อินเดียใช้ “หุ่นยนต์ช้าง” ทำพิธีกรรมวัดแทนช้างจริง ลดทรมานสัตว์

วัดฮินดูในประเทศอินเดีย เริ่มใช้งาน “หุ่นยนต์ช้าง” ขนาดเท่าของจริง ที่สามารถกระพือหูและพ่นน้ำออกมาจากงวงที่แกว่งไปมาได้ โดยเป็นหุ่นยนต์ช้างที่สร้างขึ้นเพื่อทดแทนการใช้งานช้างจริง ที่มักถูกใช้ในพิธีกรรมต่าง ๆ ของวัดฮินดู และเพื่อลดการเบียดเบียนสัตว์ที่กำลังใกล้สูญพันธุ์ในประเทศ
ปกติแล้ว “ช้าง” มักถูกใช้ในพิธีกรรมของวัดฮินดูหลายแห่ง โดยมักจะนำไปเดินขบวน หรือยืนในปรัมพิธี ท่ามกลางฝูงชนที่แน่นขนัด เต็มไปด้วยสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ เช่น แสงไฟ เสียงกลอง เสียงดนตรีที่ดังสนั่น จนทำให้มันตื่นตระหนก ออกอาละวาดเหยียบฝูงชน โจมตีผู้คนที่อยู่โดยรอบจนเสียชีวิต
หุ่นยนต์ช้างที่ว่านี้ ทำจากวัสดุไฟเบอร์กลาสและยาง เคลื่อนที่บนโครงโลหะมีล้อที่แข็งแรงพอที่จะรองรับคนขี่ได้ บางรุ่นสามารถติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อขับเคลื่อนการส่ายหัว การกลอกตาไปมา และการสะบัดหางที่เหมือนจริง โดยทั้งหมดนี้อาจมีราคาสูงถึง 5,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 187,000 บาท
โดยหนึ่งในผู้ที่บริจาคหุ่นยนต์ช้างเพื่อใช้ในวัดฮินดูแห่งนี้ คือ สมาคมเสียงเพื่อช้างเอเชีย (Voice for Asian Elephants Society) ซึ่งให้เหตุผลว่าจะช่วยให้ประเพณีหรือการประกอบพิธีต่าง ๆ ของวัดที่ต้องใช้ช้าง มีทางเลือกใหม่ที่ไม่ต้องทารุณกรรมสัตว์ และยังลดการกักขังช้างไว้เพื่อใช้งาน
ทั้งนี้มีข้อมูลจากนักรณรงค์ขององค์กรพิทักษ์สัตว์ หรือ พีต้า (PETA) ที่ระบุว่าในประเทศอินเดีย มีช้างที่ถูกกักขังมากกว่า 2,700 ตัว ซึ่งพวกมันมักเผชิญกับสภาวะความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรง เพราะช้างเป็นสัตว์ที่อยู่กันเป็นโขลง แต่มักถูกเลี้ยงและล่ามโซ่ไว้ตามลำพังเกือบทั้งวัน
โดย พีต้า (PETA) ได้ให้ทุนสนับสนุนการสร้างหุ่นยนต์ช้างมากกว่าสิบตัว ตั้งแต่ปี 2023 โดยมีเงื่อนไขว่าวัดที่ได้รับหุ่นยนต์ช้าง จะต้องย้ายช้างของตนไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ที่ได้รับการอนุมัติ และจะได้รับหุ่นยนต์ช้างที่คลุมด้วยเครื่องประดับศีรษะสีทอง ห้อยพวงมาลัยดอกไม้ เพื่อนำไปใช้สำหรับการใช้ประกอบพิธี ช่วยรักษาประเพณีที่เก่าแก่ในรูปแบบที่ทันสมัยขึ้น
การเปลี่ยนมาใช้งานหุ่นยนต์ช้างในงานพิธีต่าง ๆ ของวัดฮินดู ยังมีข้อดีคือช่วยลดอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับช้างและฝูงชน เพิ่มความปลอดภัยของผู้ศรัทธา รวมถึงยังลดการล่าช้าง การกักขังช้าง โดยเฉพาะช้างเอเชียที่เหลือในป่าน้อยกว่า 50,000 ตัว โดยส่วนใหญ่พบในอินเดีย ศรีลังกา และบางพื้นที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนทำให้กลายเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์
ข้อมูลจาก