รีเซต

เทรนด์หนุ่มไม่อาบน้ำก่อนเดต หวังกลิ่นตัวธรรมชาติมัดใจ

เทรนด์หนุ่มไม่อาบน้ำก่อนเดต หวังกลิ่นตัวธรรมชาติมัดใจ
TNN ช่อง16
1 กันยายน 2569 ( 16:35 )
8

แค่การออกเดตก็เสี่ยงพออยู่แล้ว แต่ช่วงนี้มีเทรนด์หนึ่งบน TikTok ที่อาจทำให้การเดตของใครบางคนเสี่ยงขึ้นไปอีก เมื่อผู้ชายบางกลุ่มเริ่ม งดอาบน้ำและไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายก่อนออกเดต เพราะเชื่อว่ากลิ่นตัวตามธรรมชาติจะช่วยเพิ่มเสน่ห์ดึงดูดทางเพศ

เทรนด์นี้เรียกว่า “pheromone-maxxing” เป็นกระแสที่พบมากในกลุ่มวัยรุ่นชายและชายหนุ่ม โดยมีแนวคิดว่า ยิ่งปล่อยให้กลิ่นตัวตามธรรมชาติชัดเจนมากเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสดึงดูดคนที่หมายปองได้มากขึ้น

บางคนไปไกลกว่านั้นด้วยการสวมเสื้อที่ยังไม่ได้ซัก หรือถึงขั้นดื่มปัสสาวะของตัวเอง โดยอ้างว่าเป็นวิธีช่วย “ขับสารพิษออกมาทางเหงื่อ”

ฟังดูสุดโต่ง แต่เบื้องหลังเทรนด์นี้มาจากความเชื่อเกี่ยวกับ ฟีโรโมน (pheromones) ซึ่งเป็นสารเคมีที่สามารถส่งสัญญาณระหว่างสมาชิกของสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน ฟีโรโมนพบและมีหลักฐานชัดเจนในแมลงและสัตว์หลายชนิด ขณะที่ฟีโรโมนบางชนิดก็ไม่มีกลิ่นที่มนุษย์สามารถรับรู้ได้

ปัญหาคือ เมื่อเป็นเรื่องของมนุษย์ หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยังไม่ได้ยืนยันว่าแนวคิด “ยิ่งเหม็น ยิ่งเซ็กซี่” นั้นเป็นจริง

มนุษย์มีฟีโรโมนจริงหรือ?

นักวิจัยพบหลักฐานว่า กลิ่นตัวและสารคัดหลั่งจากร่างกายมนุษย์สามารถส่งผลต่อการตอบสนองทางร่างกายหรือจิตใจของคนอื่นได้ แต่ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่ามีสารเคมีจากร่างกายมนุษย์ชนิดใดชนิดหนึ่งที่สามารถกระตุ้นพฤติกรรมทางเพศหรือความดึงดูดได้อย่างสม่ำเสมอและชัดเจน

จนถึงปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์พบเพียงหลักฐานที่บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ของผลจากฟีโรโมนในมนุษย์ แต่ยังไม่สามารถระบุสารที่ถือเป็น “ฟีโรโมนของมนุษย์” ได้อย่างชัดเจน

หนึ่งในการทดลองที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเกี่ยวกับกลิ่นตัวและแรงดึงดูด คือการทดลองที่รู้จักกันในชื่อ “Sweaty T-shirt study” ซึ่งทำขึ้นในปี 1995

ในการทดลอง ผู้ชายสวมเสื้อยืดตัวเดิมติดต่อกัน 2 คืน จากนั้นให้อาสาสมัครผู้หญิงดมและให้คะแนนกลิ่นจากเสื้อยืดหลายตัว

ผลการศึกษาพบว่า โดยทั่วไปผู้หญิงมักให้คะแนนกลิ่นตัวของผู้ชายที่มีความแตกต่างของยีน MHC จากตัวเองว่าน่าพึงพอใจกว่า MHC เป็นกลุ่มยีนที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกัน และอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับลักษณะเฉพาะของกลิ่นตัวแต่ละคน

แต่มีข้อสังเกตที่น่าสนใจ เพราะในกลุ่มผู้หญิงที่รับประทานยาคุมกำเนิด ผลกลับออกมาในทิศทางตรงกันข้าม

แล้วงานวิจัยหลังจากนั้นว่าอย่างไร?

