เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

#ทันหุ้น – บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาด SET Index จะแกว่งในกรอบ 1,560-1,580 จุด โดยภาพรวมมีความกังวลต่อกลุ่ม Tech-AI มากขึ้น และเกิด Sector Rotation หมุนเข้าหากลุ่ม Value Play
ล่าสุดมีรายงานว่า OpenAI มี Annualized Revenue Run Rate ที่ราว US$5 หมื่นล้าน ซึ่งต่ำกว่าที่เคยรายงานก่อนหน้าที่ US$7 หมื่นล้าน ขณะที่ Firmus ผู้พัฒนา Data Center ที่ Nvidia สนับสนุนเตรียมเลื่อน IPO ทำให้เกิดคำถามเรื่องการเติบโตของรายได้ ว่าจะสามารถรองรับ AI Capex และ Debt Financing ที่สูงได้หรือไม่
ด้าน Bond Yield สหรัฐฯอ่อนตัวลงหลังการประมูลพันธบัตรอายุ 30 ปีแข็งแกร่ง ภาพรวมจึงสอดคล้องกับที่เราประเมินว่าด้วยระดับ Bond Yield ที่สูงกว่า 5% จะจำกัด Upside ของสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น และมองเป็นจังหวะในการทยอยสะสมพันธบัตรเพื่อล็อคอัตราผลตอบแทนที่สูง
ด้านราคาน้ำมันดิบ Brent ทรงตัวสูงที่ US$104 ต่อบาร์เรล หลังดีดตัวขึ้นวานนี้ แม้ล่าสุดทรัมป์ระบุว่าจะไม่โจมตีอิหร่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม Sentiment ตลาดเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นต่อหุ้นในกลุ่ม Tech-AI และหมุนเข้าหากลุ่ม Value Play ที่มี Valuation ถูกกว่า เราคาดว่ากลุ่ม Domestic Play เช่น อาการ ค้าปลีก ธนาคาร สื่อสารฯ การแพทย์ เป็นต้น มีโอกาสฟื้่นตัว ส่วนประเด็นน้ำท่วมในประเทศยังต้องติดตามสถานการณ์ซึ่งยังอาจเป็น Downside Risk ต่อเศรษฐกิจและกำไรบจ. 4Q26
กลยุทธ์ : Barbell ระยะสั้นเน้น Tech-Commodity-Bank // ระยะกลาง-ยาวยัง Rotate หา Value-Domestic Play
หุ้นเด่นเดือน ต.ค. : BBL, BCH, CBG, DELTA, STA
FSSIA Portfolio: BA, BBL, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, ITC, PR9, SAPPE, STA, and TIDLOR
หุ้นเด่นวันนี้ : ITC
· แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2027 ที่ 21.30 บาท
· คาดกำไรสุทธิ 3Q26 ไม่น่าตื่นเต้นที่ 754 ลบ. -11% q-q, -7% y-y โดยมีแรงกดดันจากฝั่งค่าใช้จ่ายซึ่งกระทบให้ Margin ชะลอตัว อย่างไรก็ตามจุดที่ดีคือรายได้ยังเติบโตแข็งแกร่ง +16% y-y และคาดโตต่อเนื่องทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q26 หนุนกำไรเร่งตัวอีกครั้ง
· เราคาดกำไรปี 2026 ที่ 3.34 พันลบ. และโตต่อในปี 2027 เป็น 3.76 พันลบ. คิดเป็นการเติบโตเฉลี่ยปีละ +12% y-y พร้อมมี Upside จากดีล M&A ที่คาดว่าจะได้ข้อสรุปและประกาศใน 4Q26
· แนวรับ 16.30//16 บาท แนวต้าน 16.80-17/17.80-18 บาท
ด้าน บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด มองกรอบ SET Index 1,560-1,580 จุด โดยตลาดยังถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและส่งผลต่อทิศทางดอกเบี้ยโลก นอกจากนี้ การอ่อนตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มชิปในตลาดสหรัฐฯ ยังอาจกดดันบรรยากาศการลงทุนในสิน ทรัพย์เสี่ยงระยะสั้น
หุ้นแนะนำ
