เจ้าของ 'พังโย' ฟ้องกลับคนเคยครอบครองช้าง เหตุใช้เอกสารเท็จมาฟ้องก่อน จี้หน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจสอบ

เจ้าของ 'พังโย' ฟ้องกลับคนเคยครอบครองช้าง เหตุใช้เอกสารเท็จมาฟ้องก่อน จี้หน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจสอบ
มติชน
24 ตุลาคม 2564 ( 23:34 )
16
เจ้าของ 'พังโย' ฟ้องกลับคนเคยครอบครองช้าง เหตุใช้เอกสารเท็จมาฟ้องก่อน จี้หน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจสอบ

เจ้าของพังโยฟ้องกลับคนนำเอกสารเท็จมาฟ้องตนและฟ้องเบิกความเท็จ จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเอาผิด หวั่นทำเป็นขบวนการแก้เอกสารประจำตัวช้าง ชี้เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ในวงการชาวช้าง สร้างความเสียหายมาก

 

จากกรณีที่ นายวัน เรียงเงิน ผู้รับมอบอำนาจมาจาก นายชอบ เรียงเงิน เจ้าของช้าง พังโย ซึ่งถูกคนร้ายขโมยไปเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2546 เจ้าของได้ออกตามหามาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งทราบว่าพังโยถูกขายให้ปางช้างแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ฉลอง จ.ภูเก็ต จึงนำเอกสารหลักฐานไปตรวจสอบที่ปางช้าง ซึ่งทางเจ้าของปางแจ้งว่าได้ซื้อมาอย่างถูกต้องในราคา 1.4 ล้านบาท จึงไม่ยินยอมที่จะคืนช้างเชือกดังกล่าวให้

 

ต่อมา ในปี 2561 เจ้าของช้างได้ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดภูเก็ตซึ่งต่อสู้กันมาจนถึงศาลฎีกา จนเมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2564 ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษา โดยตัดสินให้นายวัน เจ้าของช้าง ชนะคดีและได้ช้างคืนกลับมา และนำพังโยไปไว้ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ เพื่อให้เป็นครูช้างในการสอนเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของช้าง เพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้วิถีชีวิตช้าง พร้อมจัดสู่ขวัญและต้อนรับพังโย อายุ 72 ปี กลับบ้าน แบบโบราณของชาวสุรินทร์ ที่หน้าอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดี ศรีณรงค์จางวาง

 

ล่าสุด วันนี้ (24 ตุลาคม) ที่บ้านนายวัน เรียงเงิน ภายในตัวเมืองสุรินทร์ หลังจากนายวันเดินทางกลับจากศาลจังหวัดกระบี่ตามที่ศาลนัดสืบมูลฟ้อง เมื่อวันที่ 18 ต.ค.64 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้เข้าสอบถามถึงการเดินเรื่องเอาผิดกับผู้ที่ฟ้องกลับนายวัน

 

นายวันเปิดเผยว่า เมื่อปี 2560 เขาฟ้องตนก่อนว่านำเอกสารเท็จไปเอาช้าง พอศาลยกฟ้องตนจึงฟ้องกลับว่านำเอกสารเท็จมาฟ้องตนและมีการเบิกความเท็จ ซึ่งศาลได้นัดสืบมูลฟ้องเมื่อวันที่ 18 ต.ค.64 ที่ผ่านมา และศาลนัดฟังอีกครั้งวันที่ 2 พ.ย.64 ส่วนค่าใช้จ่ายตั้งแต่มีการต่อสู้ทวงคืนพังโยกลับมาหมดไปเยอะ เป็นหลักล้านกว่าบาทแล้ว วิ่งไปมาสุรินทร์-ภูเก็ต ประมาณ 20 เที่ยว กว่าจะถึงฎีกา เงินเราก็มีไม่เยอะ แต่ใจเราสู้ที่จะนำเขากลับมาให้ได้

 

“เราไปเห็นช้างของเราแล้ว เราเอาเอกสารหลักฐานไป ทั้งไมโครชิพที่คัดสำเนาตัวรูปพรรณไปจากอำเภอที่จดทะเบียนเป็นต้นขั้ว สมัยก่อนเป็นแบบพับครึ่งหนึ่ง ก็ไปฉีกมา ฉบับจริงอยู่ที่อำเภอ ตอนนี้พังโยอยู่ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ ก็สมบูรณ์แข็งแรงดี มีอาจารย์และเด็กๆ นักศึกษาเขาดูอยู่ ก็ไปหาก่อนวันไปขึ้นศาล

 

“ปกติ 1-2 วันไปดูที เย็นนี้ว่าจะเข้าไปหาอีก ตอนนี้กำลังปรึกษากันอยู่ว่าจะทำหนังสือร้องเรียนไปที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุรินทร์ เพื่อให้ศูนย์ดำรงธรรมที่ภูเก็ตมีการตรวจสอบว่าลายเซ็นนั้นเป็นของใคร อยากให้มีการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ที่เซ็นชื่อแก้ไข เพราะมีการแก้เอกสาร คิดว่าต้องมีการทำกันเป็นขบวนการ ต้องมีคนรู้เห็นถึงต้องมาแก้ไขให้ เมื่อรู้ว่าหมายเลขไมโครชิพที่มาแจ้งไม่ใช่ไมโครชิพในตัวช้าง ก็ยังไปแก้จากพังโย ไปเป็นแม่ศรีนวลให้ตรงกันและลงเล่มเป็นแม่ศรีนวล” นายวันกล่าว

นายวันกล่าวต่อว่า หลักฐานของเรามาจากสถาบันช้างแห่งชาติ ยืนยันว่าหมายเลขนี้เป็นช้างชื่อพังโย แม่ศรีนวลไม่มีหมายเลขนี้ เจ้าของมีชื่อเป็นนายชอบ อยู่ จ.สุรินทร์ ระบุไว้อย่างชัดเจน ซึ่งเขาไปแจ้งไม่มีเอกสารเหมือนเรา ของเรามีหลักฐานชัดหมด

 

“เหมือนพากันทำเอกสารเท็จขึ้นมา แล้วมาฟ้องว่าผมเอาเอกสารเท็จไปเอาช้าง ซึ่งก็ให้ดูตั้งแต่วันแรกแล้ว แต่ก็ไม่ยอมคืนช้างให้แต่แรก ต้องมาสู้คดีกันในศาล จนถึงฎีกา อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาตรวจสอบให้ด้วย เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ในวงการชาวช้างและสร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก” นายวันกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง