รีเซต

รัสเซียซ่อมฐานปล่อยจรวดสำคัญที่ไบโคนูร์เสร็จสิ้น เตรียมกลับมาส่งภารกิจสู่อวกาศอีกครั้ง

รัสเซียซ่อมฐานปล่อยจรวดสำคัญที่ไบโคนูร์เสร็จสิ้น เตรียมกลับมาส่งภารกิจสู่อวกาศอีกครั้ง
TNN ช่อง16
5 มีนาคม 2569 ( 16:41 )
2

เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา องค์การอวกาศรัสเซีย หรือ รอสคอสมอส (Roscosmos) ประกาศความสำเร็จในการซ่อมแซมฐานปล่อยจรวด Site 31 ภายในศูนย์อวกาศไบโคนูร์ (Baikonur Cosmodrome) ประเทศคาซัคสถาน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในฐานปล่อยจรวดสำคัญที่สุดของรัสเซีย และเป็นฐานปล่อยจรวดเพียงแห่งเดียวที่สามารถรองรับภารกิจส่งนักบินอวกาศขึ้นสู่อวกาศได้ในช่วงที่ผ่านมา 

การซ่อมแซมครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโครงการอวกาศของรัสเซีย เนื่องจากฐานปล่อยจรวดดังกล่าวได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์ปล่อยจรวดโซยุซ (Soyuz) เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2025 ซึ่งเป็นภารกิจส่งนักบินอวกาศ 3 คน เดินทางไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ ไอเอสเอส (International Space Station หรือ ISS) โดยความเสียหายเกิดขึ้นบริเวณห้องบริการของฐานปล่อยจรวด หรือ Service Cabin ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญที่ใช้ควบคุมระบบต่าง ๆ ของจรวดก่อนการปล่อยขึ้นสู่อวกาศ

ความเสียหายดังกล่าวส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานของฐานปล่อยจรวดไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ และทำให้รัสเซียต้องระงับภารกิจส่งนักบินอวกาศแบบมีลูกเรือไปยังสถานีอวกาศนานาชาติเป็นการชั่วคราว เพื่อให้ทีมวิศวกรทำการตรวจสอบความปลอดภัยและดำเนินการซ่อมแซมอย่างละเอียด

ปฏิบัติการซ่อมแซมขนาดใหญ่ใช้แรงงานกว่า 150 คน

โดยรอสคอสมอส (Roscosmos) เปิดเผยว่า การซ่อมแซมฐานปล่อยจรวด Site 31 ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว หลังจากทีมวิศวกรและช่างเทคนิคกว่า 150 คน ร่วมกับบริษัทผู้รับเหมาภายนอกอีก 4 แห่ง ทำงานต่อเนื่องเพื่อฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด

กระบวนการซ่อมแซมครอบคลุมการปรับปรุงโครงสร้างหลายส่วนของฐานปล่อยจรวด ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมและทาสีโครงสร้างพื้นที่รวมกว่า 2,350 ตารางเมตร การเปลี่ยนอุปกรณ์ยึดโครงสร้างและระบบไฟฟ้าใหม่ทั้งหมด รวมถึงการตรวจสอบและบำรุงรักษากลไกต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบปล่อยจรวด

นอกจากนี้ ทีมวิศวกรยังต้องดำเนินการเชื่อมโลหะเพื่อเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างรวมระยะทางมากกว่า 250 เมตร ซึ่งถือเป็นงานวิศวกรรมขนาดใหญ่ที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง เนื่องจากฐานปล่อยจรวดเป็นโครงสร้างที่ต้องรองรับแรงสั่นสะเทือนมหาศาลจากการจุดระเบิดของเครื่องยนต์จรวดในช่วงปล่อยตัว

ภารกิจยากที่สุด ติดตั้งชิ้นส่วนหนัก 17 ตันผ่านช่องยิงจรวด

หนึ่งในขั้นตอนที่ซับซ้อนที่สุดของการซ่อมแซมครั้งนี้ คือการติดตั้งชิ้นส่วนของห้องบริการที่มีความยาวกว่า 60 ฟุต หรือประมาณ 19 เมตร และมีน้ำหนักถึง 17 ตัน ผ่านช่องยิงจรวดโดยตรง

