"อิหร่าน" ขู่เอาคืน "ยูเครน" เขย่าขนส่งพลังงาน

สถานการณ์ความขัดแย้งกำลังเปิดความเสี่ยงแนวใหม่ หลังอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า เหตุโจมตีเรือพาณิชย์อิหร่านในทะเลแคสเปียน ซึ่งอิหร่านกล่าวหาว่าเป็นฝีมือของยูเครน จะไม่ถูกปล่อยผ่าน
กระทรวงต่างประเทศอิหร่านระบุว่า เหตุเกิดช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม ส่งผลให้เกิดการระเบิดบนเรือ มีลูกเรือเสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บอีก 1 คน พร้อมประณามว่าเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ และเตือนว่าอิหร่านพร้อมปกป้องผลประโยชน์และความมั่นคงของประเทศ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับภารกิจและสถานะของเรือลำดังกล่าวยังมีข้อมูลจากคู่ขัดแย้งไม่ตรงกัน กระทรวงต่างประเทศอิหร่าน
เหตุการณ์นี้เพิ่มความเสี่ยงให้เส้นทางการค้าทะเลแคสเปียน ซึ่งเชื่อมโยงรัสเซีย อิหร่าน เอเชียกลาง และเส้นทางขนส่งต่อไปยังตะวันออกกลาง หากมีการตอบโต้หรือเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย อาจทำให้ต้นทุนประกันภัย ค่าขนส่ง และระยะเวลาส่งมอบสินค้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าโภคภัณฑ์และพลังงาน
ความตึงเครียดรอบใหม่เกิดขึ้นในจังหวะที่อิหร่านและสหรัฐฯ หยุดโจมตีกันเป็นวันที่สอง หลังสหรัฐฯ ระงับปฏิบัติการโจมตีทางอากาศที่ดำเนินมาต่อเนื่อง 13 คืน ส่วนอิหร่านส่งสัญญาณว่าจะหยุดปฏิบัติการ หากสหรัฐฯ ไม่กลับมาโจมตีอีก แต่แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านมองว่า การพักรบครั้งนี้อาจเป็นเพียงยุทธวิธี ไม่ใช่การเปลี่ยนจุดยืนอย่างแท้จริง
ตลาดจึงต้องจับตาความเสี่ยงพร้อมกันสองด้าน ทั้งการเผชิญหน้าระหว่างอิหร่านกับยูเครนในทะเลแคสเปียน และความเปราะบางในช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางที่รองรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซราวหนึ่งในห้าของโลก เพราะหากการโจมตีกลับมาอีกครั้ง แรงกระแทกอาจลามจากราคาพลังงาน ไปถึงค่าระวางเรือ เงินเฟ้อ และต้นทุนธุรกิจทั่วโลกอย่างรวดเร็ว