“ไทยช่วยไทยพลัส” ลงทะเบียน 25 พ.ค.นี้ ครอบคลุมคนละครึ่ง-บัตรคนจน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมเปิดลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งพลัส และเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการไทยช่วยไทยพลัส ในวันที่ 25 พ.ค.2569 นี้ และให้เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 มิ.ย.2569 เป็นต้นไป ทางด้านกลุ่มผู้ได้รับสิทธิครอบคลุม 43 ล้านคนหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการพิจารณา
โดยจะแบ่งระยะโครงการเป็น 2+2 เดือน ซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณาความจำเป็นและสถานการณ์โลก ในระยะแรก จะพิจารณาให้ประชาชนได้รับสิทธิเดือนละ 1,000 บาท นาน 2 เดือน โดยในส่วนของกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการนั้น จะได้รับวงเงินค่าอุปโภคบริโภคเดือนละ 300 บาทอยู่แล้ว และรัฐบาลจะเติมเงินส่วนเพิ่มเข้าในบัตรให้อีก 700 บาท
ขณะที่เฟสที่ 2 นั้น จะเป็นการทบทวนสิทธิผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามที่ได้เปิดลงทะเบียนรอบใหม่ โดยหากผู้ถือบัตรพ้นจากเกณฑ์ความยากจนแล้ว ประชาชนกลุ่มดังกล่าวจะเข้าเงื่อนไขได้รับสิทธิผ่านโครงการคนละครึ่งพลัสแทน เป็นวงเงิน 1,000 บาท นาน 2 เดือน และเหมือนกับประชาชนทั่วไปที่ได้รับสิทธิคนละครึ่งพลัส
“ในแผนงานเราวางเป้าหมายจะเปิดลงทะเบียนช่วงวันที่ 25 พ.ค.นี้ และให้เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.เป็นต้นไป เบื้องต้น ขอพิจารณาระยะโครงการเป็น 2+2 เดือน และได้รับเดือนละ 1,000 บาท รวม 4,000 บาท โดยเราจะมีการรวมสิทธิ์ คือ คนหนึ่งคนจะได้สิทธิ์เดียว ว่าเข้าข่ายเงื่อนไขรับสิทธิใด ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง”
สำหรับความแตกต่างระหว่างผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กับโครงการคนละครึ่งพลัส คือ กลุ่มับตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ต้องควักเงินในกระเป๋าตัวเองร่วมจ่ายในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งสามารถใช้จ่ายได้ตามวงเงินที่ได้รับเต็มจำนวน ขณะที่โครงการคนละครึ่งพลัสนั้น รัฐบาลจะช่วยจ่าย 60% ของราคาสินค้า และประชาชนจ่ายเอง 40%
ทั้งนี้ ในการเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น กระทรวงการคลัง จะทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในการตรวจสอบสิทธิ์ เพื่อให้ขั้นตอนการพิจารณาดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 2 เดือนหลังจากเปิดลงทะเบียน และจะสามารถคัดกรองประชาชนที่ผ่านเกณฑ์ และพ้นความยากจน เพื่อนำมาเดินหน้าโครงการเฟส 2 ต่อไป
นายเอกนิติ กล่าวว่า รัฐบาลยังมีนโยบายสร้างโอกาสให้คนตัวเล็ก สำหรับร้านค้าที่อยู่ในโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 1.4-1.5 ล้านรายทั่วประเทศ ซึ่งเตรียมยกระดับโครงการเดิมสู่โครงการใหม่ในชื่อไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งเป็นการนำ AI เข้าไปใส่ในแอปพลิเคชันถุงเงิน เพื่อช่วยพ่อค้าแม่ค้าวิเคราะห์ยอดขาย บริหารต้นทุน และสร้างรายการเดินบัญชี (Financial Statement) อัตโนมัติ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินของรัฐได้ง่ายขึ้น แทนการพึ่งพาหนี้นอกระบบ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