PTTEP การส่งออกน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาฟื้นตัวในเดือนก.ย. 2026 อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังมีแนวโน้มทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องในช่วง 4Q26F โดยยังคงเป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากสภาวะราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง (Take profit: 150.50 / Stop loss: 147.50)
CK เราคาดว่า CK จะมีกำไรสุทธิใน 3Q26F อยู่ที่ 1,078 ล้านบาท ลดลง 38% yoy แต่เพิ่มขึ้น 35% qoq แม้ว่าการรับงานใหม่ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) จะยังมีจำกัด แต่ Backlog ของบริษัทอยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยคาดว่าการเติม Backlog ขนาดใหญ่จะเกิดขึ้นในปี 2027F มากกว่าภายในปีนี้ (Take profit: 18.10 / Stop loss: 17.50)
ขณะที่ บล.ดาโอ คาดการณ์ตลาดหุ้นวันนี้ (9 ต.ค. 69): คาดดัชนี SET ถูกแรงกดดันจากบรรยากาศการลงทุนที่ไม่ดี โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งจะกดดันกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์บ้านเรา ทั้งนี้ราคาน้ำมันที่พุ่งอาจช่วยพยุงกลุ่มพลังงานได้บ้าง ทำให้ภาพดัชนีไม่ปรับตัวลดลงมาก ทั้งนี้ตลาดจะเริ่มไปให้ความสนใจกับการประกาศงบมากขึ้น เป็นโอกาสหาหุ้นพื้นฐานดี ในการเข้าลงทุน
ประเด็นที่น่าสนใจ
- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดปรับตัวลดลงนำโดยดัชนี Nasdaq หลังมีรายงานรายได้ของ OpenAI (คิดเป็นต่อปี) ประจำเดือน ก.ย. อยู่ที่ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ ต่างจากตัวเลขรอบก่อน 7 หมื่นล้านดอลลาร์ เหตุมาจากการเปลี่ยนวิธีนับรายได้ แต่ประเด็นนี้กดดันหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี นอกจากนี้ช่วงระหว่างการซื้อขายราคาน้ำมันพุ่งจากความกังวลเรื่องสหรัฐฯ จะยกระดับการโจมตีอิหร่าน ก่อนทรัมป์จะออกมาแถลง
- ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศผ่านโซเชียลมีเดียว่า สหรัฐฯ “จะไม่เปิดฉากโจมตีอิหร่าน” ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน โดยอ้างถึง “การหารือที่มีประสิทธิผล (Productive Discussions)” กับเตหะราน ซึ่งเป็นการกลับลำสยบกระแสข่าวกรองก่อนหน้าที่ระบุว่าเพนตากอนกำลังร่างแผนโจมตีฉับพลัน 3 วัน และส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปย่อตัวลงทันที
- คณะกรรมการแก้ปัญหาการรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนสรุปแนวทางทบทวนสัญญา SPP/VSPP แบบ non-firm (กกพ. รับทราบ 7 ต.ค.) ให้สัญญาที่ยังไม่ลงนามเจรจายกเลิก หรือหากต้องลงนามให้ใช้อัตรา กพช. ล่าสุด (โซลาร์ 2.1579 บาท/หน่วย) ส่วนสัญญาที่ลงนามแล้วแต่ยังไม่ COD ให้เจรจายกเลิก ขั้นถัดไปต้องเสนอ กพช. เพื่อเป็นนโยบายรัฐ อัตรารับซื้อที่ต่ำลงจะกดรายได้และผลตอบแทนของ pipeline พลังงานหมุนเวียนที่ยังไม่เซ็นหรือยังไม่ COD
