"เอกนิติ"ปรับแผนก่อหนี้ใหม่เพิ่ม 2 แสนล.

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ (คนน.) ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน
ทั้งนี้ ที่ประชุม คนน. ได้มีมติเห็นชอบการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 2 โดยปรับแผนการก่อหนี้ใหม่เพิ่มขึ้นอีก 200,000 ล้านบาท
เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่จะดำเนินการภายใต้การออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจ วงเงิน 400,000 ล้านบาท
ส่วนในระยะแรกรัฐบาลมีนโยบายจะบรรจุแผนการก่อหนี้ใหม่ 200,000 ล้านบาท ภายใต้แหล่งเงินจากพ.ร.ก.กู้เงินก่อนครึ่งหนึ่งในปีงบประมาณ 2569 ส่วนหนึ่งจะนำวงเงินไปจัดทำโครงการคนละครึ่งพลัส และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการไทยช่วยไทยพลัส เพื่อบรรเทาผลกระทบประชาชนจากวิกฤตพลังงาน
สำหรับการคาดการณ์ผลกระทบต่อสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีนั้น สัดส่วนดังกล่าวจะยังไม่เกินกรอบความยั่งยืนทางการเงินการคลัง โดยตัวเลขคาดการณ์ ณ สิ้นปีงบประมาณ 2569 จะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 69 ของจีดีพี
โดยสาเหตุที่ตัวเลขสัดส่วนหนี้ยังอยู่ในเกณฑ์ที่บริหารจัดการได้ เนื่องจากมีการคำนวณที่รวมผลของอัตราเงินเฟ้อ เข้าไปในมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศที่เป็นราคาตลาด (Nominal GDP) ด้วย ซึ่งจะทำให้มูลค่าจีดีพีในทางบัญชีสูงขึ้น
โดยตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจที่นำมาใช้ประกอบการทำแผนนี้ อ้างอิงตามประกาศของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สสค.) ที่คาดการณ์จีดีพีปี 2569 ไว้ที่ร้อยละ 1.8 อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมค่าตัวแปรลดราคามูลค่าจีดีพี หรือปัจจัยด้านเงินเฟ้อแล้ว จะทำให้ Nominal GDP เติบโตได้มากกว่าร้อยละ 3
สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ กระทรวงการคลังจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบ หากพ.ร.ก.กู้เงินมีผลบังคับใช้และประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ และเสนอครม.ปรับปรุงแผนบริหารหนี้สารณะได้ในวันที่ 12 พ.ค.นี้