ช่องยิงจรวด หรือ Flame trench เป็นโครงสร้างที่ออกแบบมาเพื่อรองรับและเบี่ยงทิศทางเปลวไฟและแรงดันมหาศาลที่เกิดขึ้นจากเครื่องยนต์จรวดในช่วงปล่อยตัว การติดตั้งโครงสร้างขนาดใหญ่ผ่านช่องดังกล่าวจึงต้องอาศัยเทคนิคเฉพาะทางด้านวิศวกรรม

รอสคอสมอสระบุว่า ทีมงานได้พัฒนาเทคนิคพิเศษขึ้นมาเพื่อภารกิจนี้โดยเฉพาะ เพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายและติดตั้งชิ้นส่วนขนาดใหญ่ได้อย่างปลอดภัยโดยไม่กระทบต่อโครงสร้างหลักของฐานปล่อยจรวด

การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศ ซึ่งต้องรองรับแรงผลักดันจากเครื่องยนต์จรวดที่มีแรงขับหลายร้อยตัน โดยจรวดโซยุซรุ่นมาตรฐานมีแรงขับช่วงปล่อยตัวมากกว่า 420 ตัน และสามารถนำยานอวกาศและสัมภาระขึ้นสู่วงโคจรต่ำของโลกได้ประมาณ 7 ตัน

ศูนย์อวกาศไบโคนูร์ ฐานปล่อยจรวดประวัติศาสตร์ของโลก

ศูนย์อวกาศไบโคนูร์ (Baikonur Cosmodrome) ถือเป็นฐานปล่อยจรวดที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1955 ในสมัยสหภาพโซเวียต

สถานที่แห่งนี้เป็นจุดปล่อยดาวเทียมดวงแรกของโลกอย่างสปุตนิก-1 (Sputnik-1) ในปี ค.ศ. 1957 และยังเป็นสถานที่ที่ส่งมนุษย์คนแรกของโลก ยูริ กาการิน (Yuri Gagarin) ขึ้นสู่อวกาศในปี ค.ศ. 1961 ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญของประวัติศาสตร์การสำรวจอวกาศ

ปัจจุบันแม้ศูนย์อวกาศไบโคนูร์จะตั้งอยู่ในประเทศคาซัคสถาน แต่รัฐบาลรัสเซียยังคงเช่าพื้นที่เพื่อใช้งานเป็นศูนย์ปล่อยจรวดหลัก โดยมีมูลค่าสัญญาเช่าประมาณ 115 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือ 4,140 ล้านบาท

เตรียมปล่อยยานขนส่ง Progress ส่งเสบียงสู่สถานีอวกาศ

หลังจากการซ่อมแซมเสร็จสิ้น ฐานปล่อยจรวด Site 31 มีกำหนดกลับมาใช้งานอีกครั้งในภารกิจอวกาศครั้งสำคัญ โดยรอสคอสมอส (Roscosmos) วางแผนปล่อยยานอวกาศแบบไร้ลูกเรือ Progress MS-33 ในวันที่ 22 มีนาคม 2026

ยาน Progress เป็นยานขนส่งอัตโนมัติที่ใช้สำหรับส่งเสบียง อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ และเชื้อเพลิงไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ โดยสามารถบรรทุกสัมภาระได้มากกว่า 2.5 ตัน

ภารกิจดังกล่าวจะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการปฏิบัติงานของนักบินอวกาศที่ประจำการอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งต้องพึ่งพาการขนส่งเสบียงจากโลกเป็นระยะ

ความสำเร็จในการซ่อมแซมฐานปล่อยจรวดครั้งนี้จึงไม่เพียงช่วยฟื้นฟูความสามารถด้านการปล่อยจรวดของรัสเซียเท่านั้น แต่ยังช่วยรักษาความต่อเนื่องของภารกิจวิจัยทางวิทยาศาสตร์บนสถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือด้านอวกาศระดับโลกที่มีหลายประเทศเข้าร่วม

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง