ครบ 84 วันต้องปล่อย! เปิดกฎหมายคดีโกงสอบท้องถิ่น

กรณีผู้ต้องหาคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น 3 ราย ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 หลังครบกำหนดฝากขังตามกฎหมาย 84 วัน ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า เหตุใดผู้ต้องหาจึงสามารถออกจากเรือนจำได้ ทั้งที่กระบวนการดำเนินคดียังไม่สิ้นสุด
ตามรายงานความคืบหน้าคดี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยังไม่สามารถดำเนินการส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดเพื่อฟ้องคดีได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ส่งผลให้ไม่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาต่อไปโดยอาศัยหมายฝากขังเดิมได้
อย่างไรก็ตาม การปล่อยตัวครั้งนี้มีหลักกฎหมายรองรับ และต้องแยกความแตกต่างระหว่างการครบกำหนดฝากขัง การได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว และการพ้นจากข้อกล่าวหา ซึ่งมีผลทางกฎหมายไม่เหมือนกัน
เปิดมาตรา 87 ทำไมฝากขังได้สูงสุด 84 วัน?
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 กำหนดหลักเกณฑ์การควบคุมตัวผู้ต้องหาในระหว่างสอบสวน โดยระยะเวลาฝากขังขึ้นอยู่กับอัตราโทษของความผิดที่ถูกกล่าวหา
สำหรับคดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ศาลสามารถอนุญาตให้ฝากขังได้ครั้งละไม่เกิน 12 วัน รวมสูงสุด 7 ครั้ง หรือ 84 วัน โดยการขอฝากขังแต่ละครั้งต้องมีเหตุจำเป็นตามกฎหมาย
เมื่อครบระยะเวลาฝากขังสูงสุด หากยังไม่มีการฟ้องคดีต่อศาลและไม่มีอำนาจตามกฎหมายอื่นรองรับการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ไม่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาต่อไปโดยอาศัยหมายฝากขังเดิมได้
สำหรับคดีโกงสอบท้องถิ่น กรมราชทัณฑ์ชี้แจงตามรายงานวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ว่า ผู้ต้องหาครบกำหนดฝากขัง 84 วัน ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม ขณะที่ ป.ป.ช. ยังไม่สามารถส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดดำเนินการฟ้องคดีได้ทันตามกำหนด จึงต้องดำเนินการปล่อยตัวตามขั้นตอนของกฎหมาย
ปล่อยตัวครบกำหนดฝากขัง ต่างจากประกันตัวอย่างไร?
แม้ผู้ต้องหาจะได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำเช่นเดียวกัน แต่เหตุผลทางกฎหมายมีความแตกต่างกัน
การปล่อยตัวเมื่อครบกำหนดฝากขัง เป็นกรณีที่ระยะเวลาควบคุมตัวตามหมายศาลสิ้นสุดลง และไม่มีฐานอำนาจตามกฎหมายให้ควบคุมตัวต่อไป
ส่วนการปล่อยชั่วคราวหรือการประกันตัว เป็นกระบวนการที่เจ้าพนักงานหรือศาลพิจารณาคำร้องขอปล่อยตัวระหว่างดำเนินคดี โดยอาจกำหนดเงื่อนไขหรือหลักประกันตามความเหมาะสม
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
- มาตรา 107 กำหนดให้พิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยรวดเร็ว และวางหลักให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยพึงได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย
- มาตรา 108 กำหนดปัจจัยประกอบการพิจารณา เช่น ความหนักเบาของข้อหา พยานหลักฐาน พฤติการณ์แห่งคดี และหลักประกัน
- มาตรา 108/1 กำหนดเหตุที่อาจไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว เช่น มีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ก่อเหตุอันตราย หรือขัดขวางการดำเนินคดี
ดังนั้น การปล่อยตัวผู้ต้องหาในคดีโกงสอบท้องถิ่นตามรายงานล่าสุด เป็นกรณีครบกำหนดระยะเวลาฝากขัง ไม่ใช่การได้รับอนุญาตให้ประกันตัวตามคำสั่งศาล
พ้นเรือนจำแล้ว ยังถูกดำเนินคดีต่อได้หรือไม่?
แม้ผู้ต้องหาจะได้รับการปล่อยตัว แต่กระบวนการทางอาญายังสามารถดำเนินต่อไปได้ เนื่องจากการครบกำหนดฝากขังไม่ได้ทำให้ข้อกล่าวหาสิ้นสุดลง และไม่ใช่คำพิพากษาว่าผู้ต้องหาไม่มีความผิด
ป.ป.ช. ยังคงมีอำนาจดำเนินกระบวนการไต่สวนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากมีมูลความผิดสามารถดำเนินขั้นตอนส่งเรื่องเพื่อฟ้องคดีต่อไปได้ โดยต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขและระยะเวลาอายุความที่กฎหมายกำหนด
สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ ต้องติดตามการดำเนินงานของ ป.ป.ช. ว่าจะสรุปและส่งสำนวนได้เมื่อใด รวมถึงการพิจารณาของอัยการสูงสุด และการนำคดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล
กรณีดังกล่าวยังเกี่ยวข้องกับหลักการสำคัญในกระบวนการยุติธรรม คือ บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดยังได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และต้องได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
การปล่อยตัวเมื่อครบกำหนดฝากขังเป็นการดำเนินการตามข้อจำกัดระยะเวลาควบคุมตัวที่กฎหมายกำหนด ขณะที่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการดำเนินคดียังคงดำเนินต่อไปได้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
