อิหร่านกำลังพิจารณาอาจโจมตีตอบโต้ยูเครน แต่การทูตช่วยลดความขัดแย้ง

The New York Times รายงานว่าอิหร่านกำลังพิจารณาโจมตีท่าเรือของยูเครนเพื่อตอบโต้ หลังจากเรือพาณิชย์ของอิหร่านถูกยูเครนโจมตีในทะเลแคสเปียน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาสร้างความกังวลว่า 2 สงครามจาก 2 ภูมิภาค อาจกำลังเชื่อมเข้าหากันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในที่สุด แต่การเจรจาทางการทูตอย่างเร่งด่วนที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (28 กรกฎาคม) ช่วยทำให้สถานการณ์สงบลงได้ในขณะนี้
The New York Times เปิดเผยเรื่องนี้โดยอ้างแหล่งข่าวบางรายที่ได้รับข้อมูลข่าวกรองระบุว่าอิหร่านอาจยิงขีปนาวุธนำวิถีแบบติดหัวรบขนาดเล็กเข้าใส่ยูเครนเพื่อเป็นการเตือนที่จะก่อให้เกิดสร้างความเสียหายไม่มากนัก ขณะที่เจ้าหน้าที่อีกกลุ่มระบุว่าเป้าหมายของอิหร่านน่าจะเป็นหนึ่งในท่าเรือของยูเครนริมทะเลดำ โดยหากอิหร่านยิงขีปนาวุธจากดินแดนของตนเข้าใส่ยูเครน จะถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งครั้งใหญ่อย่างมาก และเสี่ยงทำให้สงครามขยายวงกว้าง เนื่องจากความตึงเครียดระหว่างสองประเทศจากกรณีที่อิหร่านเป็นพันธมิตรกับรัสเซีย
ขณะที่เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่าการโจมตีของยูเครนเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ และมีเป้าหมายที่จะดึงยุโรปเข้ามาพัวพันกับสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ เขายังกล่าวไว้ว่าอิหร่านไม่สามารถปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่มีการตอบโต้ แต่หลังจากที่เกิดความพยายามทางการทูตจากฝั่งยูเครนเมื่อวานนี้ก็พบว่าท่าทีของรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านดูผ่อนคลายลง
อารักชีได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับ อันดรีย์ ซีบีฮา รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน โดยหลังการสนทนา อารักชีโพสต์ข้อความว่า ฝ่ายยูเครนยืนยันว่าการโจมตีเรือบรรทุกสินค้าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ได้ตั้งใจ อารักชี ยังกล่าวด้วยว่า อิหร่านก็ไม่ต้องการยกระดับความขัดแย้ง แต่ได้ย้ำอย่างชัดเจนว่า การโจมตีพลเมืองหรือผลประโยชน์ของเราเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และต้องมีการชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ อารักชี ยังได้หารือเร่งด่วนกับ “คาจา คัลลาส” หัวหน้าฝ่ายการทูตของสหภาพยุโรป เกี่ยวกับแนวทางที่จะช่วยลดความตึงเครียดในภูมิภาคหลังเหตุโจมตีเรือด้วย
แม้จะมีความพยายามทางการทูต แต่ทางฝั่งนักการเมืองอิหร่านบางคนออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลตอบโต้ยูเครน แต่ในขณะเดียวกันก็มีอีกหลายฝ่ายที่เรียกร้องให้ใช้ความยับยั้งชั่งใจ
เมห์ดี ราห์มาตี นักวิเคราะห์ที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลอิหร่าน กล่าวว่า ยูเครนไม่ใช่ประเทศเล็ก ๆ ที่ไม่มีความสำคัญ แต่พวกเขามีประสบการณ์ด้านสงครามและได้รับการสนับสนุนด้านลอจิสติกส์จากสหรัฐฯ และยุโรป ดังนั้นอิหร่านไม่มีอะไรจะได้จากการเปิดแนวรบใหม่ในสงครามกับยูเครนที่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น
แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าความตึงเครียดจะสามารถควบคุมไว้ได้นานเพียงใดเพราะอีกสิ่งที่น่าจับตามองคือการเยือนสหรัฐฯ ของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ในการเยือนสหรัฐฯ ครั้งนี้ มีการเปิดเผยว่าเซเลนสกีให้คำมั่นว่าจะนำข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับการช่วยเหลืออิหร่านของรัสเซีย มาร่วมหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ด้วย ซึ่งข้อมูลข่าวกรองดังกล่าวทางฝั่งยูเครนระบุว่าประกอบด้วย หลักฐานว่ารัสเซียได้ส่งภาพถ่ายดาวเทียมของฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางให้กับอิหร่าน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
