ภารกิจย้ายช้างป่าพลาด “สีดอหูพับ” ดับกลางทาง กรมอุทยานฯ รับเป็นบทเรียนครั้งใหญ่

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดแถลงข้อเท็จจริงกรณีการสูญเสียช้างป่า “สีดอหูพับ” ระหว่างปฏิบัติการเคลื่อนย้ายตามคำสั่งศาลปกครอง โดยยืนยันการดำเนินงานเป็นไปตามหลักวิชาการ พร้อมเร่งตรวจสอบทุกขั้นตอนเพื่อป้องกันเหตุซ้ำในอนาคต
โดยที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯ พร้อมผู้บริหารและคณะทำงาน แถลงลำดับเหตุการณ์อย่างละเอียด โดยระบุว่าการสูญเสียช้างป่าถือเป็นเหตุสะเทือนใจ และจะใช้เป็นบทเรียนเพื่อยกระดับแนวทางการปฏิบัติงานในอนาคต
นายณัฐวัฒน์ นุ้ยศรีราม ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) เปิดเผยว่า ช้างป่ากลุ่มดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนใน ขอนแก่น ตั้งแต่ปี 2566 มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย และเสียชีวิต 2 ราย จนนำไปสู่คำสั่งของ ศาลปกครองขอนแก่น เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ให้เคลื่อนย้ายช้าง 4 ตัวออกนอกพื้นที่ภายใน 30 วัน โดย “สีดอหูพับ” เป็นตัวแรกที่ต้องเร่งดำเนินการ
ด้านสัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานฯ กิตติยาภรณ์ เอี่ยมสะอาด ชี้แจงว่า ทีมงานใช้ยาซึมตามเกณฑ์น้ำหนักช้างราว 2–2.5 ตัน ยิงยาซึมรวม 4 เข็ม ก่อนให้ยาแก้ฤทธิ์อีก 1 เข็มและทำ CPR แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตได้ ผลชันสูตรเบื้องต้นพบว่า ช้างเสียชีวิตจากภาวะทางเดินหายใจล้มเหลว เนื่องจากสำลักอาหารอุดตันหลอดลม ซึ่งถือเป็นเหตุสุดวิสัยที่สัมพันธ์กับความเครียดสะสม
สัตวแพทย์ยังยอมรับว่า การอดอาหารช้างป่าก่อนวางยาทำได้ยากในภาคสนาม จึงเตรียมศึกษา “นาฬิกาชีวิตช้าง” เพื่อเลือกช่วงเวลาเหมาะสม (03.00–05.00 น.) ในการปฏิบัติการ พร้อมยกระดับความโปร่งใสด้านการใช้ยาในอนาคต
หัวหน้าชุดจับและเคลื่อนย้ายช้างป่า ฑิฐิ สอนสา ยืนยันว่า ขั้นตอนภาคสนามดำเนินตามมาตรฐานสูงสุดภายใต้การดูแลสัตวแพทย์ และที่ผ่านมาเคยเคลื่อนย้ายช้างสำเร็จแล้ว 32 ครั้ง พร้อมระบุว่าช้างตัวนี้มีอายุประมาณ 15–20 ปี และมีอาการตกมัน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อความเครียดระหว่างปฏิบัติการ
อธิบดีกรมอุทยานฯ ระบุว่า ได้สั่งระงับการเคลื่อนย้ายช้างอีก 3 ตัว ได้แก่ พลายงาจิ๋ว พลายคุถัง และสีดอน้อย เพื่อประเมินบทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ให้ครบถ้วนก่อนเสนอแนวทางใหม่ต่อศาลปกครอง โดยย้ำว่าจะให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ ประชาชน และสวัสดิภาพสัตว์ป่าในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