การศึกษาในเวลาต่อมาพบผลลัพธ์ที่ยังไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

งานวิจัยปี 2019 ที่ศึกษาคู่รัก 883 คู่ พบว่า คนจากเนเธอร์แลนด์และยุโรปเหนือมีแนวโน้มเลือกคู่ที่มียีน MHC แตกต่างจากตัวเองมากกว่า แต่ไม่พบรูปแบบเดียวกันในคู่รักชาวอิสราเอล นักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่า ประวัติการแต่งงานแบบคลุมถุงชนในบางกลุ่มประชากรอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ผลแตกต่างกัน

ขณะที่การวิเคราะห์งานวิจัยก่อนหน้านี้ในปี 2020 กลับไม่พบหลักฐานที่หนักแน่นว่า มนุษย์มีแนวโน้มเลือกคู่ที่มียีน MHC แตกต่างจากตัวเอง หรือมองว่ากลิ่นตัวของคนกลุ่มนี้น่าดึงดูดกว่า

พูดง่าย ๆ คือ กลิ่นตัวอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับรู้และความดึงดูดระหว่างคน แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่า การปล่อยตัวให้มีกลิ่นแรงขึ้นจะทำให้มีเสน่ห์ทางเพศมากขึ้น

จาก Looksmaxxing สู่ Pheromone-maxxing

เทรนด์นี้ยังเชื่อมโยงกับกระแส “looksmaxxing” ที่ได้รับความนิยมบนโซเชียลมีเดีย โดยเป็นแนวคิดที่ผู้ใช้งานพยายามเพิ่มความหล่อหรือความสวยและเพิ่มเสน่ห์ของตัวเองให้ได้มากที่สุด

วิธีที่ใช้มีตั้งแต่การดูแลตัวเองทั่วไป ไปจนถึงวิธีสุดโต่ง เช่น การทำหัตถการความงาม การควบคุมอาหารอย่างหนัก หรือพยายามเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ในหลายรูปแบบ

ส่วน pheromone-maxxing แม้จะกลับมาเป็นข่าวในช่วงนี้ แต่แนวคิดดังกล่าวถูกพูดถึงในโลกออนไลน์มานานแล้ว อย่างน้อยตั้งแต่ปี 2024

เมื่อมีการพูดถึงเทรนด์นี้ใน Reddit ปฏิกิริยาส่วนใหญ่กลับไม่ได้เป็นความรู้สึกว่า “ว้าว เซ็กซี่” แต่เป็นความรู้สึกตรงกันข้าม หลายคนตั้งคำถามว่า หากการไม่อาบน้ำจะช่วยให้ฟีโรโมนทำงานได้ดีขึ้น แล้วเหตุใดจึงต้องเชื่อว่าการอาบน้ำจะทำให้มนุษย์หยุดสร้างฟีโรโมน?

บางคนยังมองว่าเรื่องนี้สะท้อนถึงความสำคัญของการสอนเรื่องสุขอนามัยส่วนบุคคล เพราะต่อให้กลิ่นตัวตามธรรมชาติอาจมีบทบาทบางอย่างต่อการรับรู้ของมนุษย์ แต่การปล่อยให้ตัวเองมีกลิ่นเหม็นชัดเจนก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้คนอื่นรู้สึกดึงดูด

ก่อนเดต อาบน้ำเถอะ

ประเด็นนี้ถูกนำไปพูดถึงในรายการ The Five ของ Fox News โดย Jesse Watters พิธีกรของรายการ ซึ่งบอกว่าเขาไม่ใช่คนที่สนับสนุนการฉีดน้ำหอมมากเกินไป และแนะนำวิธีเตรียมตัวก่อนเดตแบบง่าย ๆ คือ อาบน้ำ สระผม และใช้สบู่

อีกหนึ่งผู้ร่วมรายการอย่าง Tyrus ก็เห็นด้วย พร้อมแนะนำให้ผู้ชายใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายที่ไม่มีกลิ่น

เพราะท้ายที่สุดแล้ว การมีกลิ่นตัวตามธรรมชาติอาจเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนเรา แต่ไม่ได้แปลว่าเราต้องปล่อยให้กลิ่นเหงื่อสะสมเพื่อหวังว่าจะเพิ่มเสน่ห์

ฟีโรโมนอาจยังเป็นเรื่องที่นักวิทยาศาสตร์ต้องศึกษากันต่อ แต่เรื่องสุขอนามัยนั้นไม่ต้องรอผลวิจัย การอาบน้ำก่อนออกเดตก็ยังเป็นไอเดียที่ปลอดภัยกว่าเยอะ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง