THAIเดินหน้าอัพมาร์จิ้น เพิ่มความถี่แทนขยายเมือง

#THAI #ทันหุ้น - THAI ยกระดับเพิ่มความสามารถทำกำไร พลิกเกมเครือข่ายเดินหน้าปั้น Silk Hub เพิ่มความถี่แทนขยายเมือง วางอาเซียนเป็นฐาน จีน–อินเดียเป็นแกน และเส้นทางไกลเป็นตัวสร้างมูลค่า พร้อมบริหารสมดุลผู้โดยสารบินตรงและต่อเครื่องเพื่อคุม Yield ให้สูง รับเครื่องบินใหม่ปีนี้ 10 ลำ
นายกิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เปิดเผยว่า การบินไทยเดินหน้าปรับโครงสร้างเครือข่ายการบินภายใต้ยุทธศาสตร์ Silk Hub เพื่อยกระดับความสามารถในการทำกำไร โดยยึดแนวคิด “เลือกโต ไม่เร่งโต” มุ่งสร้างรายได้ที่ให้ผลตอบแทนจริง มากกว่าการไล่เพิ่มปริมาณผู้โดยสารเพียงอย่างเดียว
* Silk Hub
โดยภายใต้ Silk Hub การบินไทยวางโครงสร้างเครือข่ายเป็น 3 ชั้น ได้แก่ อาเซียนทำหน้าที่เป็นฐาน (Base) ในการป้อนผู้โดยสารเข้าสู่ระบบ จีนและอินเดียเป็นแกนหลัก (Core) ของปริมาณการขนส่ง โดยมีการปรับสมดุลเที่ยวบินให้สอดรับดีมานด์คุณภาพ เช่น อินเดียเพิ่มเป็น 91 เที่ยวบิน และจีนเป็น 81 เที่ยวบิน ขณะที่เส้นทางบินระยะไกล เช่น ยุโรปและออสเตรเลีย ถูกวางบทบาทเป็น Value Creator เพื่อสร้างมูลค่าและกำไรต่อหน่วยในระดับสูงให้กับเครือข่าย
ขณะเดียวกัน บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารความสมดุลของโครงข่าย (Balance Network Strategy) ผ่านการจัดสัดส่วนผู้โดยสารระหว่างกลุ่มบินตรง (Point-to-Point) ซึ่งช่วยรักษา Yield ให้อยู่ในระดับสูง และกลุ่มต่อเครื่อง (Connecting Traffic) ที่ช่วยเติมปริมาณผู้โดยสารให้เต็มลำ โดยการปรับสมดุลสองกลุ่มนี้ตามฤดูกาลท่องเที่ยว จะช่วยเสริม Contribution Margin และต่อยอดไปสู่กำไรสุทธิ (EBIT) ที่มั่นคงมากขึ้น
*เน้นเพิ่มความถี่เส้นทางศักยภาพ
ในเชิงกลยุทธ์ การบินไทยเลือกเพิ่มความถี่ในเส้นทางที่มีศักยภาพและยังมีความต้องการที่ไม่ได้รับการตอบสนอง (Unmet Demand) เช่น ปารีสและมิลาน เพื่อเจาะกลุ่มนักธุรกิจและทราฟฟิกคุณภาพ พร้อมใช้ระบบ Dynamic Pricing กำหนดราคาตามจังหวะตลาดและช่วงเวลาอย่างแม่นยำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสร้างรายได้ต่อเที่ยวบิน
*ขยายฝูงบิน
ด้านฝูงบิน ปีนี้คาดว่าการบินไทยจะมีเครื่องบินรวมราว 101–102 ลำ ใกล้เคียงระดับก่อนโควิด โดยจะทยอยรับมอบเครื่องบินลำตัวกว้างโบอิ้ง 787 – 800 จำนวน 10 ลำในช่วงกลางปี 2569 และใช้เครื่องบินลำตัวแคบอย่างแอร์บัส A321 บินในเส้นทางเมืองรอง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน
นอกจากนี้ บริษัทใช้แนวทาง Asset Light ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรสายการบินทั้งในและนอก Star Alliance ขยายเครือข่ายครอบคลุมกว่า 138 จุดหมายปลายทางทั่วโลก โดยไม่ต้องลงทุนฝูงบินเองทั้งหมด ช่วยดึงทราฟฟิกคุณภาพเข้าสู่ฮับกรุงเทพฯ ด้วยต้นทุนและความเสี่ยงที่ต่ำลง
*เปิดเส้นทางขนส่งใหม่
อีกหนึ่งกลไกสำคัญภายใต้โครงสร้างฮับคือธุรกิจขนส่งสินค้า (Cargo) ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวเสริมเสถียรภาพของรายได้ โดยการใช้พื้นที่ใต้ท้องเครื่อง (Belly Space) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยลดจุดคุ้มทุนของแต่ละเที่ยวบิน และเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของเครือข่ายในภาพรวม
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
