พักยิงส่อพัง! "อิหร่าน" ยิงขีปนาวุธ น้ำมันพลิกพุ่งกว่า 4%

สถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธหลายลูก มุ่งโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ในภูมิภาค เมื่อวันอังคารที่ 28 กรกฎาคม ถือเป็นการยุติช่วงพักยิงชั่วคราว ท่ามกลางความพยายามของคนกลางที่ต้องการนำสหรัฐฯ และอิหร่านกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือเซนต์คอม ระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดขีปนาวุธทั้งหมดได้ และกองกำลังสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะเตรียมพร้อมระดับสูง เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้ได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวเป็นคำแถลงจากฝ่ายสหรัฐฯ ขณะที่รัฐบาลอิหร่านยังไม่ได้ออกมายืนยันรายละเอียดของปฏิบัติการ
ก่อนเกิดการโจมตี ตลาดน้ำมันปรับตัวลงแรงติดต่อกันหลายวัน เพราะนักลงทุนคาดหวังว่าการพักยิงจะเปิดทางสู่การเจรจา โดยราคาปิดวันอังคาร น้ำมันดิบเบรนท์ลดลงร้อยละ 4.8 อยู่ที่ 84.09 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเวสต์เทกซัส ลดลงร้อยละ 4.1 ปิดที่ 79.26 ดอลลาร์ ต่ำสุดในรอบประมาณ 2 สัปดาห์
แต่หลังมีรายงานการยิงขีปนาวุธ ราคาน้ำมันในการซื้อขายวันที่ 29 กรกฎาคมพลิกกลับมาเพิ่มขึ้น โดย เวสต์เทกซัส พุ่งร้อยละ 4.1 สู่ระดับ 82.53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่เบรนท์เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 3 มาอยู่บริเวณ 84.50 ดอลลาร์ ตัวเลขดังกล่าวเป็นราคาเคลื่อนไหวระหว่างวัน ซึ่งยังเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์
ตลาดกลับมากังวลว่า หากสหรัฐฯ ตอบโต้และการสู้รบขยายวง อาจกระทบการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ผลกระทบทางธุรกิจจึงไม่ได้จำกัดเฉพาะราคาน้ำมัน แต่ครอบคลุมถึงค่าระวางเรือ เบี้ยประกันภัยสงคราม และต้นทุนเชื้อเพลิงของสายการบิน บริษัทเดินเรือ ธุรกิจโลจิสติกส์ ปิโตรเคมี และอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่า การโจมตีล่าสุดสร้างความเสียหายต่อแหล่งผลิตน้ำมันโดยตรง
อีกประเด็นที่ถูกจับตา คือ คลังขีปนาวุธสกัดกั้นของสหรัฐฯ โดยศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และระหว่างประเทศประเมินว่า การสู้รบที่ผ่านมาได้ลดจำนวนขีปนาวุธแพทริออตและทาดอย่างมีนัยสำคัญ แม้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันว่า ยังคงมีศักยภาพเพียงพอต่อการรับมือภัยคุกคามก็ตาม
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
