อวดกันประหยัด เทรนด์มาแรงปี 2026 สุขใดเล่าจะเท่ากับการมีเงินในกระเป๋า

เทรนด์อวดกันประหยัด ไม่ได้หมายถึงการใช้ชีวิตแบบขาดแต่คือการเลือกใช้เงินอย่างมีสติ และกล้าที่จะบอกว่า ฉันไม่จำเป็นต้องซื้อ เพื่อให้ใครยอมรับความสุขในรูปแบบนี้ ไม่ได้มาจากยอดไลก์ แต่มาจากความรู้สึกเงียบ ๆ ข้างในใจว่า
• รายจ่ายอยู่ในการควบคุม
• เงินในบัญชีไม่หายไปโดยไม่รู้ตัว
• ชีวิตไม่ต้องวิ่งแข่งกับใคร
นี่คือความสุขที่ไม่ต้องอวดออกไปเป็นภาพ แต่รับรู้ได้ทุกครั้งที่เปิดแอปธนาคารแล้วไม่ใจหวิว แนวคิดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มอย่าง TikTok ที่ผู้สร้างเนื้อหามักโพสต์คลิปเกี่ยวกับ เงินที่ประหยัดได้ วิธีตัดค่าใช้จ่าย หรือรายการสิ่งที่ “จะไม่ซื้อ” ในปีหน้า
ในแง่นี้ เทรนด์การ “อวดประหยัด” ไปพร้อมกับสิ่งที่นักวิเคราะห์เรียกว่า underconsumption core หรือกระแสที่เน้นการใช้ของที่มีอยู่แล้ว ซ่อมใช้ต่อ และไม่ซื้อของใหม่โดยไม่จำเป็น ซึ่งเติบโตขึ้นจากแรงกดดันของค่าครองชีพและความรู้สึกเหนื่อยล้าจากวัฒนธรรมการบริโภคเดิม ๆ
ปัจจัยพื้นฐานที่ผลักดันเทรนด์นี้คือ สภาพเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างเชื่องช้าและมีความไม่แน่นอน ทำให้การใช้จ่ายต้องระมัดระวังมากขึ้น โดยมีข้อมูลเชิงตลาดคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในปี 2026 จะ “โตยาก” และผู้บริโภคต้องปรับตัวในการจับจ่ายอย่างจริงจังมากขึ้น ส่งผลให้พฤติกรรมหันไปสู่การมองหาความคุ้มค่ามากกว่าการซื้อเพื่อภาพลักษณ์ ผลโพลในไทยยังชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรมการเงินเช่น การสร้างเงินสำรองฉุกเฉิน จะเป็นสิ่งที่ “ได้ไปต่อ” ในปีหน้า แสดงว่ากลุ่มคนทั่วไปให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางการเงินมากขึ้นกว่าเดิม
ในปี 2026 ความเท่ไม่ได้วัดจากของที่ถือ แต่วัดจาก ความมั่นคงที่มองไม่เห็น สุขภาพจิตที่ดีไม่ได้มาจากการมีทุกอย่าง แต่มาจากการรู้ว่า เราควบคุมชีวิตตัวเองได้ เมื่อเราใช้เงินอย่างพอดี ความกังวลลดลง ความรู้สึกผิดกับการใช้เงินน้อยลง และความภาคภูมิใจในตัวเองเพิ่มขึ้นอย่างเงียบ ๆ ความสุขแบบนี้อาจไม่หวือหวาแต่เป็นความสุขที่อยู่ได้นาน และไม่ต้องแลกด้วยความกังวลในอนาคต
อวดกันประหยัด = การดูแลสุขภาพใจในยุคเศรษฐกิจตึง
เมื่อเศรษฐกิจไม่เอื้อให้ใช้ชีวิตแบบไม่คิด หลายคนเริ่มเห็นชัดว่า ความเครียดทางการเงินส่งผลกับใจมากกว่าที่คิด เทรนด์อวดกันประหยัดจึงไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่คือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้จิตใจ เช่น
• กล้าปฏิเสธการใช้เงินที่ไม่จำเป็น
• ไม่รู้สึกผิดที่เลือกชีวิตเรียบง่าย
• ไม่เปรียบเทียบความก้าวหน้ากับคนอื่นผ่านสิ่งของ
การประหยัดในความหมายนี้ คือการบอกใจตัวเองว่า“เราไม่ต้องแบกความคาดหวังของสังคมไว้บนบัตรเครดิต”
เปลี่ยนคำสอนจาก “ซื้อเยอะ = เท่” เป็น “ออมเยอะ = เจ๋งกว่า"
ผลสำรวจในสหรัฐฯ พบว่าในปี 2025 คนส่วนใหญ่เชื่อว่า การออมเงินและลงทุนจะทำให้พวกเขามีความสุขมากกว่าการใช้จ่าย MoneyTok หรือการแชร์เรื่องการประหยัดจึงกลายเป็นเรื่องที่ “ยอมรับได้ทางสังคม” มากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ที่เราเห็นในปีนี้
เหตุผลไม่ใช่แค่เพื่อ “ประหยัดเงิน” อย่างเดียว แต่เป็น การแสดงตัวตนว่าเป็นคนมีวินัย มีแผนการเงินที่ดี และสามารถควบคุมชีวิตได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกมองว่าเท่และน่าชื่นชมในยุคที่แรงกดดันทางการเงินสูงขึ้น
มุมมองวิพากษ์และความจริงทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม เทรนด์นี้ไม่ใช่เรื่องไม่มีข้อถกเถียง บทความจากสื่อต่างประเทศชี้ว่าการ ตัดรายจ่ายอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ปัญหาความยากจนได้จริง ๆ โดยเฉพาะถ้ารายได้ไม่เพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้บางคนวิจารณ์ว่าแนวคิดนี้อาจมองข้ามบริบทโครงสร้างรายได้และต้นทุนชีวิตที่แท้จริงของบางคน
เทรนด์ที่สร้างสมดุลระหว่าง “การใช้” และ “การเก็บ”
เทรนด์ “อวดกันประหยัด” ในปี 2026 จึงเป็นมากกว่าแค่กระแสบนโซเชียลมีเดีย มันเป็นการสะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตามสภาพเศรษฐกิจ โดยผู้คนเริ่มให้คุณค่ากับ ความมั่นคงทางการเงิน ความคุ้มค่า และการตัดสินใจใช้เงินอย่างมีสติ มากกว่าการแสดงฐานะผ่านการบริโภคแบบฟุ่มเฟือย
เทรนด์นี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้ทั้งผู้บริโภคและธุรกิจรู้ว่า “ความฉลาดทางการเงิน” อาจเป็นคุณค่าที่แท้จริงที่สุดในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้นและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังคงอยู่.
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
