สรุปครบที่นี่ ใครได้อะไรบ้าง? “มาตรการชุดใหญ่" รัฐบาลไทยอัดยาแรงรับวิกฤตพลังงาน-พยุงเศรษฐกิจ

เปิดรายละเอียด ล่าสุด ที่นี่! "มาตรการรัฐบาล" ช่วยประชาชน พยุงเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง จัดเต็มแพ็กเกจลดค่าครองชีพ ทั้งเติมเงิน ทั้งให้กู้ พยุงธุรกิจ ช่วยขนส่ง
ข้อมูลล่าสุดจากการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ครม.ได้มีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือคนไทยและทุกภาคส่วน ที่ผู้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแรงกระแทกครั้งใหญ่ อาจจะทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง และอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นไปพร้อมๆกัน หรือภาวะ Stagflation
"ภาคประชาชน" : กลุ่มเปราะบางได้เพิ่มเงิน คนทั่วไปเข้าถึงสินเชื่อพลังงานสะอาด
มาตรการช่วยพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่เติมเงินเพิ่มให้แล้ว ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่วนคนไทยทั่วไป เน้นไปที่การปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ สำหรับติดตั้งโซลาร์บ้าน และซื้อรถอีวี
มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับประชาชน สำหรับกลุ่มเปราะบาง บรรเทาภาระค่าครองชีพผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.22 ล้านคน โดยการขยายวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค เพิ่มให้อีก 100 บาท จากเดิมได้รับอยู่แล้ว 300 บาท เพิ่มาเป็น 400 บาท ให้เวลาใช้ได้ 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 12 พฤษภาคม 2569
สำหรับกลุ่มประชาชนทั่วไป รัฐบาลต้องการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ทั้งการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในบ้านเรือนประชาชน และการซื้อรถอีวี ยานยนต์ไฟฟ้า ผ่านธนาคารออมสินและธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือธอส. ปล่อยกู้ หรือให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan)
เช่น ธนาคารออมสิน โครงการสินเชื่อปรับตัวเพื่อความยั่งยืนฯ วงเงิน 5,000 ล้านบาท วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 2 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 5 ปี โดยมีดอกเบี้ยอัตราพิเศษ และยื่นขอสินเชื่อได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570
ขณะที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ มีโครงการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพื่อประหยัดพลังงาน หลายโครงการ
(1) สินเชื่อบ้านอยู่เย็นเป็นสุข สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม ปรับปรุง และซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับระบบพลังงานทดแทน อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.20 %ต่อปี ระยะเวลาการกู้สูงสุด 40 ปี ยื่นรับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 เมษายน 2569
(2) สินเชื่อบ้านเบอร์ 5 สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อ ปลูกสร้าง และรีไฟแนนซ์ที่อยู่อาศัยที่ได้รับการรับรองคุณสมบัติบ้านเบอร์ 5 จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.69% ต่อปีใน 2 ปีแรก ระยะเวลาการกู้สูงสุด 40 ปี รับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569
(3) สินเชื่อ Solar Roof สำหรับลูกค้าสวัสดิการ ที่หน่วยงานทำข้อตกลงโครงการสวัสดิการเงินกู้ที่อยู่อาศัย ที่ต้องการกู้เพิ่มเพื่อซื้อ Solar Roof วงเงินสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท
"ภาคเกษตร" : ได้ Soft Loan ลดต้นทุน เพิ่มศักยภาพการผลิต
สำหรับชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ หรือว่ากลุ่มของเกษตรกรก็จะได้รับการช่วยเหลือเช่นกัน ผ่านธ.ก.ส.
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิต วงเงินสินเชื่อ 30,000 ล้านบาท เพื่อซื้อปัจจัยการผลิต และมีการอบรม/เรียนรู้ทักษะที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร อัตราดอกเบี้ย 6%ต่อปี ทั้งนี้ ถ้าหากเกษตรกรผู้กู้สามารถทำได้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข รัฐบาลจะชำระดอกเบี้ยแทนเกษตรกร 3% ต่อปี วงเงินสินเชื่อต่อรายสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ ไม่เกิน 12 เดือน ระยะเวลาโครงการ 3 ปี
"ภาคธุรกิจ" : SMEs เติมสภาพคล่อง ปรับตัวสู่ดิจิทัลและอุตสาหกรรมสีเขียว
ส่วนธุรกิจรายย่อย หรือกลุ่มของ SMEs คือการเติมทุน เสริมสภาพคล่อง ด้วยซอฟต์โลน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
คลังร่วมกับธนาคารออมสิน จัดโครงการ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย วงเงิน 100,000 ล้านบาท โดยผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุนเพื่อปรับตัว (Transformation) ทั้งในด้านความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดิจิทัล เทคโนโลยี
นอกจากนี้ ยังมีโครงการสินเชื่อ SME Green Productivity ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ในการยกระดับและเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว และเชื่อมโยงไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) และรถสมัยใหม่ที่ปล่อยมลพิษต่ำ โดยอัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปีใน 3 ปีแรก วงเงินไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อราย
และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ได้มีมาตรการ EXIM Support Plus เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้กับผู้ส่งออกไทยที่ได้รับผลกระทบ ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม โดยคิดอัตราดอกเบี้ยสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย4.00 %ต่อปี และยังมีโครงการประกันการส่งออกด้วยอัตราเบี้ยประกันพิเศษ สำหรับประกันความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากวิกฤตตะวันออกกลาง
"ธุรกิจคู่สัญญารัฐ" : ผ่อนเกณฑ์ ป้องกันล้มเป็นโดมิโน่
อีกหนึ่งกลุ่มที่สำคัฐ คือช่วยเหลือภาคธุรกิจ ในกลุ่มคู่สัญญาภาครัฐ ที่มักเป็นรายใหญ่ ป้องกันการล้มเป็นโดมิโน่ ก็ต้องปรับเกณฑ์ให้เหมาะกับสถานการณ์
สำหรับธุรกิจที่เป็นคู่สัญญาภาครัฐ : กรมบัญชีกลางได้ผ่อนปรนเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้าง เช่น กรณีที่ผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่สามารถลงนามในสัญญาได้ ให้ถือว่ามีเหตุผลสมควรและไม่เป็นผู้ทิ้งงานพร้อมคืนหลักประกัน สำหรับสัญญาที่ลงนามแล้ว หากได้รับผลกระทบ อาจเจรจาหยุดงานชั่วคราวได้ตามความเหมาะสม ส่วนกรณีที่ลงนามสัญญาแล้วแต่ยังไม่ได้เริ่มงาน หน่วยงานของรัฐสามารถใช้ดุลยพินิจเลิกสัญญาและคืนหลักประกันได้ พร้อมทั้งขยายราคากลางงานก่อสร้าง เพื่อความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้งปรับปรุงและทบทวนเงื่อนไข หลักเกณฑ์ เพื่อรองรับความผันผวนของราคาน้ำมันและราคาวัสดุ
"ภาคขนส่ง" : รับเงินอุดหนุน 42 วัน ลดผลกระทบน้ำมันแพง
น้ำมันแพง ขนส่งก็กระทบหนัก ล่าสุด ภาคขนส่งจะได้รับเงินช่วยเหลือ เป็นระยะเวลารวม 42 วัน
รัฐบาลอุดหนุนภาคขนส่ง วงเงินรวม 2,061 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่ 20 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569
1. กลุ่มรถบรรทุกไม่ประจำทาง
2. กลุ่มรถจักรยานยนต์สาธารณะ
3. กลุ่มรถโดยสารสาธารณะหมวด 2 และหมวด 3 (รถตู้โดยสาร และรถมินิบัส)
4. กลุ่มรถโดยสารสาธารณะหมวด 4
5. กลุ่มรถแท็กซี่ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง
6. กลุ่มรถโดยสารไม่ประจำทาง
7. สนับสนุนเงินให้บริษัท ขนส่ง จำกัด เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายกลุ่มประชาชนที่เดินทาง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
o ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โทร. 02 555 0555
o ธนาคารออมสิน โทร. 02 299 8000 หรือสายด่วน 1115
o ธนาคารอาคารสงเคราะห์ โทร. 02 645 9000
o ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย โทร. 02 169 9999
o ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย โทร. 0 2265 3000 หรือสายด่วน 1357
o กรมบัญชีกลาง โทร. 02 127 7000
o สำนักงบประมาณ โทร. 02 278 7000
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
