วิธีเช็คผลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2566 ผ่านเว็บไซต์แบบละเอียด ด้วยตนเอง

ข่าววันนี้ ตรวจสอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วันนี้ เปิดวิธีเช็คผลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2566 ผ่านเว็บไซต์แบบละเอียด ด้วยตนเอง มีอะไรบ้าง
- ตรวจสอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่าน ทำอย่างไรต่อ แบบละเอียด
- ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทำยังไง แบบละเอียด
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2566
ผู้ที่ต้องการเช็คผลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2566 ผ่านทางเว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th สามารถทำได้ด้วยตนเอง โดยมีขั้นตอนและรายละเอียดไม่ยาก หากพบว่าสถานะการยืนยันตัวตนสมบูรณ์ ผู้ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติจึงจะสามารถใช้สิทธิสวัสดิการผ่านบัตรประจำตัวประชาชนได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 หากไม่ผ่านเกณฑ์ ผู้ลงทะเบียนสามารถยื่นขออุทธรณ์ผลการพิจารณาคุณสมบัติได้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 1 พฤษภาคม 2566
วิธีเช็คผลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2566 ผ่านเว็บไซต์
1. ผู้ลงทะเบียนตรวจสอบผลการพิจารณาคุณสมบัติด้วยตัวเองผ่านเว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th ตั้งแต่เวลา 06.00 – 23.00 น.
2. ผู้ลงทะเบียนกรอกหมายเลขประจำตัวประชาชน และ วันเดือนปีเกิดตามที่ระบุบนบัตรประจำตัวประชาชน
3.ระบบจะแสดงผลการพิจารณาคุณสมบัติ
กรณีที่ผู้ลงทะเบียนผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ
ขอให้ผู้ลงทะเบียนผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ (ผู้ที่ได้รับสิทธิ) ดำเนินการ ดังนี้
- ใช้บัตรประจำตัวประชาชนอเนกประสงค์ (Smart Card) เพื่อใช้สำหรับการยืนยันตัวตน (กรณีที่ผู้ได้รับสิทธิยังไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนอเนกประสงค์ (Smart Card) ให้ดำเนินการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนอเนกประสงค์ (Smart Card) ก่อนไปยืนยันตัวตน ทั้งนี้ บัตรประจไตัวประชาชนที่ไม่ใช่แบบอเนกประสงค์ (Smart Card) ไม่สามารถใช้ในการยืนยันตัวตนได้)
ยืนยันตัวตนที่ธนาคาร 3 แห่ง ดังนี้
ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. ให้บริการยืนยันตัวตนเป็นเวลา 180 วัน นับจากวันที่ประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติ(วันที่ 1 มีนาคม - 27 สิงหาคม 2566)
ธนาคารกรุงไทยฯ ให้บริการยืนยันตัวตน โดยยังไม่มีกำหนดวันสิ้นสุดการให้บริการ
ผู้ที่ได้รับสิทธิต้องผูกบัญชีพร้อมเพย์กับหมายเลขประจำตัวประชาชนเพื่อรับสิทธิสวัสดิการ โดยผู้ได้รับสิทธิสามารถผูกบัญชีพร้อมเพย์กับธนาคารใดก็ได้ ทั้งนี้ การผูกบัญชีพร้อมเพย์ไว้ล่วงหน้า จะทำให้ผู้ได้รับสิทธิสะดวกในการรับสิทธิสวัสดิการหากกรณีที่ภาครัฐมีสวัสดิการที่จะโอนเข้าบัญชีในอนาคต
กรณีที่ผู้ลงทะเบียนผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติแบบมีเงื่อนไข (กลุ่มผู้ลงทะเบียนทั่วไปที่ไม่สามารถติดตามคู่สมรสได้ที่มีอายุต่ำกว่า 60 ปี): ผู้ลงทะเบียนที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติแบบมีเงื่อนไขจะต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม ได้แก่ ใบสำคัญการหย่า ใบมรณบัตร หนังสือรับรองการตาย และทะเบียนบ้านที่มีการจำหน่ายตาย อย่างใดอย่างหนึ่งก่อนการยืนยันตัวตนต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารที่ไปยืนยันตัวตนทั้ง 3 แห่ง
ขอให้ผู้ลงทะเบียนที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติแบบมีเงื่อนไข (กลุ่มผู้ลงทะเบียนทั่วไปที่ไม่สามารถติดตามคู่สมรสได้ที่มีอายุต่ำกว่ำ 60 ปี) (ผู้ที่ได้รับสิทธิ) ดำเนินการ ดังนี้
- ใช้บัตรประจำตัวประชาชนอเนกประสงค์ (Smart Card) เพื่อใช้สำหรับการยืนยันตัวตน (กรณีที่ผู้ได้รับสิทธิยังไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนอเนกประสงค์ (Smart Card) ให้ดำเนินการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนอเนกประสงค์ (Smart Card) ก่อนไปยืนยันตัวตน ทั้งนี้ บัตรประจไตัวประชาชนที่ไม่ใช่แบบอเนกประสงค์ (Smart Card) ไม่สามารถใช้ในการยืนยันตัวตนได้)
- จะต้องนำเอกสารที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ใบสำคัญการหย่า ใบมรณบัตร หนังสือรับรองการตายและทะเบียนบ้านที่มีการจำหน่ายตาย อย่างใดอย่างหนึ่ง ประกอบการยืนยันตัวตนต่อเจ้าหน้าที่ธนาคาร 3 แห่ง ภายในระยะเวลา 1 ปี หลังจากวันที่ประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติก่อนจะได้รับสิทธิตำมโครงการฯ ปี 2565 ซึ่งหากมีเอกสารครบถ้วนก็จะสามารถยืนยันตัวตนต่อได้
ยืนยันตัวตนที่ธนาคาร 3 แห่ง ดังนี้
ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. ให้บริการยืนยันตัวตนเป็นเวลา 180 วัน นับจากวันที่ประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติ(วันที่ 1 มีนาคม - 27 สิงหาคม 2566)
ธนาคารกรุงไทยฯ ให้บริการยืนยันตัวตน โดยยังไม่มีกำหนดวันสิ้นสุดการให้บริการ
ผู้ที่ได้รับสิทธิต้องผูกบัญชีพร้อมเพย์กับหมายเลขประจำตัวประชาชนเพื่อรับสิทธิสวัสดิการ โดยผู้ได้รับสิทธิสามารถผูกบัญชีพร้อมเพย์กับธนาคารใดก็ได้ ทั้งนี้ การผูกบัญชีพร้อมเพย์ไว้ล่วงหน้า จะทำให้ผู้ได้รับสิทธิสะดวกในการรับสิทธิสวัสดิการหากกรณีที่ภาครัฐมีสวัสดิการที่จะโอนเข้าบัญชีในอนาคต
กรณีที่ผู้ลงทะเบียนไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ: ผู้ลงทะเบียนที่ประสงค์จะดำเนินการยื่นอุทธรณ์สามารถดำเนินการผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ และหน่วยงานรับลงทะเบียน โดยการแสดงผลการพิจารณาคุณสมบัติมีรายละเอียด ดังนี้
ระบบแสดงเกณฑ์ที่ไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ โดยแบ่งออกเป็น 5 เกณฑ์ ได้แก่
- เป็นบุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ
- ไม่ผ่านเกณฑ์รายได้ เนื่องจาก ผู้ลงทะเบียนหรือบุคคลในครอบครัว มีรายได้เฉลี่ยเกิน 100,000 บาท/คน/ปี
- ไม่ผ่านเกณฑ์ทรัพย์สินทางการเงิน เนื่องจาก ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 ผู้ลงทะเบียนหรือบุคคลในครอบครัว มีทรัพย์สินทางการเงินเฉลี่ยเกิน 100,000 บาท/คน/ปี
- ไม่ผ่านเกณฑ์อสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากผู้ลงทะเบียนหรือบุคคลในครอบครัว มีกรรมสิทธิ์ ในอสังหาริมทรัพย์เกินกว่าที่โครงการกำหนด
- ไม่ผ่านเกณฑ์หนี้สิน เนื่องจาก ณ เดือนตุลาคม 2565 ผู้ลงทะเบียนมีบัตรเครดิต/มีวงเงินกู้เกินกว่าที่โครงการกำหนด
ทั้งนี้ ผู้ลงทะเบียนสามารถเรียกดูผลการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้โดย คลิก “ผลกำรตรวจสอบ”
ระบบจะให้ผู้ลงทะเบียนระบุข้อมูลเพื่อยืนยันตัวตนเพิ่มเติม ได้แก่ วัน เดือน ปี เกิด และรหัส Laser หลังบัตรประจำตัวประชำชนตามที่ระบุบนบัตรประจำตัวประชาชน
เมื่อผู้ลงทะเบียนกรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ให้ผู้ลงทะเบียนตรวจความถูกต้องของข้อมูลก่อนกดปุ่ม “ยืนยันตัวตน”
- กรณีที่ผู้ลงทะเบียนระบุข้อมูลไม่ถูกต้อง ระบบจะแสดงข้อความ “กรุณาตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนกดปุ่มยืนยันตัวตน ท่านสามารถยืนยันตัวตนได้อีก 2 ครั้ง”
- ผู้ลงทะเบียนตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลจากนั้นคลิก ยืนยันตัวตน
- หากผู้ลงทะเบียนระบุข้อมูลไม่ถูกต้องเกิน 3 ครั้ง ระบบจะกลับไปยังหน้าหลักเพื่อเริ่มตรวจสอบข้อมูลใหม่
ระบบจะแสดงรายละเอียดข้อมูลผลการพิจารณาคุณสมบัติที่ผู้ลงทะเบียนไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ 4 ส่วน ดังนี้
ข้อมูลจาก กระทรวงการคลัง
--------------------
เกาะติดสถานการณ์โควิด-19 ทันความเคลื่อนไหว ได้ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งตรงถึงมือคุณ
คลิกเลย!! >>> รู้ทันกันโควิด <<< หรือ กด *301*35# โทรออก
ทุกประเด็นร้อนข่าวสาร สาระ ทันเหตุการณ์ พูดคุยกันได้ 24 ชม.
คลิกเลย >>> TrueID Community <<<
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
