6 กลยุทธ์ของวัยใสกับวิถีใหม่การใช้ชีวิตท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ในแบบของยูนิเซฟ

6 กลยุทธ์ของวัยใสกับวิถีใหม่การใช้ชีวิตท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ในแบบของยูนิเซฟ
TrueID
17 เมษายน 2563 ( 20:12 )
168
6 กลยุทธ์ของวัยใสกับวิถีใหม่การใช้ชีวิตท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ในแบบของยูนิเซฟ

การเป็นวัยรุ่นไม่ใช่เรื่องง่าย และการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น เพราะชีวิตต้องเจอทั้งการปิดโรงเรียนชั่วคราวและการยกเลิกกิจกรรมต่าง ๆ ทำให้เยาวชนจำนวนมากอาจจะพลาดช่วงเวลาที่สำคัญในชีวิต รวมทั้งเวลาแห่งความสนุกสนานในแต่ละวัน 

 

เพื่อช่วยให้ทุกคนฝ่าฟันกับความท้าทายครั้งนี้ องค์การยูนิเซฟได้พูดคุยกับ ดร. ลิซา ดามูร์ นักจิตวิทยาวัยรุ่นผู้เชี่ยวชาญ นักเขียนหนังสือเจ้าของผลงานยอดขายสูงสุด และคอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์ นิวยอร์กไทม์ ที่ได้แนะนำ 6 กลยุทธ์ เพื่อการดูแลตัวเองทั้งทางร่างกายและจิตใจดังนี้

 

  1. “เข้าใจความกังวล” จำไว้ว่าความวิตกกังวลนั้นเป็นเรื่องปกติ 

หากกำลังรู้สึกกังวลจากหัวข้อข่าวที่น่าตกใจในแต่ละวัน ให้จำไว้ว่า คุณไม่ได้รู้สึกเพียงคนเดียวและไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะรู้สึกเช่นนี้ นักจิตวิทยายอมรับกันมานานแล้วว่าความวิตกกังวลเป็นกลไกปกติของร่างกายที่มีประโยชน์ในการแจ้งเตือนให้เราทราบถึงภัยคุกคาม เพื่อหาวิธีป้องกันตนเอง ความกังวลจะช่วยให้เราตัดสินใจว่าจะต้องทำสิ่งใดในขณะนั้น เช่น ไม่พบปะผู้คน หรือไปอยู่ในกลุ่มคนจำนวนมาก หมั่นล้างมือและไม่สัมผัสใบหน้าของตน เป็นต้น

 

ความรู้สึกเหล่านั้นไม่เพียงช่วยให้ตัวคุณเองปลอดภัย แต่ยังรวมถึงผู้อื่นด้วย หากยังรู้สึกไม่สบายใจอีก บอกให้ผู้ปกครองหรือผู้ใหญ่ที่ไว้ใจ เพราะพวกเขาช่วยคุณได้ เราสามารถทำอะไรได้หลายอย่างเพื่อดูแลตัวเราเองและผู้อื่นให้ปลอดภัย 

 

  1. “ ให้เวลากับตัวเอง” ทำกิจกรรมที่ตัวเองสนใจ

นักจิตเห็นพ้องกันว่า เมื่อเราตกอยู่ในสภาวะยากลำบากอย่างต่อเนื่อง เราจะต้องแบ่งปัญหาออกเป็นสองส่วน คือปัจจัยที่ควบคุมได้และปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ แม้ในเวลานี้ หลาย ๆ อย่างเราจะไม่สามารถทำอะไรได้ แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้เรารับมือกับปัญหาเหล่านี้ได้คือการทำกิจกรรมที่เราสนใจ เพื่อผ่อนคลายและสร้างสมดุลให้กับชีวิตในแต่ละวัน 

 

  1. “โฟกัสสิ่งที่ควบคุมได้” มุ่งมั่นทำสิ่งใหม่

คุณเคยสนใจทำอะไรใหม่ ๆ บ้างไหม เช่น อ่านหนังสือเล่มใหม่ หรือฝึกเล่นเครื่องดนตรีชิ้นใหม่ นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด! การมีสมาธิอยู่กับกิจกรรมตรงหน้าและหาวิธีใช้เวลาที่เพิ่มขึ้นอย่างสร้างสรรค์ เป็นวิธีดูแลสุขภาพจิตของคุณที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ตัวฉันเองก็จดรายชื่อหนังสือที่ต้องการอ่าน และสิ่งที่ตั้งใจจะทำทั้งหมดไว้แล้ว 

 

  1.  “โอบกอดความรู้สึก” ยอมรับความรู้สึกของตัวเอง

การพลาดโอกาสทำกิจกรรมกับเพื่อนฝูง งานอดิเรก หรือการแข่งขันกีฬา ล้วนเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างมากสำหรับวัยรุ่น สิ่งเหล่านี้เป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ที่ทำให้วัยรุ่นเศร้าหมอง และวิธีที่ดีที่สุดในการรับมือคือ การยอมรับว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร เมื่อยอมรับความรู้สึกตัวเองได้แล้ว ทางเดียวที่จะหลุดพ้นก็คือ ต้องผ่านความรู้สึกนั้นมาให้ได้ ดังนั้น หากเศร้าก็จงเศร้า และเมื่อปล่อยให้ตัวเองรู้สึกถึงความเศร้าแล้ว ความรู้สึกของคุณก็จะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเด็กแต่ละคนต่างมีวิธีจัดการกับความรู้สึกของตัวเองที่แตกต่างกันไป เด็กบางคนอาจทำงานศิลปะ หรือบางคนก็ต้องการพูดคุยกับเพื่อน สิ่งสำคัญคือการเลือกทำในสิ่ง “ใช่” สำหรับตัวเอง 

 

  1. “เพื่อนคนเดิม เพิ่มเติมคือโซเชียล” หาวิธีใหม่ ๆ ในการสนุกกับเพื่อนฝูง

หากต้องการใช้เวลากับเพื่อนฝูงโดยที่ยังต้องรักษาระยะห่างทางสังคมอยู่ล่ะก็ สื่อสังคมออนไลน์เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ ที่สามารถให้ลองมาใช้ความคิดสร้างสรรค์ต่าง ๆ  เช่น อาจเข้าร่วมกิจกรรม #มือสะอาด ใน Tik-Tok Challenge เป็นต้น แต่การใช้สื่อออนไลน์ควรจัดสรรเวลาให้เหมาะสม เพราะสื่อสามารถสร้างความวิตกกังวล และอาจไม่ดีต่อสุขภาพเมื่อใช้เป็นเวลานาน

 

  1. “ส่งต่อความรัก” เมตตาตนเองและผู้อื่น

วัยรุ่นบางคนกำลังเผชิญกับการถูกระรานหรือข่มเหงในสถานศึกษา โดยมีสาเหตุมาจากสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับการข่มเหงรังแกทุกรูปแบบคือ การขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น เด็กและวัยรุ่นที่ตกเป็นเป้าไม่ควรเผชิญหน้ากับการระรานเหล่านั้นเพียงลำพัง แต่พวกเขาควรหันไปหาเพื่อนหรือผู้ใหญ่ที่จะให้ความช่วยเหลือและการสนับสนุนแก่พวกเขาได้ หากคุณเห็นเพื่อนถูกรังแก จงยื่นมือเข้าไปและพยายามให้ความช่วยเหลือ การไม่ทำอะไรเลยจะทำให้บุคคลนั้นรู้สึกว่าทุกคนไม่ในใจหรือห่วงใยเขา จงจำไว้ว่าคำพูดของคุณสร้างความแตกต่างได้ และต้องไม่ลืมไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนส่งต่อข้อมูลหรือบอกกล่าวสิ่งใด ๆ ที่อาจเป็นการทำร้ายจิตใจผู้อื่น โดยเฉพาะในช่วงภาวะวิกฤตเช่นนี้

 

 

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโควิด -19 ได้ที่ www.unicef.org/thailand/th/coronavirus/covid-19

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง