รีเซต

Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง! บอนด์ยีลด์สูงกำลังกดดันหุ้นเทคและหุ้นเติบโต

Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง! บอนด์ยีลด์สูงกำลังกดดันหุ้นเทคและหุ้นเติบโต
ทันหุ้น
9 ตุลาคม 2569 ( 06:06 )
13

 #ทันหุ้น-ดัชนี Dow Jones ปิดลดลง 0.66% ที่ 51,179.87 จุด ขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq ปรับลงเพียง 0.22% หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งขึ้นและกลับมากดดันความกังวลเรื่องเงินเฟ้อกับภาระหนี้ ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 0.4% สู่ 102.242 จุด สะท้อนว่าตลาดลดการรับความเสี่ยง แม้ราคาน้ำมัน WTI จะลดลง 1.3% มาปิดที่ 88.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหลัง IEA เร่งปล่อยน้ำมันจากคลังสำรอง แต่ Brent ยังอยู่ที่ 100.20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ทางด้านตลาดหุ้นสหรัฐแรงขายกระจุกตัวในกลุ่มที่อ่อนไหวต่อเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ย โดยหุ้นกลุ่ม Industrials ลดลง 2.14% CAT หุ้นของบริษัท Caterpillar Inc. ผู้ผลิตเครื่องจักรหนักรายใหญ่ของสหรัฐฯ ลดลงถึง 5.75%  และเป็นหนึ่งในกลุ่มที่กดดันตลาดมากที่สุด

ทางด้านตลาดยุโรปดัชนี STOXX Europe 600 ลดลง 1.00% สะท้อนการปรับฐานในวงกว้าง โดยหุ้นธนาคารลดลง 3.31% หุ้นเทคโนโลยีลดลง 1.89% และหุ้นเหมืองแร่ลดลง 1.97% ส่วนดัชนี DAX เยอรมนีลดลง 1.35% และดัชนี CAC 40 ฝรั่งเศสลดลง 1.22% ตามทิศทางตลาดภูมิภาค โดยแรงขายสะท้อนการลดความเสี่ยงของนักลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ หลังบอนด์ยีลด์และดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ดัชนี FTSE 100 อังกฤษลดลง 0.80% โดยหุ้นกลุ่มการเงินเป็นหนึ่งในแรงกดดันสำคัญ แม้ตลาดยังมีแรงพยุงจากหุ้น Defensive บางกลุ่ม ภาพรวมจึงเป็นการลดน้ำหนักหุ้นวัฏจักรและหุ้นที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย มากกว่าการเทขายสินทรัพย์ยุโรปทั้งหมด

ส่วนตลาดหุ้นเอเชียโดยดัชนี Nikkei 225 เปิดที่ 69,840.64 จุด ลดลง 0.3% จากแรงขายหุ้นเครื่องจักรและการเงิน ขณะที่ KOSPI เปิดบวก 0.1% แม้ตลาดเกาหลีใต้เพิ่งเผชิญแรงขายหุ้นขนาดใหญ่ในวันก่อนหน้าโดย Samsung Electronics ลดลง 1.29% และ SK Hynix ลดลง 2.82% นักลงทุนยังชะลอการเข้าซื้อเพื่อรอตัวเลขกำไรเบื้องต้นไตรมาส 3 ปี 2569 ของ Samsung

 ส่วน Shanghai Composite เปิดที่ 3,838.98 จุด ลดลง 3.21 จุด (-0.08%)และดัชนี Hang Seng เปิดลดลง 98.84 จุดหลังตลาดจีนกลับมาเปิดซื้อขายวันแรกหลังหยุดยาว การเคลื่อนไหวที่ลดลงเพียงเล็กน้อยยังไม่เพียงพอจะยืนยันว่าตลาดจีนกลับมาเป็นแรงหนุนของภูมิภาค เนื่องจากนักลงทุนยังต้องประเมินแรงซื้อที่สะสมระหว่างวันหยุด

สำหรับตลาดหุ้นไทย SET เปิดการซื้อขายที่ 1,575.31 จุด ลดลง 0.59% ขณะที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1,720.34 ล้านบาท ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า Fund Flow ต่างชาติในวันล่าสุดช่วยพยุงตลาดได้ แต่ทิศทางตลาดโลกเช้านี้ยังถูกกดดันจากบอนด์ยีลด์และน้ำมัน ดังนั้น SET เช้านี้จึงควรประเมินจากแรงซื้อหุ้นพลังงาน โรงกลั่น หุ้นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และ Fund Flow ล่าสุด ควบคู่กับทิศทางตลาดโลก

หุ้นที่น่าติดตามในวันนี้คือ BBL (Bangkok Bank Public Company Limited) หลังธนาคารกรุงเทพจับมือธนาคารเพอร์มาตาในอินโดนีเซีย เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยและอินโดนีเซียกับเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ การลงทุน และบริการทางการเงิน โดยความร่วมมือครอบคลุมการจัดหาพันธมิตร การให้คำปรึกษา และการสนับสนุนทางการเงินในตลาดอินโดนีเซีย ซึ่งมีสาขากว่า 200 แห่งใน 81 เมือง ทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าขยายมูลค่าการค้าระหว่างกันจากประมาณ 19,500 ล้านดอลลาร์ในปี 2568 สู่ 23,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2573 จึงควรติดตามว่าความร่วมมือดังกล่าว จะเปลี่ยนเป็นการขยายฐานลูกค้าและรายได้ค่าธรรมเนียมของ BBL ได้มากน้อยเพียงใด

สำหรับมุมมอง SET50 Index indicators 3 ตัวระบุดังนี้ Confirm Up/Down (ภาพหมายเลข 2) แสดงถึงแนวโน้มตลาดวันนี้มีทิศทางขาลง และ Trend (ภาพหมายเลข 3) แสดงยอดซื้อขายใน S50 วันนี้มีทิศทางขาลงต่อเนื่อง ขณะที่ Mid Trend (ภาพหมายเลข 4) แสดงการซื้อขายหุ้นของตลาด SET วันนี้มีทิศทางขาขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งสรุปจากทั้ง 3 อินดิเคเตอร์ของเราในวันนี้มองว่า มีทิศทาง Sideway Down

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง