รีเซต

สูตรค่าไฟใหม่ใช้มากจ่ายแพง สะเทือนธุรกิจไทย เร่งปรับตัวรับต้นทุนพลังงานยุคใหม่

สูตรค่าไฟใหม่ใช้มากจ่ายแพง สะเทือนธุรกิจไทย เร่งปรับตัวรับต้นทุนพลังงานยุคใหม่
TNN ช่อง16
29 พฤษภาคม 2569 ( 12:21 )
15

ต้นทุนพลังงานโลกที่ยังผันผวนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และราคาก๊าซธรรมชาติที่อยู่ในระดับสูง กำลังกดดันให้ประเทศไทยต้องเร่งปรับโครงสร้างค่าไฟครั้งใหญ่ หลังระบบอุดหนุนเดิมเริ่มแบกรับภาระไม่ไหวในระยะยาว

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่จำนวน 4 ทางเลือก โดยใช้แนวคิดสำคัญคือ “ใช้มาก จ่ายมาก” เพื่อลดการอุดหนุนแบบเฉลี่ยทั้งระบบ และทำให้ราคาค่าไฟสะท้อนต้นทุนพลังงานที่แท้จริงมากขึ้น

แนวทางดังกล่าวเกิดขึ้นหลังประเทศไทยต้องเผชิญต้นทุน LNG ที่ผันผวนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วิกฤตรัสเซีย-ยูเครน จนถึงความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เริ่มส่งผลต่อตลาดพลังงานโลกอีกครั้ง

ภายใต้ข้อเสนอใหม่ กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน อาจได้รับประโยชน์จากค่าไฟที่ลดลงเหลือต่ำกว่า 3 บาทต่อหน่วย ซึ่งถือเป็นการช่วยเหลือครัวเรือนรายได้ปานกลางและรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพสูง

อย่างไรก็ตาม ภาระส่วนหนึ่งจะถูกส่งต่อไปยังกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าปริมาณสูง โดยเฉพาะผู้ใช้ไฟเกิน 400 หน่วยต่อเดือน ซึ่งอาจต้องจ่ายค่าไฟเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 4.96-5.45 บาทต่อหน่วย ขึ้นอยู่กับรูปแบบโครงสร้างที่ได้รับการอนุมัติ

ผลกระทบดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบ้านพักอาศัยขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงครัวเรือนในเมืองที่ใช้เครื่องปรับอากาศหลายเครื่อง รวมถึงกลุ่มที่ทำงานจากบ้านและมีการใช้ไฟฟ้าสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไป


สิ่งที่หลายฝ่ายกังวลมากที่สุด คือ ผลกระทบต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะร้านอาหาร คาเฟ่ ฟิตเนส ร้านสะดวกซื้อ โรงแรม และธุรกิจบริการที่มีต้นทุนค่าไฟเป็นสัดส่วนสำคัญของค่าใช้จ่ายทั้งหมด

หากค่าไฟเฉลี่ยปรับตัวเข้าใกล้ระดับ 5 บาทต่อหน่วย ธุรกิจจำนวนมากอาจเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนเพิ่มขึ้นทันที ในช่วงที่กำลังซื้อของผู้บริโภคยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ส่งผลให้ผู้ประกอบการบางส่วนอาจต้องลดกำไรหรือทยอยปรับราคาสินค้าและบริการในอนาคต

ในอีกด้านหนึ่ง โครงสร้างค่าไฟใหม่อาจกลายเป็นแรงเร่งให้ภาคธุรกิจลงทุนในเทคโนโลยีประหยัดพลังงานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง ระบบบริหารจัดการพลังงาน หรือการติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อลดต้นทุนในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจขนาดเล็กและ SME ยังเผชิญข้อจำกัดด้านเงินลงทุน ทำให้การปรับตัวเข้าสู่ระบบพลังงานใหม่อาจเกิดความเหลื่อมล้ำมากขึ้นระหว่างธุรกิจขนาดใหญ่กับผู้ประกอบการรายย่อย


นักวิเคราะห์มองว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่เพียงการปรับขึ้นค่าไฟ แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานของประเทศ ซึ่งจะส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค การลงทุนของภาคธุรกิจ และความสามารถแข่งขันของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

เมื่อพลังงานกลายเป็นต้นทุนสำคัญของทั้งภาคการผลิต ภาคบริการ และเศรษฐกิจดิจิทัล การบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพอาจกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดความอยู่รอดของธุรกิจในยุคต่อจากนี้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง