบโตของการส่งออกเพิ่มขึ้นถึง 27% ขณะที่ยุโรปกลายเป็นศูนย์กลางดีมานด์ใหม่ โดยมีการนำเข้าอาวุธเพิ่มขึ้นถึง 210% ส่วนตะวันออกกลางแม้ยังเป็นตลาดสำคัญ แต่การนำเข้าลดลง 13% เนื่องจากบางประเทศชะลอคำสั่งซื้อและรอการส่งมอบจากดีลเดิม

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญของอุตสาหกรรมอาวุธโลก คือการเปลี่ยนโครงสร้างความต้องการจากอาวุธหนักแบบดั้งเดิม ไปสู่เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์สงครามยุคใหม่มากขึ้น โดยอาวุธที่มีความต้องการสูง ได้แก่ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ โดรน ระบบต่อต้านโดรน ขีปนาวุธแม่นยำสูง รวมถึงระบบไซเบอร์และปัญญาประดิษฐ์

ในทางกลับกัน อาวุธแบบดั้งเดิม เช่น รถถัง เครื่องบินรบราคาแพง และเรือรบขนาดใหญ่ เริ่มเผชิญความท้าทายมากขึ้น ทั้งจากต้นทุนที่สูงและความเสี่ยงในการถูกโจมตีด้วยเทคโนโลยีใหม่ โดยบทเรียนจากสนามรบในยูเครนและตะวันออกกลางแสดงให้เห็นว่า อาวุธต้นทุนต่ำอย่างโดรนสามารถสร้างผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่า โลกกำลังเข้าสู่ยุคการแข่งขันด้านอาวุธรอบใหม่ ซึ่งไม่ได้วัดกันที่ปริมาณอาวุธหนัก แต่เป็นการแข่งขันด้านเทคโนโลยี ความแม่นยำ และต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากกว่า และแนวโน้มนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมอาวุธโลกในระยะยาวอย่างชัดเจน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง