รีเซต

เกาหลีใต้ใช้ “กล้อง AI” เฝ้าระวังอันตราย ส่อง “นวัตกรรมกู้ภัย” ช่วยชีวิตบนสะพานแม่น้ำฮัน !

เกาหลีใต้ใช้ “กล้อง AI” เฝ้าระวังอันตราย ส่อง “นวัตกรรมกู้ภัย” ช่วยชีวิตบนสะพานแม่น้ำฮัน !
TNN ช่อง16
30 กรกฎาคม 2569 ( 01:58 )

เกาหลีใต้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการทำร้ายตัวเองและเสียชีวิตสูงที่สุดในโลก โดยเฉพาะบริเวณแม่น้ำฮัน สายน้ำแห่งชีวิต และแลนด์มาร์กสำคัญใจกลางกรุงโซล อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือผู้ที่กำลังสิ้นหวัง ด้วยการใช้กล้องตรวจจับสัญญาณเสี่ยง เพื่อแจ้งเตือนให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงทีมากขึ้น

นวัตกรรมกู้ชีพเปลี่ยนอัตราการรอดชีวิตสู่ 99%

ศูนย์ควบคุมกล้องวงจรปิดแบบบูรณาการสะพานฮันกัง (Hangang Bridge CCTV Integrated Control Center) ได้นำระบบเฝ้าระวังด้วย AI มาใช้งานตั้งแต่ปี 2021 ทำงานผ่านกล้องวงจรปิดเกือบ 900 ตัว ครอบคลุมสะพาน 17 แห่ง หากระบบตรวจจับได้ว่ามีบุคคลยืนลังเลในจุดเสี่ยง เดินเข้าพื้นที่อันตราย หรือยกหูโทรศัพท์สายด่วนป้องกันการทำร้ายตัวเอง ระบบจะส่งสัญญาณเตือนเจ้าหน้าที่กู้ภัยทันที

คิม จุนยอง (Kim Jun-young) หัวหน้าศูนย์ควบคุมฯ เปิดเผยว่า เทคโนโลยีนี้ช่วยให้อัตราการช่วยเหลือชีวิตเหนือน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากเดิมเพียงร้อยละ 56 ในปี 2012 พุ่งสูงขึ้นมากกว่าร้อยละ 99 ในปัจจุบัน โดยทีมกู้ภัยสามารถเดินทางถึงจุดเกิดเหตุบนสะพานส่วนใหญ่ได้ภายใน 5 นาที ซึ่งเป็นช่วงเวลาวิกฤต (Critical Window) ในการยับยั้งและรักษาชีวิต

ทีมงานเผยว่า บทบาทของพวกเขา คือการมอบโอกาสให้คนที่กำลังสิ้นหวัง ได้คิดทบทวนอีกครั้ง เพราะตัวเลือกนั้นอาจไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาต้องการจริง ๆ พร้อมอธิบายว่าการตกจากสะพานความสูง 30 เมตรกระทบผิวน้ำ รุนแรงเทียบเท่ากับการประสบอุบัติเหตุรถชนที่ความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


ถึงแม้จะมีเทคโนโลยี แต่เจ้าหน้าก็ต้องพยายามอย่างหนัก

 ด้วยความช่วยเหลือของเทคโนโลยี AI ทำให้ในปีที่ผ่านมา ระบบสามารถตรวจพบเหตุการณ์สุ่มเสี่ยงได้มากกว่า 1,200 ครั้ง  อย่างไรก็ตามในการปฏิบัติงานจริง เจ้าหน้าที่เผยว่าการเกลี้ยกล่อมอาจทำได้ยาก เพราะหลายคนมักต่อสู้ขัดขืน หรือวิ่งหนี ขณะที่บางรายตัดสินใจทำร้ายตัวเองทันทีเมื่อได้ยินเสียงไซเรนกู้ภัยเข้าใกล้ 


วิกฤตเชิงโครงสร้างที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ

เกาหลีใต้ยังคงเผชิญวิกฤตสุขภาพจิตของประชาชน โดยข้อมูลทางสถิติปี 2024 อัตราการเสียชีวิตจากการทำร้ายตัวเองเพิ่มสูงกว่า 29 คนต่อประชากร 100,000 คน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2011 และยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของคนรุ่นใหม่ช่วงอายุ 10 ถึง 49 ปี

ยู แจฮยอน (Yoo Jae-hyun) ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันการทำร้ายตัวเอง โรงพยาบาลโซลเซนต์แมรีส์ (Seoul St. Mary’s) ระบุว่า แรงกดดันด้านการศึกษา การทำงานหนัก และวัฒนธรรมที่มุ่งโทษบุคคลเมื่อเกิดความล้มเหลว ทำให้ผู้คนรับมือกับความผิดหวังได้ยาก และมักมองว่าตนเองเป็นภาระของคนรอบข้าง โดยกลุ่มคนวัย 20 ปี ถือเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนเข้าห้องฉุกเฉินจากการทำร้ายตัวเองสูงที่สุด


เทรนด์ AI เพื่อการเฝ้าระวังระดับโลก

แนวคิดการใช้ AI เฝ้าระวังไม่ได้มีเพียงแค่ในเกาหลีใต้ บริษัท อาซิลลา (Asilla) จากประเทศญี่ปุ่นได้พัฒนาระบบ AI สำหรับตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ เช่น การล้ม หรือท่าทีของคนที่เตรียมจะกระโดดจากที่สูง โดยเรียนรู้รูปแบบพฤติกรรมผ่านกล้องในอาคารสาธารณะและสถานีรถไฟ ซึ่งเคยช่วยเตือนภัยให้เจ้าหน้าที่เข้าไกล่เกลี่ยผู้เสี่ยงบนดาดฟ้าอาคารได้สำเร็จมาแล้ว 2 เหตุการณ์

อย่างไรก็ตาม ยูกะ ซูซูกิ (Yuka Suzuki) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ อาซิลลา (Asilla) ย้ำว่า เทคโนโลยีไม่ได้มาแทนที่มนุษย์ และไม่สามารถแก้ไขปัญหาระดับโครงสร้างได้เพียงลำพัง หากแต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยลดจำนวนการสูญเสีย ในขณะที่สังคมกำลังเร่งปรับปรุงระบบสนับสนุนด้านสุขภาพจิตให้ทั่วถึงยิ่งขึ้น

แม้ระบบ AI จะทำงานได้อย่างแม่นยำ แต่นวัตกรรมนี้เป็นเพียงแนวปาการชั้นแรกที่ช่วยซื้อเวลาให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงตัวผู้ป่วยได้เร็วขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดควบคู่กันไป คือการร่วมมือกันของสังคมในการสร้างความเข้าใจ ลดแรงกดดัน และยื่นมือช่วยเหลือผู้ที่กำลังเผชิญปัญหา เพื่อหยุดยั้งความสูญเสียตั้งแต่ต้นทาง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง