"ญี่ปุ่น" เหลือประชากรเด็กแค่ 10% ประเทศจะไปต่ออย่างไร จับตาระเบิดเวลาเศรษฐกิจ เรื่องนี้น่ากลัวกว่าที่คิดหรือไม่?

"ญี่ปุ่น" ในวันที่เด็กกำลังจะหมดประเทศ? สัดส่วนเหลือแค่ 10% จับตาระเบิดเวลาด้านเศรษฐกิจ เรื่องนี้อาจจะน่ากลัวกว่าที่คิด
จะเกิดอะไรขึ้น? ถ้าทั้งประเทศมีแต่คนผู้สูงวัย
ถ้าเด็กเกิดใหม่ลดลงไปในทุกปี แล้วอนาคตของชาติจะเป็นเช่นไร คำถามนี้อาจฟังดูไกลตัว แต่กำลังเกิดขึ้นจริงกับประเทศญี่ปุ่น ประเทศที่เคยเป็นหนึ่งในมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก วันนี้กลับกำลังเผชิญ “ขาลงด้านประชากร” อย่างต่อเนื่อง และสถานการณ์ล่าสุดก็ยิ่งน่ากังวลมากขึ้น
ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่น ที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ระบุว่า ประชากรเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีของญี่ปุ่น เหลือเพียง 13.29 ล้านคน ลดลงจากปีก่อนถึง 350,000 คน และถือเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ที่สำคัญ นี่ไม่ใช่แค่การลดลงเพียงปีเดียว แต่เป็นการลดลงต่อเนื่องยาวนานถึง 45 ปีติดต่อกัน
ปัจจุบัน เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี มีสัดส่วนเพียง 10.8% ของประชากรทั้งหมด ลดลงจากปีก่อนอีก 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์ และเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ญี่ปุ่นเริ่มเก็บข้อมูลในปี 2493
ขณะที่ประชากรทั้งประเทศตอนนี้ มีอยู่มากกว่า 120 ล้านคน แต่เด็กกลับมีสัดส่วนลดลงเรื่อย ๆ อย่างชัดเจน
ญี่ปุ่นเข้าสู่ “ขาลงประชากร” อย่างเต็มตัว
เมื่อไล่เรียงข้อมูลตามช่วงอายุ จะเห็นภาพชัดมากขึ้นว่า การเกิดใหม่ในญี่ปุ่นกำลังลดลงต่อเนื่อง เด็กอายุ 12-14 ปี มีประมาณ 3.09 ล้านคน แต่เด็กอายุ 0-2 ปี เหลือเพียง 2.13 ล้านคนเท่านั้น ตัวเลขนี้สะท้อนว่า เด็กที่เกิดใหม่ในแต่ละปีลดลงอย่างต่อเนื่อง และแทบจะทำสถิติต่ำสุดใหม่ทุกปี
เมื่อปี 2568 กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่น รายงานว่า จำนวนเด็กเกิดใหม่ทั้งประเทศ มีเพียง 705,809 คน ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ และเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 10
ขณะที่ผลสำรวจขององค์การสหประชาชาติ หรือ UN พบว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีสัดส่วนประชากรเด็กต่ำเป็นอันดับสองของโลก ในกลุ่มประเทศที่มีประชากรมากกว่า 40 ล้านคน โดยอันดับหนึ่งคือเกาหลีใต้ ที่มีประชากรเด็กเพียง 10.2% แนวโน้มทั้งหมดสะท้อนว่า ญี่ปุ่นยังไม่สามารถพลิกสถานการณ์อัตราเกิดให้กลับมาเพิ่มขึ้นได้ และยังคงอยู่ในภาวะ “ประชากรหดตัว” ต่อไป
วิกฤตประชากร กำลังกลายเป็นระเบิดเวลาทางเศรษฐกิจ
สำนักข่าว Reuters ระบุว่า ญี่ปุ่นกำลังเผชิญ “Demographic Crisis” หรือวิกฤตโครงสร้างประชากรอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ
ปัญหาใหญ่ที่สุด คือ “แรงงานที่หายไป” เมื่อเด็กเกิดน้อยลง ก็หมายความว่า ในอีก 10-20 ปีข้างหน้า จำนวนแรงงานวัยทำงานจะลดลงตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะเดียวกัน ผู้สูงอายุกลับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ข้อมูลล่าสุดจากรัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า ประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป มีสัดส่วนมากกว่า 29% ของประเทศแล้ว ขณะที่อัตราการเกิด หรือ Fertility Rate อยู่ที่ประมาณ 1.2 ต่ำกว่าระดับทดแทนประชากรที่ 2.1 อย่างมาก สถานการณ์นี้ทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็น “Super-aged Society” หรือสังคมสูงวัยระดับสุดยอดอย่างเต็มตัว
เมื่อเด็กน้อยลง เศรษฐกิจก็เริ่มสะเทือนทุกด้าน
ผลกระทบจากประชากรเด็กที่ลดลง ไม่ได้เกิดแค่เรื่องจำนวนคน แต่ลุกลามไปถึงเศรษฐกิจแทบทุกมิติ
1. แรงงานหดตัว
แรงงานที่ลดลง ทำให้หลายบริษัทญี่ปุ่นเริ่มเผชิญปัญหาขาดแคลนพนักงาน โดยเฉพาะภาคการผลิต ก่อสร้าง และบริการ
สำนักข่าว Kyodo รายงานว่า หลายบริษัทเริ่มย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศ หรือหันมาใช้ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์แทนแรงงานมนุษย์มากขึ้น
ญี่ปุ่นจึงกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่เร่งใช้ AI และ Automation อย่างจริงจัง เพื่อรับมือกับการขาดแคลนแรงงานในอนาคต
2. การบริโภคในประเทศชะลอตัว
เมื่อเด็กน้อยลง ครอบครัวก็เล็กลงตามไปด้วย และส่งผลต่อการใช้จ่ายภายในประเทศ
สินค้าที่เกี่ยวข้องกับเด็ก เช่น การศึกษา ของเล่น รวมถึงอสังหาริมทรัพย์สำหรับครอบครัว เริ่มชะลอตัวลง เพราะจำนวนผู้บริโภคกลุ่มครอบครัวลดลงต่อเนื่อง
3. ภาระงบประมาณของรัฐเพิ่มขึ้น
ในอีกด้านหนึ่ง ผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้รัฐบาลต้องใช้งบประมาณด้านสวัสดิการมากขึ้น ทั้งเงินบำนาญ และค่ารักษาพยาบาล
ขณะที่รายได้ภาษีกลับลดลง เพราะจำนวนแรงงานและผู้เสียภาษีมีน้อยลง
นี่คือโจทย์สำคัญที่หลายฝ่ายมองว่า อาจกลายเป็นแรงกดดันระยะยาวต่อฐานะการคลังของญี่ปุ่น
รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามแก้ปัญหาอย่างไร?
