รีเซต

SpaceX กับนครแห่งดาวอังคาร หรือฝันของแฟนไซไฟกำลังจะกลายเป็นจริง

SpaceX กับนครแห่งดาวอังคาร หรือฝันของแฟนไซไฟกำลังจะกลายเป็นจริง
TNN ช่อง16
26 พฤษภาคม 2565 ( 16:45 )
64
SpaceX กับนครแห่งดาวอังคาร หรือฝันของแฟนไซไฟกำลังจะกลายเป็นจริง
  • เผ่าพันธุ์มนุษย์จะได้อาศัยอยู่บนดาวอังคารภายในเวลาไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า หากอีลอน มัสก์ (Elon Musk) และ สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ทำสำเร็จ แฟนนิยายวิทยาศาสตร์หลาย ๆ คน อาจได้ฝันเป็นจริง 

  • และมันจะไม่ใช่แค่เรื่องราวในภาพยนตร์และหนังสือนิยายอีกต่อไป SpaceX กำลังมุ่งหน้าพัฒนาเพื่อทำให้สิ่งนี้เป็นจริงขึ้นมา บริษัทนี้ ระบุถึงหนึ่งในเป้าหมายหลักของพวกเขาว่า พวกเขาจะนำมนุษย์ไปอยู่บนดาวอังคารภายในปี 2050 และจะเริ่มสร้างอาณานิคม ที่จะกลายเป็นที่อยู่ของคนนับล้านภายในสิ้นทศวรรษนี้

  • ในมุมมองของอีลอน มัสก์ แผนที่พวกเขากำลังทำนั้น มีความทะเยอทะยานอย่างมาก และ อีลอน มัสก์ระบุต่อสาธารณชนว่า หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี เขาเชื่อว่า มนุษย์จะสร้างอาณานิคมบนดาวอังคารแห่งแรกขึ้นได้ภายในปี 2029 และจะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตสปีชีส์แรก ๆ ที่อาศัยอยู่บนดาวเคราะห์หลายดวง

  • SpaceX กับนครดาวอังคาร 
  • 'SpaceX Mars City' ชื่อเมืองดังกล่าว คือการประกาศจุดยืน ของ SpaceX ในการตั้งชื่อเมือง เพื่อสร้างอาณานิคมถาวรขนาดใหญ่และเจริญรุ่งเรืองบนดาวอังคารในอนาคตอันใกล้ไม่ไกล เมืองนี้จะดำรงอยู่ได้ด้วยตนเอง และในทางทฤษฎีแล้ว เมืองนี้สามารถอยู่อาศัยได้ประมาณหนึ่งล้านคน ทั้งนี้ ประชากรในเมืองจะต้องประกอบด้วยผู้คนจากทุกสาขาอาชีพ ไม่ใช่แค่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคการช่าง เช่น นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และวิศวกรเท่านั้น เพื่อให้เมืองสามารถตั้งอยู่ได้ด้วยตนเองอย่างแท้จริง 

  • และการเดินทางไปยังอาณานิคมอาจทำให้ผู้บุกเบิกยุคแรก อาจจะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปในอวกาศด้วยทรัพย์สินของตนเองหรือโดยใช้เงินกู้ ซึ่งตามประวัติศาสตร์แล้ว นี่คือกลไกหลักที่ชาวอาณานิคมในยุคแรกและผู้อพยพจากยุโรปใช้ในการย้ายไปอเมริกา การอพยพไปดาวอังคารในอนาคตน่าจะมีค่าใช้จ่ายสูง แต่ก็เป็นหนทางที่เหมาะสมที่สุด


ที่มาของรูปภาพ SpaceX


  • ในอดีต ผู้คนที่ไม่มีเงินพอจะซื้อตั๋วไปยังประเทศอาณานิคมใหม่ ๆ ได้ พวกเขาจึงเลือกใช้วิธีกู้เงิน และต้องตกอยู่ในสถานะมีภาระหนี้ผูกพัน จนกว่าหนี้จะถูกชำระจนหมด วิธีการนี้อาจเป็นไปได้มากที่สุดสำหรับประชากรกลุ่มใหม่ที่ไม่มีเงินจำนวนมากพอจะชำระค่าเดินทาง แต่พวกเขาอาจยินดีทำด้วยการสมัครใจยอมเป็นหนี้ เพื่อจะเริ่มต้นชีวิตใหม่บนดาวเคราะห์สีแดงดวงใหม่

