ไทยประกาศพร้อม 100% ส่งมอบศูนย์ฯ สิริกิติ์ ต้อนรับประชุมระดับโลก 2026 IMF-World Bank

#ทันหุ้น - ไทยประกาศความพร้อม 100% ส่งมอบพื้นที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ต้อนรับการประชุมระดับโลก 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings พร้อมเชิญชวนคนไทยร่วมเป็นเจ้าภาพ
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวระหว่างพาสื่อมวลชนเยี่ยมชมความพร้อมสถานที่จัดงานการประชุมระดับโลก 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ว่า ประเทศไทยยืนยันความพร้อมทุกด้านตลอด3 ปีที่ผ่านมาในการเตรียมงานประชุมระดับโลก "2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings" ล่าสุดได้เตรียมจัดสถานที่ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์อย่างสมบูรณ์ในทุกมิติ เพื่อเตรียมส่งมอบพื้นที่ให้กับ IMF และ World Bank อย่างเป็นทางการ
โดยการประชุมสำคัญนี้จะจัดขึ้นในสัปดาห์หน้า ตั้งแต่วันที่ 12–18 ตุลาคมนี้ ซึ่งเปรียบเสมือนการยกสำนักงานใหญ่ของ World Bank และ IMF จากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มาอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร และเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม หลังจากที่ไทยเคยเป็นเจ้าภาพครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2534 (ค.ศ. 1991) หรือเมื่อ 35 ปีที่แล้ว ส่งผลให้ชื่อเสียงของประเทศไทยก้าวเข้าสู่สปอตไลท์ของประชาคมโลกอย่างสมบูรณ์
ยกระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุด
ในการจัดงานครั้งนี้ ประเทศไทยได้วางระบบบริหารจัดการและมาตรการความปลอดภัยสูงสุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่งขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนแล้วเกือบ 17,000 คน จาก 191 ประเทศทั่วโลก ระบบการดูแลความปลอดภัยครอบคลุมทั้งการคัดกรองบุคคล การตรวจค้นด้วยเครื่อง X-ray การเชื่อมโยงระบบกล้อง CCTV และการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ตลอดจนการวางระบบดูแลโรงแรมที่พัก 21 แห่งทั่วกรุงเทพมหานคร ตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ยังมีการตั้งศูนย์ควบคุมระบบถ่ายทอดสด โดยนำเทคโนโลยีระดับ World Class มาตรฐานเดียวกับ Mega Events อย่าง FIFA World Cup ผสานกับบุคลากรผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ดูแลเวทีระดับ World Economic Forum ที่เมืองดาวอส (Davos) เข้ามาควบคุมการจัดงานในครั้งนี้
กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น-เปิดโอกาสลงทุนระยะยาว
เขากล่าวว่า การเปิดบ้านรับงานระดับ "โอลิมปิกทางการเงินของโลก" ถือเป็นวาระแห่งชาติครั้งสำคัญที่จะเปิดโอกาสให้คนไทยและต่างชาติได้เห็นขอบฟ้าใหม่ในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยในระยะสั้น จะเกิดเม็ดเงินหมุนเวียนจากการจับจ่ายใช้สอยของผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยโดยตรง
ขณะที่ ในระยะยาว จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะเมืองระดับ World Class และเปิดโอกาสให้ประเทศไทยได้แสดงวิสัยทัศน์ความเป็นผู้นำในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ การเงิน และการคลังในระดับโลก อีกทั้งยังเป็นเวทีสำคัญให้แก่นักลงทุน ภาคธุรกิจ และชุมชนไทย ในการแสดงศักยภาพสู่สายตาชาวโลก
ชูอัตลักษณ์ความเป็นไทยและนิทรรศการ Royal Thai Pavilion
สำหรับบรรยากาศภายในงานจะนำเสนอความทันสมัยควบคู่กับวัฒนธรรมไทย โดยมีการนำของตกแต่งห้องและผ้าไทยอันมีอัตลักษณ์รวม 39 ลาย จาก 28 ชุมชนทั่วประเทศมาใช้นำเสนอภายในงาน สำหรับเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่นำมาต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม ได้ผ่านการคัดสรรวัตถุดิบสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อสร้างมาตรฐานระดับสากล พร้อมทั้งชูจุดเด่นของไทยในด้านอาหาร การดูแลสุขภาพ (Wellness) อาหารแห่งอนาคต (Food) เทคโนโลยีดิจิทัล AI รวมถึงระบบการเงินของไทยที่เป็นต้นแบบของโลก
นอกจากนี้ เนื่องจากช่วงการจัดงานตรงกับวันที่ 13 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ภายในงานจึงได้จัดให้มีนิทรรศการ Royal Thai Pavilion เพื่อนำเสนอโครงการตามพระราชดำริและแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ซึ่งทรงวางรากฐานไว้ ให้แก่ผู้นำเศรษฐกิจและการเงินทั่วโลกได้ร่วมรับชม
เชิญชวนชาวไทยส่งผ่าน "รอยยิ้ม" ร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดี
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เน้นย้ำขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนในการช่วยสื่อสารและถ่ายทอดความภาคภูมิใจไปยังคนไทยทุกคน เนื่องจากในช่วงสัปดาห์หน้า พื้นที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์จะถูกส่งมอบให้แก่ IMF และ World Bank เป็นผู้ดูแลการจัดงาน จึงขอเชิญชวนคนไทยทุกคนร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดี ส่งผ่านรอยยิ้มแบบไทยเพื่อต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมสภาผู้ว่าการโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ เพื่อแสดงให้เห็นว่าศักยภาพของคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก และร่วมกันสร้างความภาคภูมิใจครั้งใหญ่ให้แก่ประเทศไทยไปพร้อมกัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
