รีเซต

"เนสท์เล่" ขายหุ้นน้ำดื่ม 50% ดึงทุนใหญ่สหรัฐฯ ร่วมทัพ

"เนสท์เล่" ขายหุ้นน้ำดื่ม 50% ดึงทุนใหญ่สหรัฐฯ ร่วมทัพ
TNN ช่อง16
24 กรกฎาคม 2569 ( 15:22 )
3

เนสท์เล่ บริษัทอาหารและเครื่องดื่มบรรจุภัณฑ์รายใหญ่ที่สุดของโลก เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งสำคัญ ด้วยการนำธุรกิจน้ำดื่มและเครื่องดื่มระดับพรีเมียมจัดตั้งเป็นบริษัทร่วมทุนกับแพลทินัม อิควิตี้ บริษัทการลงทุนจากสหรัฐฯ โดยทั้งสองฝ่ายจะถือหุ้นในสัดส่วนฝ่ายละร้อยละ 50

บริษัทร่วมทุนแห่งใหม่นี้จะใช้ชื่อว่า Peranel (เพราเนล) ครอบคลุมแบรนด์มากกว่า 30 แบรนด์ ซึ่งจำหน่ายอยู่ใน 120 ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่ S.Pellegrino, Source Perrier, Acqua Panna ไปจนถึง Nestle Pure Life และแบรนด์น้ำดื่มท้องถิ่นอีกหลายแบรนด์

ข้อตกลงดังกล่าวประเมินมูลค่ากิจการของเพราเนลไว้ที่ 4,900 ล้านยูโร หรือประมาณ 1.8 แสนล้านบาท และคาดว่าเนสท์เล่จะได้รับเงินสดประมาณ 3,000 ล้านยูโร หรือราว 1.1 แสนล้านบาท เมื่อธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปีหน้า 

การลดสัดส่วนถือหุ้นธุรกิจน้ำดื่มเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ยกเครื่องพอร์ตภายใต้การนำของ ฟิลิปป์ นาฟราทิล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งต้องการนำเงินทุนและทรัพยากรไปมุ่งเน้นแบรนด์หลักที่มีอัตรากำไรและโอกาสเติบโตสูงกว่า เช่น เนสกาแฟ คิทแคท ผลิตภัณฑ์โภชนาการสำหรับเด็ก และอาหารสัตว์เลี้ยง

แม้ธุรกิจน้ำดื่มของเนสท์เล่ยังสร้างกำไร แต่มีอัตราการเติบโตและความสามารถทำกำไรตามหลังแบรนด์หลัก ขณะเดียวกัน ธุรกิจน้ำแร่ในฝรั่งเศสยังเผชิญแรงกดดันด้านกฎระเบียบและสิ่งแวดล้อม ทำให้บริษัทพิจารณาหาพันธมิตรหรือขายหุ้นบางส่วนมาตั้งแต่ปี 2567

ความเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับทิศทางของบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่อย่างยูนิลีเวอร์และเรคคิทท์ ซึ่งกำลังลดจำนวนแบรนด์และขายธุรกิจที่เติบโตช้า ภายใต้แรงกดดันจากนักลงทุนให้มุ่งเน้นกลุ่มสินค้าที่สร้างผลตอบแทนสูงกว่า

ด้านผลประกอบการ เนสท์เล่มียอดขายแบบออร์แกนิกในไตรมาสสองเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ร้อยละ 3.6 โดยราคาสินค้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.9 ขณะที่ปริมาณขายขยายตัวร้อยละ 1.8

ตัวเลขที่ออกมาดีกว่าคาดทำให้เนสท์เล่ปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโตของยอดขายแบบออร์แกนิก ตลอดปี เป็นร้อยละ 3-4 จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตประมาณร้อยละ 3

บริษัทยังคาดว่าอัตรากำไรในครึ่งปีหลังจะดีขึ้นตามต้นทุนกาแฟและโกโก้ที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังดันค่าขนส่งและต้นทุนพลังงานสูงขึ้น โดยธุรกิจในเอเชีย โอเชียเนีย และแอฟริกาได้รับผลกระทบมากที่สุด แต่เนสท์เล่ยังไม่ประเมินมูลค่าความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง