รีเซต

Anthropic เปิดผลการทดลอง Project Deal ให้ AI เจรจาซื้อขายสินค้าแทนมนุษย์แบบ 100%

Anthropic เปิดผลการทดลอง Project Deal ให้ AI เจรจาซื้อขายสินค้าแทนมนุษย์แบบ 100%
TNN ช่อง16
27 เมษายน 2569 ( 22:41 )

วันที่ 25 เมษายานที่ผ่านมา บริษัท Anthropic บริษัทผู้พัฒนา AI ชั้นนำ เปิดผลการทดลองล่าสุดให้ AI เจรจาซื้อขายสินค้าแทนมนุษย์แบบ 100% โดยสร้างตลาดซื้อขายสินค้าจำลองในชื่อ "Project Deal" เพื่อให้ตัวแทน AI หรือ AI agents ทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย โดยสามารถเจรจาตกลงซื้อขายสินค้ากันด้วยสิ่งของจริงและเงินจริง 

รายละเอียดของการทดลอง

การทดลองนี้เป็นโครงการนำร่องที่เปิดให้พนักงานของ Anthropic อาสาเข้าร่วมจำนวน 69 คน โดยแต่ละคนจะได้รับงบประมาณ 100 ดอลลาร์สหรัฐ ใช้วิธีจ่ายผ่านบัตรของขวัญ เพื่อนำไปซื้อของจากเพื่อนร่วมงาน

ในขั้นตอนแรก AI อย่าง Claude จะทำการสัมภาษณ์พนักงานเพื่อสอบถามข้อมูลว่าพวกเขาต้องการขายอะไร ต้องการซื้ออะไร ในราคาเท่าใด รวมถึงกำหนดสไตล์การเจรจาต่อรอง

หลังจากนั้นระบบจะปล่อยให้ AI เข้าไปตั้งโพสต์ เสนอราคา และเจรจาต่อรองกันเองในแอปพลิเคชัน Slack โดยไม่มีมนุษย์เข้าไปแทรกแซงหรือคอยอนุมัติใด ๆ ทั้งสิ้น

ผลปรากฏว่า AI สามารถตกลงซื้อขายกันได้สำเร็จถึง 186 รายการ มูลค่ารวมกว่า 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ สินค้าและบริการที่มีการแลกเปลี่ยนกันมีตั้งแต่ สโนว์บอร์ด, ลูกปิงปอง 19 ลูก ไปจนถึงการเจรจาขอพาสุนัขไปเดินเล่น

โมเดลที่ฉลาดกว่าให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า แต่ผู้คนกลับไม่รู้ตัว

ทีมงานบริษัท Anthropic ได้แบ่งการทดลองเป็น 4 ตลาดคู่ขนานเพื่อใช้ในการศึกษาเปรียบเทียบ โดยแอบให้ผู้เข้าร่วมใช้งาน AI ต่างรุ่นกัน ได้แก่ Claude Opus 4.5 (รุ่นที่ล้ำหน้าที่สุด) และ Claude Haiku 4.5 (รุ่นเล็กสุด)

ผลการวิจัยพบว่า โมเดลที่มีความสามารถสูงกว่าอย่าง Opus สามารถสร้างผลลัพธ์ในการซื้อขายได้ดีกว่าอย่างชัดเจน โดยเมื่อ Opus เป็นผู้ขาย จะสามารถขายของชิ้นเดียวกันได้แพงกว่าเฉลี่ย 2.68 ดอลลาร์สหรัฐ และเมื่อเป็นผู้ซื้อก็สามารถต่อราคาให้ซื้อได้ถูกลง 2.45 ดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ ทางบริษัทยังพบว่าคำสั่งการเจรจา เช่น สั่งให้ AI เจรจาแบบดุดัน หรือ แบบใจดี แทบจะไม่มีผลต่อราคาหรือโอกาสในการขายเลย เมื่อเทียบกับความฉลาดของตัวโมเดล AI เอง

สิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุด คือ ผู้เข้าร่วมทดลองที่ใช้โมเดลรุ่นเล็กและเสียเปรียบในการเจรจากลับไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองได้ข้อเสนอที่แย่กว่า โดยผลสำรวจพบว่าผู้เข้าร่วมยังคงให้คะแนนระดับความยุติธรรมของการซื้อขายอยู่ในเกณฑ์ดี

อนาคตของตลาดการค้าเสรีระหว่าง AI

แม้ว่าผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่จะพึงพอใจกับประสบการณ์นี้มาก จนถึงขั้นที่ 46% ระบุว่ายินดีที่จะจ่ายเงินเพื่อใช้บริการ AI ลักษณะนี้ในอนาคต แต่ Anthropic ก็ได้ตั้งข้อสังเกตและแสดงความกังวลว่า หากในอนาคตเกิดระบบเศรษฐกิจที่มี AI เป็นตัวแทนขึ้นมาจริง ๆ อาจก่อให้เกิดปัญหาช่องว่างด้านคุณภาพ AI ที่สร้างความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจอย่างเงียบ ๆ โดยที่ผู้แพ้หรือผู้เสียเปรียบในตลาดอาจไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองกำลังเสียผลประโยชน์อยู่

ตัวอย่างการใช้งานในอนาคต

ในอนาคต ทักษะการเจรจาต่อรองอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่มนุษย์อีกต่อไป แต่ AI จะสามารถเข้ามาทำหน้าที่แทนได้ โดยรวบรวมข้อมูลความชอบส่วนบุคคล วิเคราะห์ความต้องการ และดำเนินการซื้อขายแทนมนุษย์แบบอัตโนมัติ ช่วยลดความยุ่งยากและเพิ่มโอกาสในการตกลงกันได้ง่ายขึ้น เช่น การช่วยขายของที่เจ้าของไม่ต้องการแล้ว หรือค้นหาหนังสือสะสมที่ผู้ใช้กำลังตามหา

ขณะเดียวกัน การใช้งาน AI จะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการซื้อขายสินค้าเท่านั้น แต่ยังสามารถขยายไปสู่การเจรจาเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ หรือบริการได้อีกด้วย ตัวอย่างเช่น การช่วยต่อรองเพื่อขอเวลาพาสุนัขไปเดินเล่นในช่วงบ่าย เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและการพักผ่อน

นอกจากนี้ ตัวแทน AI ยังมีบทบาทสำคัญในภาคธุรกิจและองค์กร โดยสามารถทำหน้าที่เป็นผู้แทนในการทำธุรกรรมระหว่างกัน ซึ่งมีความซับซ้อนมากขึ้น และเกี่ยวข้องกับแรงจูงใจที่หลากหลายกว่าการทำธุรกรรมในระดับบุคคลทั่วไป 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง