กฟน. แจงค่าไฟแพง เพราะอากาศร้อน-เวิร์กฟรอมโฮม ยันใช้หลักเกณฑ์คิดค่าไฟฟ้าเดิม

กฟน. แจงค่าไฟแพง เพราะอากาศร้อน-เวิร์กฟรอมโฮม ยันใช้หลักเกณฑ์คิดค่าไฟฟ้าเดิม
มติชน
21 เมษายน 2563 ( 16:00 )
35
กฟน. แจงค่าไฟแพง เพราะอากาศร้อน-เวิร์กฟรอมโฮม ยันใช้หลักเกณฑ์คิดค่าไฟฟ้าเดิม

กฟน. แจงค่าไฟแพง เพราะอากาศร้อน-เวิร์กฟรอมโฮม ยันใช้หลักเกณฑ์คิดค่าไฟฟ้าเดิม

เมื่อวันที่ 21 เมษายน นายจาตุรงค์ สุริยาศศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และในฐานะโฆษก กฟน. กล่าวว่า ช่วงนี้ผู้ใช้ไฟฟ้าสงสัยว่าค่าไฟขึ้น หรือค่าไฟฟ้าแพงเพราะการไฟฟ้าขึ้นค่าไฟนั้น ไม่เป็นความจริง จึงขอชี้แจงว่า กฟน. ยังใช้หลักเกณฑ์วิธีการคิดค่าไฟฟ้าจากหน่วยการใช้ไฟฟ้าในอัตราเดิม ส่วนสาเหตุที่ทำให้หน่วยการใช้ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นนั้น เนื่องจากช่วงนี้ประเทศไทยมีสภาพอากาศที่ร้อนจัดมีอุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ 36-40 องศาเซลเซียส ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ทำความเย็นทำงานมากขึ้น และใช้ไฟฟ้ามากขึ้นในระยะเวลาการใช้งานที่เท่ากัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องปรับอากาศ หรือ แอร์ เช่น หากเราตั้งอุณหภูมิแอร์ในห้องไว้ที่ 26 องศาเซลเซียส จะพบว่าในช่วงฤดูร้อนแอร์จะทำงานหนักมากขึ้นกว่าเดิมมาก เพื่อปรับลดอุณหภูมิจาก 40 องศาเซลเซียส ให้ถึงอุณหภูมิ 26 องศา ตามที่ตั้งค่าไว้ ชึ่งต่างกันถึง 14 องศาเซลเซียล

จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้หน่วยการใช้ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นส่งผลให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้น และในทางกลับกันในช่วงฤดูหนาว หรือสภาวะอากาศปกติมีอุณหภูมิในห้องก่อนเปิดแอร์อยู่ที่ 30 องศาเซลเซียส ตั้งอุณหภูมิแอร์ในห้อง 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิจะต่างกันเพียง 4 องศาเซลเซียส จึงทำให้การทำงานของแอร์น้อยกว่าในช่วงฤดูร้อนหรือสภาพอากาศที่ร้อน เนื่องจากหากปรับลดอุณหภูมิ 1 องศาเซลเซียส ทำให้ต้องใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 10% ด้วยเหตุนี้ในช่วงอากาศร้อนจึงทำให้มีค่าไฟฟ้าสูงขึ้น

ประกอบกับ สถานการณ์ระบาดของโควิด-19 มีมาตรการขอความร่วมมือให้ทำงานที่บ้าน เว้นระยะห่างทางสังคม ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่พักอาศัยและทำงานอยู่กับบ้าน เป็นอีกสาเหตุที่มีการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าตลอดทั้งวันเป็นเวลายาวนานเพิ่มขึ้น เปิดแอร์นานขึ้น เปิดปิดตู้เย็นบ่อยครั้ง ประกอบอาหารด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้า มีการใช้น้ำอุปโภคบริโภคมากขึ้นทำให้ปั๊มน้ำทำงานมากขึ้น ทั้งหมดนี้จึงเป็นสาเหตุที่มีหน่วยการใช้ไฟฟ้ามากขึ้นโดยไม่รู้ตัว โดยผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถตรวจสอบหน่วยการใช้ไฟฟ้าและคำนวณค่าไฟฟ้าง่าย ๆ ผ่าน MEA Smart Life Application ดาวน์โหลดฟรีทั้ง App Store และ Google Play คลิก http://onelink.to/measmartlife

นายจาตุรงค์ กล่าวอีกว่า สำหรับวิธีการที่จะช่วยให้ประหยัดไฟฟ้านั้น กฟน. แนะนำควรเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานหมั่นดูแลบำรุงรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่สำคัญควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าจะทำให้ประหยัดค่าไฟฟ้าได้ โดยเปิดประตูหน้าต่างให้ลมถ่ายเท ใช้เครื่องปรับอากาศในช่วงเวลาจำเป็น ปรับเพิ่มอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศมาอยู่ที่ระดับ 26 องศาเซลเซียส  แต่หากต้องการความรู้สึกเย็นสบายเท่ากับ 24 องศาเซลเซียส ให้เปิดพัดลมช่วยโดยไม่ต้องลดอุณหภูมิของแอร์ การเปิดแอร์พร้อมพัดลมจะประหยัดไฟได้มากกว่าการลดอุณหภูมิของแอร์ เพราะพัดลมช่วยเพิ่มความเร็วลม เพิ่มการเคลื่อนที่ของอากาศ ทำให้รู้สึกเย็นสบายมากขึ้น

ล้างเครื่องปรับอากาศอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ควรปิดสวิตช์และถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้งาน เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจรที่ก่อให้เกิดอัคคีภัยและยังช่วยประหยัดไฟฟ้าได้อีกด้วย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง