รีเซต

“กองทัพโดรนราคาถูก” เปลี่ยนโฉมหน้าสงคราม ขีปนาวุธสกัดได้ แต่ไม่คุ้ม ?

“กองทัพโดรนราคาถูก” เปลี่ยนโฉมหน้าสงคราม ขีปนาวุธสกัดได้ แต่ไม่คุ้ม ?
TNN ช่อง16
20 มีนาคม 2569 ( 12:52 )
23

อิหร่านใช้เวลาหลายปีผลิตและสั่งสมกองทัพโดรนไว้เป็นจำนวนมาก

และเมื่อเกิดสงครามเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ อิหร่านก็ส่งโดรนมากกว่า 1,000 ลำ ตอบโต้อิสราเอล และเป้าหมายในเหล่าชาติอาหรับ ที่มีฐานทัพอเมริกาตั้งอยู่ 

โดรนชาเฮดของอิหร่าน มีมูลค่าอยู่ที่ 650,000 ถึง 1.3 ล้านบาท มีศักยภาพโจมตีได้ไกล 2,000 กิโลเมตร 

อิสราเอลมีระบบต่อต้านขีปนาวุธ ทั้งระบบ THAAD และแพทริออต แต่ขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน มีราคาลูกละ 130 ล้านบาทสำหรับแพทริออต และสูงสุดถึง 505 ล้านบาท สำหรับ THAAD 

หรือคำนวณง่าย ๆ ได้ว่า ขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานที่อิสราเอลและชาติพันธมิตรสำหรับมี 1 ลูก เทียบเท่าโดรนอิหร่าน 200-600 ลำเลยทีเดียว 

มันจึงไม่คุ้มค่ามาก ๆ ที่จะเอาขีปนาวุธลูกละหลายร้อยล้านบาท ไปยิงโดรนสงคราม ที่ราคาต่ำเพียง 650,000 บาท

ที่สำคัญ สำนักข่าว Reuters ประเมินว่า อิหร่านสามารถผลิตโดรนชาเฮดได้มากถึง 10,000 ลำต่อเดือน เรียกว่า หากไม่เกิดการถล่มใหญ่อย่างมีนัยยะสำคัญ

อิหร่านสามารถผลิตโดรนเพียงพอสำหรับทำการศึกในระยะยาวได้

ไม่เพียงเท่านั้น โดรนชาเฮด ยังสามารถใช้ในการโจมตีเป้าหมายในช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อยับยั้งไม่ให้เรือที่ไม่ได้รับอนุญาต แล่นผ่านไปได้ด้วย  

ที่สำคัญการใช้โดรนที่บังคับระยะไกล ทำให้แม้โดรนจะถูกยิงทำลาย แต่ผู้บังคับก็ไม่ได้รับอันตราย แตกต่างจากการที่สหรัฐฯ ใช้เครื่องบินรบ ที่ต้องใช้เวลาฝึกฝนนักบินหลายปี และหากเครื่องบินรบถูกโจมตี ก็เสี่ยงต่อชีวิตของนักบินด้วย

สหรัฐฯ เองก็ทราบถึงความไม่คุ้มค่านี้ดี การเอาขีปนาวุธราคาสูง ไปสกัดโดรนราคาต่ำ เป็นคณิตศาสตร์สงครามที่มีแต่เสียกับเสีย

นั่นทำให้สหรัฐฯ เองพัฒนาโดรนสงครามราคาต่ำ คือ FLM-136 LUCAS ที่มีแสนยานุภาพคล้ายโดรนชาเฮดของอิหร่าน และนำมาใช้ในสงครามกับอิหร่านด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง