HMPRO ลุ้นช้อปดีมีคืน กระตุ้นยอดขายQ4/63

HMPRO ลุ้นช้อปดีมีคืน กระตุ้นยอดขายQ4/63
ทันหุ้น
9 พฤศจิกายน 2563 ( 12:55 )
136
HMPRO ลุ้นช้อปดีมีคืน กระตุ้นยอดขายQ4/63

ทันหุ้น – HMPRO มองทิศทางปี 2564 ภาพรวมเศรษฐกิจยังไม่ฟื้น รอความชัดเจนของวัคซีน ส่วนช่วงที่เหลือปีนี้ ลุ้นช้อปดีมีคืน กระตุ้นยอดขายงาน Homepro expo วันที่ 13 -22 พ.ย. 2563 นี้ เน้นกลยุทธ์ในการเพิ่มยอดขายสินค้า Private Brandsมากขึ้น ระบุเตรียมเปิดสาขา Homepro เพิ่ม 1 แห่งภายในเดือนนี้ ด้านภาพรวมผลการดำเนินงานปี63 ลดลงไม่ถึง 20% จากปีก่อน

 

นางสาววรรณี จันทามงคล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบัญชีการเงินและกฎหมาย บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO เปิดเผยว่า สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาสที่ 3/2563 ยอดขายของสาขาเดิม(SSSG) ติดลบน้อยลงอยู่ที่ประมาณ 4% เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสที่ 2/2563 จากที่มีการปิดสาขาไปกว่า 50 วัน จนส่งผลให้ยอดขายของ SSSG ลดลงไปกว่า 17%

 

ส่วนเเนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาสที่ 4/2563 ซึ่งผ่านมาราว 1 เดือน บริษัทมองว่ายังประเมินได้ยาก ถึงเเม้ว่าจะสามารถกลับมาเปิดสาขาได้ทั้งหมดเเล้วก็ตาม แต่เนื่องด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัว ฃจากกก่อนหน้านี้มีสถานการณ์โควิด-19 เเพร่ระบาดซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพรวมในหลายกลุ่มธุรกิจ สำหรับภาพรวมการเติบโตของปี 2563 เท่าที่ประเมินในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทคาดว่ายอดขายลดลงประมาณ 8% ซึ่งภาพรวมการเติบโตในปี 2563 นี้จึงมีแนวโน้มปรับตัวลดลง แต่ไม่ถึง 20% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

 

กระตุ้นยอดQ4

บริษัทก็ได้มีกลยุทธ์ในการเพิ่มยอดขายในช่วงที่เหลือของปี ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมจัดงาน Homepro expo ที่จัดขึ้นในวันที่ 13 -22 พฤศจิกายน 2563 นี้ เป็นระยะเวลา 10 วัน ซึ่งเป็นช่วงที่ ช้อปดีมีคืน จะเปิดให้ใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค. – 31 ธ.ค. 2563 เพื่อใช้ลดหย่อนภาษีในปีภาษี 2563 ณ มี.ค. 2564

 

“การใช้สิทธิช้อปดีมีคืนถือเป็นช่วงเดียวกับที่เราจัดงาน Homepro expoซึ่งลูกค้าสามรถนำจำที่ซื้อสินค้าและบริการ มาใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามจำนวนที่จ่ายจริงรวมกันไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน จากครั้งก่อน 15,000 บาท เเละมีเวลาที่ยาวกว่าเดิม ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคมีเวลาในการตัดสินใจซื้อสินค้า เเละวงเงินที่สูงขึ้น รวมถึงยังสามารถตัดสินใจซื้อสินค้าคงทนได้มากขึ้นอีกด้วย ซึ่งเราเองอยู่ระหว่างรอติดตามผลว่ามาตรการ ดังกล่าวจะช่วยผลักดันยอดขายเติบโตได้มากน้อยแค่ไหน”

 

เพิ่มสินค้ามาร์จิ้นสูง

นอกจากนี้บริษัทจะเน้นผลักดันสินค้าของบริษัทเอง (Private Brands) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงกว่าสินค้าปกติ ปัจจุบันมี 36 แบรนด์ รวมกว่า 5,000 รายการ นอกจากนี้ยังเดินหน้าเปิดสาขาในช่วงที่เหลืออีก 1 สาขา ได้แก่ สาขา Homepro สุขสวัสดิ์ ซึ่งคาดว่าจะเปิดในเดือน พ.ย. 2563 นี้ ซึ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทได้ทำการเปิดสาขาไปแล้ว 1 แห่ง ได้แก่ สาขา Homepro รังสิต คลอง 4 โดยสิ้นปี 2564 คาดว่า จะมีสาขาทั้งหมดรวม 86 สาขา , HomePro S 9 สาขา, mega home 14 สาขา เเละ HomePro เเละ Homepro มาเลเซีย อีกจำนวน 6 สาขา ส่วนการขยายสาขาเพิ่มเติมในปี 2564 บริษัทคาดว่าจะสามารถเปิดเผยแผนการดำเนินธุรกิจได้ในช่วง ม.ค. -ก.พ. 2564 อีกครั้ง

 

ขณะที่ทิศทางการเติบโตในปี 2564 บริษัทมองว่ายังไม่สามารถกลับมาเติบโตได้ปกติ เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจยังไม่ได้มีการฟื้นตัวตราบเท่าที่ยังพัฒนาวัคซีนโควิดไม่ได้ ความมั่นใจและกำลังซื้อของผู้บริโภคก็ยังคงไม่กลับมาอย่างเต็มที่ ดังนั้นภาพใหญ่ มองว่าด้าน ความมั่นใจของผู้บริโภค นักท่องเที่ยวยัง รวมถึงกำลังซื้อด้าน Global demand จะยังไม่กลับเข้ามา แต่ในส่วนของบริษัทจะเน้นการเพิ่มยอดขายและลดต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง