บุหรี่ไฟฟ้าใช้กลยุทธ์จิตวิทยาล่าเหยื่อ ดันภาพลวงตาวัยรุ่นไทย

ภาคประชาสังคมผสานพลัง กันเด็กไทยห่างไกล “บุหรี่ไฟฟ้า”
“บุหรี่ไฟฟ้า” หรือ “พอด” กำลังเป็นภัยร้ายตัวใหม่ที่ไม่ต่างจากยาเสพติด เพราะนอกจากจะส่งผลตรงต่อสมองและระบบประสาทเด็กและเยาวชนไทยแล้ว ยังมีข้อมูลที่น่าตกใจอีกว่า เด็กอายุระหว่าง 10-19 ปี ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าเกินครึ่งภาวะเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า
ประเทศไทยมีความพยายามควบคุมบุหรี่ไฟฟ้ามาเป็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อหยุดการรุกคืบของอุตสาหกรรมยาสูบนี้ ด้วยมีแนวโน้มจำนวนผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นทุกปี และเกิดนักสูบหน้าใหม่ที่มีอายุเฉลี่ยน้อยลงๆ
เมื่อเร็วๆ นี้ ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จัดประชุมวิชาการ “บุหรี่กับสุขภาพแห่งชาติ” ครั้งที่ 23 ในโอกาสครบ 20 ปี ศจย. มีเวทีพูดคุยถึงการดำเนินงาของหลากหลายเครือข่ายทีร่วมดำเนินงานรณรงค์ลดการสูบบุหรี่ทั่วประเทศ อาทิ เทศบาลตำบลห้วยวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.), จังหวัดเพชรบูรณ์, มูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน
ภาคประชาสังคมกระชากหน้ากากบุหรี่ไฟฟ้า
เพื่อยกระดับการต่อสู้ และรู้เท่าทันกลยุทธ์บุหรี่ไฟฟ้า ยาสูบรูปแบบใหม่นั้น กำลังสำคัญหนีไม่พ้น ภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคมที่อยู่ในพื้นที่ ซึ่งรับรู้ปัญหาเป็นอย่างดี กำลังเป็นทัพหน้าในการทำงานเชิงรุกให้กับ ศจย.
เทศบาลตำบลห้วยวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความโดดเด่นด้านการต่อสู้กับยาเสพติดมาต่อเนื่อง โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้า ภัยตัวใหม่ที่กำลังคุกคามเยาวชนอยู่ ณ ขณะนี้
นายต่อศักดิ์ ยิบพิกุล นายกเทศมนตรีตำบลห้วยวัง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เล่าถึงการรณรงค์ให้เห็นถึงพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า จนยกระดับขึ้นเป็นนโยบายสาธารณะที่ทุกส่วนต้องให้ความสำคัญ
“เราพยายามทำให้เกิดพื้นที่สาธารณะปลอดบุหรี่อย่างจริงจัง นอกจากนี้ในพื้นที่ ยังมีองค์การบริหารส่วนตำบลอีก 8 แห่งที่ร่วมมือกันที่จะทำให้ตำบลห้วยวังทองปลอดบุหรี่ และภายในปี 2570 จะต้องไม่มีบุหรี่ไฟฟ้าภายในตำบลห้วยวังทองอย่างเด็ดขาด”
เช่นเดียวกับ “นครปฐม” สมาชิกหนึ่งใน 39 จังหวัดของสมาพันธ์จังหวัดปลอดบุหรี่ มุ่งเน้นการณรงค์อย่างครอบคลุมทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการพัฒนาคน ด้วยแนวคิด ใครก็ได้ที่มีจิตอาสาควบคุมยาสูบ ไม่จำเป็นต้องเป็นหน่วยงานราชการเสมอไป
นางจริยาพันธ์ รุจิรัชกุล นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม เล่าถึงการทำงานในพื้นที่ว่า “ เราบูรณาการคน ผู้นำชุมชนที่เกี่ยวข้อง บ้าน วัด โรงเรียน ปกป้องตั้งแต่ในชุมชน ทำชุมชนต้นแบบปลอดบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้าที่กำลังเริ่มเข้ามา เรามีชุมชนปลอดบุหรี่ เช่น ชุมชนวัดพระงาม มีการลงนามความร่วมมือกับสถานศึกษาจำนวน 20 โรงเรียนดำเนินการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียน เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม”
ขณะเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม มอบไว้เป็นนโยบายที่จะปกป้องเด็กและเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า และบุหรี่มวน โดยให้ทุก อปท. เป็นส่วนหนึ่งของแบบประเมินประสิทธิภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ LPA และในปี 2568 เครือข่ายพยาบาลได้พัฒนาศักยภาพบุคคลากรเพื่อคัดกรองเด็กในโรงเรียนตามแนวทาง หนึ่งโรงพยาบาลหนึ่งโรงเรียน บำบัดบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียน
นางฐาณิษา สุขเกษม ผู้อำนวยการศูนย์สื่อสร้างสรรค์ ภาคตะวันออก ในฐานะคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) เป็นอีกหนึ่งภาคประชาสังคมที่มีบทบาทในการรณรงค์ควบคุมบุหรี่ในพื้นที่ ชี้ว่า บทบาทของ กขป.เป็นกลไกเชื่อมร้อยกำหนดนโยบายท้องถิ่น ท้องที่ โดยเฉพาะการกำหนดนโยบายสมัครใจในประเด็นสุขภาพที่พื้นที่ต้องการ
“บุหรี่ไฟฟ้าเป็นปัญหาสุขภาวะใหม่ที่รุนแรง บุหรี่มวนลดลง แต่บุหรี่ไฟฟ้าเป็นเรื่องใหม่ที่พุ่งเป้าไปที่เด็กและเยาวชน เราจึงต้องเชื่อมโยงกับชุมชนให้มากขึ้น เพราะเวลา กขป. ลงพื้นที่ใหม่ บางท้องที่จะไม่รู้เลย ว่า บุหรี่ไฟฟ้าอันตรายกว่าบุหรี่มวน ซี่งอาจจะเพราะยังมีการสื่อสารไม่มากพอ และท้องถิ่นอาจจะยังไม่รู้ว่า นี่คือบุหรี่ไฟฟ้า ตอนนี้มี กขป.จำนวน 8 เขตจาก 13 เขต ที่เข้าร่วมรณรงค์บุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง เพื่อเชื่อมใจ เชื่อมปัญหา เชื่อมพลัง ร่วมกันในการขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างจริงจัง” นางฐาณิษา ให้ข้อมูล
สำหรับโรงเรียน หน่วยจัดการที่ใกล้ชิดกับเด็กและเยาวชน ในพื้นที่ น.ส.ประกาย บรรลัง ผู้อำนวยกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.) จังหวัดเพชรบูรณ์ มองว่า การที่เด็กและเยาวชนเป็นเป้าหมายหลักของธุรกิจบุหรี่ไฟฟ้า เดิมเราดูแลควบคุมบุหรี่มวน เมื่อเป็นบุหรี่แปลงร่าง ภาระเพิ่มมากขึ้นอีก ดังนั้น โรงเรียน สถานศึกษาเป็นด่านแรกของการสร้างภูมิคุ้มกัน การขับเลื่อนนโนบายไปสู่การปฏิบัติ ให้โรงเรียนเป็น ร.ร.ปลอดบุหรี่
“เรามีเครือข่ายนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ เช่น การแสดงนโยบายเชิงสัญลักษณ์ ผลักดันการประเมิน ส่งเสริมบูรณาการพิษภับยบุหรี่ในหลักสูตร 8 กลุ่มสาระของทุกโรงเรียนจะมีการสอดแทรกกิจกรรมเรื่องบุหรี่เข้าไป มีการพัฒนาแกนนำ Gen-Z เปิดพื้นที่เรียนรู้ ศูนย์เรียนรู้โรงเรียนปลอดบุหรี่ หลักสูตรดาวกระจายไร้ควัน”
ปัจจุบันสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จังหวัดเพชรบูรณ์ มีชมรมปลอดบุหรี่ 219 ชมรม มีนวัตกรรมการควบคุมยาสูบกว่า 50 ผลงาน เกิดศูนย์เรียนรู้ 15 แห่ง โดยมีเยาวชนรวมเป็นเครือข่ายมากกว่า 5,000 คน
นิทานปลอดพอด กระชากหน้ากากบุหรี่ไฟฟ้า
สื่อสร้างสรรค์รู้เท่าทันกลยุทธ์บุหรี่ไฟฟ้า การสื่อสารที่จะพาเด็กไทยห่างไกลบุหรี่ไฟฟ้า นั่นก็คือ การใช้การ์ตูนสื่อสาร หนึ่งแนวคิดของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)
นางสุดใจ พรหมเกิด ประธานมูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน มองว่า “นิทานปลอดพอท” มหัศจรรย์พลังนิทาน คือ ทางเลือก ทางรอดของเด็กไทย นิทานเป็นพลังจิตใต้สำนึกเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นในกลุ่มเด็กเล็ก เมื่อเด็กอยากจะเรียนรู้ ต้องเรียนรู้บนพื้นฐานของความสนุกสนานด้วย
“เราใช้การ์ตูนในการสื่อสารประเด็นสุขภาวะ สสส.ใช้การอ่านเป็นเครื่องมือ กระบวนการ กลยุทธ์เชิงรุก นิทานการ์ตูนที่เด็กชอบจะนำผลสัมฤทธิ์ได้ ตอนนี้เราเข้าไปที่โรงเรียน กว่า 200 แห่ง เป็นผู้พิทักษ์เด็กทำให้เด็กๆ รู้เท่าทัน เกิดค่านิยมไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า เราใช้เวลาไม่ถึงครึ่งปี เกิดผลแล้ว”
ขณะเดียวกันตามนโยบาย 7+1 ในปี 2569 ของสสส.ประธานมูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน บอกว่า บุหรี่ไฟฟ้าเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจริงจัง และอยู่ในแผน 5 ปี ของ สสส. ที่ต้องสร้างค่านิยมไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า เช่นเดียวกับ การไม่เอาบุหรี่มวน
จะเห็นว่า บุหรี่ไฟฟ้า คือพิษภัยฉกาจตัวใหม่ ที่กำลังรุกหนักเยาวชนไทยอย่างหนักหน่วง และท่าทีคุกคามไม่ลดละ จำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องรวมพลัง จับมือร่วมกันฉุดเยาวชนไทย ให้พ้นมัจจุราชตัวนี้ให้ได้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