  • นักวิเคราะห์มองว่า รูปแบบการให้สมัครเป็นลูกจ้างแรงงานนั้นเป็นไปได้ เนื่องจากในช่วงปีแรก ๆ ของการสร้างอาณานิคม แรงงานอาจจะขาดแคลน แรงงานจำนวนมากที่สมัครใจเข้าทำงาน จะสร้างประโยชน์มหาศาลต่อเศรษฐกิจกำลังพัฒนาของมหาอาณานิคมแห่งใหม่ และเมื่อระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานสำหรับการอยู่อาศัยของมนุษย์ในระยะยาวทั้งหมด เช่นอาหาร, น้ำ, ที่พักพิง, อากาศ หรืออื่น ๆ  ถูกติดตั้งและพร้อมใช้งานอย่างสมบูรณ์แล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการจัดตั้งระบบการบริหารเพื่อจัดการเมือง ซึ่งยังไม่มีใครคาดเดารูปแบบของระบบดังกล่าวได้ แต่เป้าหมายก็คือ ต้องทำให้เมืองปกครองตนเองได้อย่างอิสระ ไม่ยึดติดกับดาวโลก

  • ข้อกำหนดดังกล่าว มีความคล้ายคลึงกับข้อกำหนดในการให้บริการอินเทอร์เน็ตของ Starlink ซึ่งนโยบายนี้จะขัดแย้งกับอนุสัญญาที่จัดตั้งขึ้นบนโลกอย่างชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น สนธิสัญญาอวกาศ ปี 1967 ที่ระบุว่าประเทศต้นทางที่ปล่อยจรวด มีความรับผิดชอบผูกพันต่อกิจกรรมอวกาศทุกชนิดที่เกิดขึ้น ซึ่งแต่ละประเทศอาจจะต้องเจรจา และเกิดความขัดแย้งทางการทูตอย่างหนัก เพื่อหาข้อสรุปที่เป็นไปได้กับทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปีแรก ๆ ของอาณานิคม ซึ่งสำหรับในกรณีที่อาณานิคมเป็นกิจการส่วนตัว ก็ยิ่งบริหารจัดการได้ยาก เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงว่าเมืองแห่งใหม่บนดาวอังคาร จะต้องพึ่งพาทรัพยากรจากโลกเป็นอย่างมาก อย่างน้อยก็ในระยะหนึ่ง

  • เหตุใด มัสก์ ต้องสร้างเมืองบนดาวอังคาร ?
  • อีลอน มัสก์ ผู้บริหารของ SpaceX เชื่อมั่นว่า เขาจะต้องหาทางลี้ภัยจากโลก และหาที่หลบภัยอื่น ๆ ท่ามกลางดวงดาว เพื่อให้เผ่าพันธุ์มนุษย์จะอยู่รอดได้ในระยะยาว ดาวอังคารจึงเป็นดาวดวงแรกที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากเป็นเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิด มีบรรยากาศคล้ายคลึงโลกมากที่สุด ทั้งยังตั้งอยู่ไม่ไกลนัก 

  • อีกทั้งดาวดวงนี้ยังมีหลักฐานสนับสนุนว่าครั้งหนึ่งมันเคยมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  และหากทฤษฎีนี้เป็นจริงตามที่อีลอน มัสก์เชื่อ การสร้างระบบนิเวศที่สิ่งมีชีวิตอยู่ได้อีกครั้ง ก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน 

ที่มาของรูปภาพ SpaceX


  • และหากการอพยพครั้งนี้เกิดขึ้นจริง เมืองดาวอังคาร ของ SpaceX จะเป็นชัยชนะทางเทคโนโลยีครั้งใหญ่ และจะเป็นขั้นตอนสำคัญในการปกป้องสายพันธุ์มนุษย์ในอนาคตเป็นเวลาหลายพันหรือหลายล้านปีข้างหน้า การเดินทางไปที่นั่นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่อีลอน มัสก์ เชื่อว่า มันเป็นภารกิจที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่ง

  • "ผมคิดว่านี่เป็นสิ่งสำคัญอย่างเหลือเชื่อสำหรับอนาคตของชีวิต...มีโอกาสอยู่เสมอที่จะมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นบนโลก เห็นได้จากที่บนโลกนี้ไม่มีไดโนเสาร์แล้ว" อีลอน มัสก์กล่าวในการประกาศความคืบหน้าของโครงการ Starship ในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 

  • เราจะไปดาวอังคารด้วยยาน SpaceX ได้ไหม ?

  • SpaceX มีความสามารถในการไปถึงเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่นี้หรือไม่ ? ความเป็นไปได้ในตอนนี้คือ มันจะยังไม่เกิดขึ้น แต่ความคืบหน้า และสถานการณ์ในปัจจุบันที่ SpaceX เปิดเผยถึงผลการทำงาน ตกเป็นเป้าสายตาของชาวโลกตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม การไปดาวอังคาร จะไม่ใช่แค่การแวะไปเดินเล่นในสวนสาธารณะแต่อย่างใด พวกเขาจะต้องใช้ยานที่ทรงพลังยิ่งกว่านั้น

  • แผนการตั้งอาณานิคมบนดาวอังคารนั้นจะต้องใช้ยานอวกาศ Starship ของ SpaceX เป็นหลัก และยานดังกล่าวคือจรวดที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ 100% แต่จรวดดังกล่าว อยู่ระหว่างการพัฒนาในศูนย์ อวกาศของ SpaceX ที่รัฐเท็กซัส โดยการจุดระเบิดยาน Starship ยานจะใช้ออกซิเจนเหลวและมีเทนเป็นเชื้อเพลิง (ซึ่งต่างจากจรวดที่ใช้ใน Falcon 9) ยานที่สร้างแล้วเสร็จ อาจบรรทุกคนได้ 100 คนต่อเที่ยว และขนข้าวของได้ราว 100 ตัน

  • สิ่งนี้ คือความตั้งใจในการใช้เทคโนโลยีหมุนเวียนโดยแท้จริง เนื่องจาก SpaceX มีเป้าหมายให้ยาน Starship บินไปยังดาวอังคาร เติมเชื้อเพลิงโดยใช้ทรัพยากรที่พบบนดาวดังกล่าว และกลับมายังดาวโลกในที่สุด และเป็นไปได้ที่ SpaceX จะสร้างเครือข่ายสถานีเติมน้ำมันระหว่างทางไปดาวอังคาร และที่อื่น ๆ เพื่อขยายขอบเขตการเดินทางของยานเช่น Starship


  • ยาน Starship บินได้จริงหรือ?

  • Starship มีความสูง 49 เมตร แต่เมื่อยึดกับฐานจรวดบรรจุเชื้อเพลิง Super Heavy booster โครงสร้างทั้งหมดจะมีความสูงราว 117 เมตร ออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำหนักบรรทุกเชื้อเพลิงมากกว่า 100 ตัน เพื่อให้มีพลังงานพอจะไปถึงดาวอังคาร 

  • การทดสอบการบินล่าสุดของ Starship ยานลำนี้ได้ทดสอบเที่ยวบินไปแล้วหลายครั้ง โดยครั้งล่าสุด เสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเป็นการทดสอบไต่ระดับความสูง อย่างไรก็ดี จรวดต้นแบบยังไปไม่พ้นชั้นบรรยากาศโลก

  • ในระหว่างการทดสอบครั้งล่าสุด จรวดลำนี้ขับเคลื่อนโดยเครื่องยนต์ Raptor ของ SpaceX ซึ่งทำการจุดระเบิดตามลำดับ เพื่อให้ยาน Starship ขึ้นไปที่ระดับความสูง 10 กิโลเมตร แล้วดับเครื่อง ก่อนจะพลิกตัวเป็นแนวราบแล้วปล่อยหล่นกลับลงมา จากนั้นก็ติดเครื่องตั้งลำอีกครั้งแล้วลงจอดได้สำเร็จ รวมทั้งหมดใช้เวลาราว 6 นาที ทั้งนี้ SpaceX หวังที่จะปรับแต่งตัวจรวดเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถบินทดสอบวงโคจรของโลกได้ในปีนี้


ที่มาของรูปภาพ SpaceX


  • จนถึงปัจจุบัน การทดสอบแต่ละครั้ง  SpaceX เข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาระบบขนส่งที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้นเรื่อย ๆ  โดยการทดสอบ มีเป้าหมายเพื่อบรรทุกทั้งลูกเรือและสินค้าบนเที่ยวบินเดินทางระหว่างดาวเคราะห์ และในท้ายที่สุด พวกเขาหวังว่า จรวดลำดังกล่าวจะทำให้มนุษยชาติเดินทางไปกลับดวงจันทร์ได้ หรือแม้แต่การเดินทางไปยังดาวอังคารที่อยู่ไกลออกไป

  • SpaceX อธิบายว่า “ยานอวกาศ Starship เป็นระบบขนส่งที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งออกแบบมาเพื่อขนส่งทั้งลูกเรือและสินค้าไปยังวงโคจรโลก ดวงจันทร์ ดาวอังคาร และอื่นๆ”

  • “Starship จะเป็นยานอวกาศที่มีพลังมากที่สุดในโลก พัฒนาขึ้นด้วยความสามารถในการบรรทุกน้ำหนักมากกว่า 100 เมตริกตันเข้าสู่วงโคจรโลก" 

  • ด้วยเหตุผลนี้ ในตอนแรกยานอวกาศดังกล่าว จะถูกนำมาใช้เพื่อส่งสิ่งของต่าง ๆ เช่น ดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร หรือเพื่อเติมสถานีอวกาศ นอกจากนี้ SpaceX ยังตั้งเป้าให้ยาน Starship ใช้ในภารกิจเดินทางไปยังดวงจันทร์ในปี 2023 และทำหน้าที่อื่น ๆ ด้านอวกาศต่อไป จนกว่ามนุษย์จะพร้อมไปอยู่บนดาวอังคารได้จริงๆ 

  • ดังนั้น เราสามารถกล่าวได้ว่า SpaceX มีวิสัยทัศน์ที่เพียบพร้อม ทั้งยังกำลังพัฒนาอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการเดินทางไปต่างดาว แต่ถึงอย่างไรก็ตาม แม้จะใช้ยานอย่าง Starship ที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว ก็ยังเหลืออีกหนึ่งโจทย์ปัญหาใหญ่ที่ต้องแก้ นั่นคือ จรวดลำนี้ต้องไปให้ถึงดาวอังคาร ลงจอดบนพื้นผิวดาว จากนั้นก็จุดระเบิดขึ้นอีกหน เพื่อกลับมาลงจอดอีกครั้งบนโลก 

  • SpaceX กับเป้าหมายที่ใหญ่เกินตัว ?

  • ทุกคนล้วนตระหนักว่า SpaceX มีความก้าวหน้าในการพัฒนาจรวดที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ ทั้งสามารถลงจอดเองได้ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าพวกเขาจะทำเช่นนี้บนดาวอังคารได้หรือไม่

  • "มันมีความเสี่ยงมหาศาล ทั้งยังจะต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก" อีลอน มัสก์เขียนไว้ในบทความเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ของ SpaceX กับดาวอังคาร "มีโอกาสที่เราจะไม่ประสบความสำเร็จอย่างชัดเจน แต่เราจะทำมันให้ดีที่สุด และพยายามสร้างความก้าวหน้ามากที่สุด"

  • เมื่ออีลอน มัสก์ ก่อตั้งบริษัทในปี 2002 เขาผลักดันให้ SpaceX สร้างประวัติศาสตร์ในการทำสิ่งที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ 

  • มัสก์ เคยเขียนบันทึกว่า "ผมคิดว่าเราอาจมีโอกาส 10% ที่จะทำทุกอย่างได้สำเร็จ แม้กระทั่งการนำจรวดขึ้นสู่วงโคจร และยิ่งไปกว่านั้น เราอาจจะพยายามไปดาวอังคารกันอย่างจริงจัง" 

  • ทั้งนี้ยังมีคำถามเหลืออยู่อีกมากมาย เช่น การสร้างเมืองบนดาวอังคารต้องใช้เงินเท่าไร ? หรือจะใช้กฎหมายประเทศใดในการปกครองอาณานิคม 

  • แต่ท้ายที่สุดแล้ว คำถามจริง ๆ ก็คือ ถ้าหาก SpaceX และอีลอน มัสก์ทำไม่ได้ แล้วใครกันที่จะทำได้ ? 


ที่มาของข้อมูล interestingengineering.com

ที่มาของรูปภาพ Space.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง