TOGปั้นกรอสมาร์จิ้น22% จ่อโรดโชว์อิตาลีหนุนโต

#TOG #ทันหุ้น - TOG ตั้งเป้ากรอสมาร์จิ้นปีนี้กลับมาแตะ 22% หลังปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากสหรัฐเก็บภาษีนำเข้า เหตุปรับราคาขายขึ้น-เน้นเพิ่มประสิทธิภาพพร้อมนำ AI ช่วยในการดำเนินธุรกิจหนุนต้นทุนลด สัปดาห์หน้าเตรียมไปออกงานแสดงสินค้าประเทศอิตาลี หวังต่อยอดลูกค้าเดิม-ได้ลูกค้าใหม่ แจงปีนี้มุ่งขยายตะวันออกลาง คงเป้ารายได้ปีนี้โต 8%
นายธรณ์ ประจักษ์ธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TOG เปิดเผยกับ "ทันหุ้น" ว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้น (กรอสมาร์จิ้น) จะกลับมาอยู่ระดับเดียวกับปี 2567 ที่ 22% หลังจากปี2568 กรอสมาร์จิ้นของบริษัทปรับตัวลดลงจากผลกระทบจากสหรัฐเก็บภาษีน้ำเข้าอัตรา 19% โดยกรอสมาร์จิ้นในปีนี้ที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้น จากการปรับราคาขายสินค้าไปเมื่อต้นปีนี้ และบริษัทมีแผนในการเพิ่มประสิทธิภาพภายในองค์กร และเริ่มมีการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการทำงาน รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรผ่านการ Training โดยการลดต้นทุนดังกล่าวช่วยประหยัดต้นทุนได้ประมาณ 5-6%
@วอลุ่มขายโต
สำหรับยอดขายในปีนี้ในด้านของคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) ของลูกค้าก็ยังคงสั่งเข้ามาต่อเนื่อง คาดว่ารายได้ปีนี้จะเติบโตได้ระดับประมาณ 8% ซึ่งจากผลกระทบค่าเงินบาทที่แข็งค่า และสหรัฐเก็บภาษีนำเข้าจากประเทศไทยที่อัตรา 19% นั้น เมื่อต้นปีที่ผ่านมา บริษัทได้มีการปรับราคาขายไปแล้ว และบริษัทมีการป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน รวมถึงบริษัทมีการหารือเพื่อบริหารจัดการต้นทุนดังกล่าวให้เหมาะสม
“ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น และภาษีนำเข้าสหรัฐที่เพิ่มขึ้น 19% นั้น จากที่บริษัทได้มีการเจรจากับลูกค้าเมื่อปลายปีก่อน เพื่อลดผลกระทบจากเรื่องดังกล่าวในการปรับราคาขึ้นในปีนี้ แต่ปีที่ผ่านมาจากที่บริษัทได้มีการประกาศราคาขายไปแล้วล่วงหน้า ก่อนค่าเงินบาทแข็งค่า จึงต้องยอมรับผลกระทบ ทำให้กรอสมาร์จิ้นปีที่ผ่านมาลดลง”
นายธรณ์ กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าบริษัทเตรียมไปออกงานแสดงสินค้าที่ประเทศอิตาลี ซึ่งจะได้พบกับลูกค้าเดิม และมีโอกาสที่จะได้ลูกค้าใหม่เพิ่มเติม โดยในส่วนของการพบกับลูกค้าเดิมจะเป็นลักษณะของการหารือในการต่อยอดธุรกิจหรือขยายธุรกิจร่วมกัน โดยปกติบริษัทจะมีแผนการไปออกงานแสดงสินค้าต่างประเทศ ปีละ 4 ครั้ง ประกอบด้วย อิตาลี สหรัฐ ฝรั่งเศส และในเอเชีย
@พุ่งเป้าตะวันออกกลาง
สำหรับแผนการขยายตลาดใหม่ๆ นั้น ปีนี้บริษัทจะมุ่งเน้นตลาดตะวันออกกลางเป็นหลัก เพราะมองเป็นตลาดที่มีโอกาสในการเติบโต โดยบริษัทเริ่มเข้าไปเจาะตลาดในดูไบและซาอุดีอาระเบียแล้ว ซึ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าที่มีระบบ Supply Chain ของตัวเอง โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการรอดูผล
“การขยายตลาดใหม่นั้น ปีนี้บริษัทมุ่งเน้นที่ตลาดตะวันออกกลางเป็นหลัก เพราะด้วยสถานการณ์โลกในปีนี้อาจจะยังไม่เอื้อ และบริษัทมีนโยบายที่ไม่ต้องการขยายตัวมากเกินไปจน "Stretch" หรือตึงตัวเกินไป โดยบริษัทเลือกที่จะโฟกัสในพื้นที่ที่เปิดไปแล้วให้มั่นคงก่อน”
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