- กรมสรรพากรเปิดรับฟังความเห็นร่าง พ.ร.บ.ภาษีเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ถึง 29 ต.ค. 2569 เก็บ 1,000 บาทต่อเที่ยวบินขาออกทุกสัญชาติ (ระยะแรกเฉพาะทางอากาศ) ขณะนี้ยังเป็นขั้นร่าง/รับฟังความเห็น ยังไม่เข้า ครม. และหากผ่านจะมีผล 180 วันหลังประกาศราชกิจจาฯ ค่าเดินทางที่สูงขึ้นจะกดอุปสงค์เดินทางระหว่างประเทศ โดยสายการบินที่ลูกค้าไวต่อราคาและเน้นเส้นทางระยะสั้นรับผลมากกว่า
Strategy
- กลยุทธ์หลัก: Sentiment การลงทุนยังไม่ดี จึงควรระมัดระวังการเก็งกำไรระยะสั้น แต่มองเป็นโอกาสการลงทุนของตีมระยะ กลาง-ยาว โดยการปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มธนาคาร เรามองเป็นจังหวะสะสม โดยเฉพาะนักลงทุนที่ต้องการเงินปันผลดี เรายังชอบ KTB, KBANK, KKP ขณะที่ Theme ใหญ่ ระยะ กลาง-ยาว ช่วงตลาดผันผวนแนะชะลอ ดูสถานการณ์ หากภาพตลาดเริ่มนิ่ง หรือพักฐานได้ หาจังหวะเข้าสะสม หุ้น (Mega play Theme) Data Center โรงไฟฟ้า เรายังชอบ GPSC, BGRIM, ADVANC และตีมการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว ระยะกลาง – ยาว เรายังชอบชอบ AOT, CENTEL, ERW
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
·JP, Household Spending YoY (Aug), Consensus=-3.5%, Prior=-3.6%
·TH, Foreign Exchange Reserves (Sep), Consensus=$275.0B, Prior=$283.1B
·US, Michigan Consumer Sentiment Prel (Oct), Consensus=48.1, Prior=48.1
·US, Michigan 5 Year Inflation Expectations Prel (Oct), Consensus=3.5%, Prior=3.4%
·US, Michigan Inflation Expectations Prel (Oct), Consensus=4.7%, Prior=4.6%
Fund Flow และตลาดการเงิน
- ต่างชาติ “ซื้อ” สุทธิตลาดหุ้นไทย และ “ซื้อ” ตลาดตราสารหนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
- ตลาดหุ้น (8 ต.ค. 69): มูลค่าการซื้อขาย (SET) 63,644.04 ล้านบาท และ (MAI) 376.70 ล้านบาท ด้านนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 6,361.66 ล้านบาท
- Yield Curve ปรับตัวลดลงจากวันก่อนหน้าประมาณ 1-2 bps. สำหรับกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติวันนี้ NET OUTFLOW 683 ล้านบาท
- ค่าเงินบาท: ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 33.67 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า
Today Strategy pick: PTTEP: ราคาพื้นฐาน 180.00 บาท
- ราคาน้ำมันโลกสูงขึ้นต่อเนื่องโดย Brent ปิดที่ $104.28 ต่อบาร์เรล (+4.07%) หนุนหุ้นกลุ่มพลังงานโดย Energy Sector และเป็น Sector ที่แข็งแกร่งที่สุดใน S&P500 เมื่อคืนนี้
- คาดกำไรสุทธิ 3Q26E แข็งแกร่ง (Core profit 21,740 ลบ. +79.0% YoY, -10.4% QoQ) หนุนจากแนวโน้ม Blended ASP ที่ทรงตัวระดับสูงในช่วง 2H26E และปริมาณยอดขายเฉลี่ยยังคงยืนสูง YoY จากการรับรู้แปลง A-18-01 แต่ปริมาณขายคาดว่าจะอ่อนตัวลง QoQ ตามแผนการปิดบำรุงของโครงการใน GOT
กรอบดัชนี SET วันนี้ แนวรับ 1557-1564// แนวต้าน 1574-1580
Technical Pick: STGT, XO
Stock picks for October 2026 : ADVICE, BGRIM, CK, PLANB, SCGP
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