ปัญหาอัตราเกิดต่ำ กลายเป็น “วาระแห่งชาติ” ของญี่ปุ่นมาหลายปีแล้ว
รัฐบาลญี่ปุ่นชุดปัจจุบัน ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เช่นกัน
แนวทางหลักของรัฐบาล ไม่ใช่แค่การกระตุ้นให้คนมีลูกมากขึ้น แต่พยายาม “ลดภาระการเลี้ยงดู” และ “สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีครอบครัว”
มาตรการสำคัญ เช่น
* เพิ่มเงินอุดหนุนเลี้ยงดูบุตร
* ขยายสิทธิ์ลาคลอด
* เพิ่มความยืดหยุ่นในการลาเลี้ยงดูบุตร
* สนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา
* เพิ่มบริการดูแลเด็ก
ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังผลักดันให้ภาคเอกชนปรับรูปแบบการทำงาน เช่น ลดการทำงานล่วงเวลา และเพิ่มรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น
อีกด้านหนึ่ง ญี่ปุ่นยังพยายามแก้ปัญหาความไม่มั่นคงทางรายได้ของคนรุ่นใหม่ เพราะปัจจัยด้านเศรษฐกิจ เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้คนชะลอการแต่งงานและการมีลูก
ทำไมคนญี่ปุ่นไม่อยากมีลูก?
แม้เศรษฐกิจจะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ปัญหาเด็กเกิดน้อยของญี่ปุ่น ไม่ได้เกิดจากเรื่องเงินเพียงอย่างเดียว นี่คือปัญหาระดับ “โครงสร้างสังคม” ทั้งค่าครองชีพที่สูง ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูเด็กที่แพง รวมถึงวัฒนธรรมการทำงานหนักของญี่ปุ่น ล้วนส่งผลต่อการตัดสินใจมีครอบครัว อีกปัจจัยสำคัญ คือ อัตราการแต่งงานที่ลดลง ขณะเดียวกัน บทบาทของผู้หญิงญี่ปุ่นก็เปลี่ยนไป ผู้หญิงมีบทบาทในตลาดแรงงานมากขึ้น มีเป้าหมายด้านอาชีพมากขึ้น และไม่ต้องการหยุดชีวิตเพื่อการแต่งงานหรือเลี้ยงลูกแบบเดิม ทั้งหมดนี้ ทำให้การมีลูกในญี่ปุ่น กลายเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมากกว่าแค่ “อยากมีหรือไม่อยากมี”
ญี่ปุ่นกำลังพยายามปรับตัวเพื่ออยู่รอด
แม้จะเผชิญวิกฤตประชากร แต่ญี่ปุ่นก็พยายามปรับตัวในหลายด้าน ทั้งการใช้เทคโนโลยีแทนแรงงาน การผลักดัน AI และ Automation การเปิดรับแรงงานต่างชาติ รวมถึงการสร้าง “Silver Economy” หรือเศรษฐกิจสำหรับผู้สูงอายุ เพราะในวันที่จำนวนคนแก่เพิ่มขึ้น ญี่ปุ่นก็พยายามเปลี่ยนวิกฤตให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจเช่นกัน แต่คำถามสำคัญคือ เพียงพอหรือไม่
เพราะถ้าเด็กคืออนาคตของประเทศ วันหนึ่งหากประเทศใดไม่มีเด็กมากพอ ก็อาจหมายถึงการไม่มีแรงงาน ไม่มีผู้บริโภค และไม่มีพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต
ญี่ปุ่นจึงอาจไม่ใช่แค่ประเทศที่กำลังเผชิญวิกฤตประชากร แต่กำลังกลายเป็น “ภาพอนาคต” ที่อีกหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงไทย อาจต้องเผชิญในวันข้างหน้าด้วยเช่นกัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
