วิกฤตพรรคประชาชน ? แกนนำแต่ละรุ่นเห็นต่าง และการเตรียมรับมือนิติสงครามคดีอดีต 44 สส.

พรรคประชาชน จบเลือกตั้ง เป็นพรรคอันดับสอง คะแนนที่ได้รับน้อยลงกว่าที่คาดหวัง กลายเป็นฝ่ายค้านอีกสมัย ก็ยังมิวายมีปัญหาการถกเถียงระหว่างแกนนำรุ่นก่อนและยุคปัจจุบัน รวมไปถึงยังต้องเตรียมตัวรับมือกับนิติสงคราม ที่ทำให้แกนนำหลายคน หลุดจากตำแหน่งในสภาได้
พรรคประชาชนเผชิญปัญหา ดราม่าอะไรบ้างในช่วงที่ผ่านมา และพรรคจะผ่านมรสุมนี้ไปได้อย่างไร ?
จากพรรคอนาคตใหม่ มาเป็นก้าวไกล และพรรคประชาชนในปัจจุบัน แต่ล่าสุด แกนนำรุ่นแรก ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่อย่าง ปิยบุตร แสงกนกกุล กลับได้ตั้งคำถามถึงพรรคประชาชนในปัจจุบัน ในการให้สัมภาษณ์ในรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” ในวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมาว่า ปัจจุบันพรรคประชาชนมีบทบาทใน "การต่อสู้ทางความคิด" น้อยเกินไป
ทั้งพรรคที่ถูกสร้างเพื่อเป็นยานพาหนะในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง แต่ในปัจจุบันกลับปรากฏภาพว่าสมาชิกหรือ สส. บางคนกลับใช้พรรคเป็นเพียง ยานพาหนะเพื่อให้ตนเองได้เป็น สส. เท่านั้น ทั้งวิจารณ์ ระบบนิเวศการทำงาน (Eco-system) ของพรรคประชาชนบีบให้ สส.ต้องทำงานแข่งขันกัน เพื่อจะได้ลง สส.สมัยต่อไปด้วย
ซึ่งปิยบุตรมองว่า พรรคควรจะต้องแก้ปัญหาให้ตรงจุด คุยกันในพรรค และหลอมรวมความคิดให้ตรงกัน-เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ภายหลัง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาโต้ตอบข้อวิจารณ์ดังกล่าว โดยยืนยันว่าตนยังคงเคารพในความเห็นของนายปิยบุตร และมองว่าการวิจารณ์ในพื้นที่สาธารณะเช่นนี้กลับเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า "พรรคประชาชนไม่มีเงาครอบงำ" อย่างที่ฝ่ายตรงข้ามมักกล่าวอ้าง การตัดสินใจทุกอย่างเป็นอิสระและขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบัน
หัวหน้าพรรคยังยืนยันว่า เพื่อน สส. ทุกคนเข้ามาด้วยอุดมการณ์ที่แน่วแน่ และพยายามทำให้ "ความคิดในเชิงอุดมคติ" กลายเป็นความจริงให้ได้ ซึ่งเป็นโจทย์ที่ยากกว่าเพียงแค่การพูด นอกจากนี้เขายังระบุว่าพรรคมีระบบราชการน้อยที่สุดและเปิดพื้นที่ให้แลกเปลี่ยนความเห็นอย่างเต็มที่ โดยเขายอมรับว่าหากมีส่วนใดที่ต้องเสริมความเข้มแข็ง ก็เป็นหน้าที่ของเขาในฐานะผู้นำที่จะต้องลงไปจัดการ
ไม่เพียงแค่การถกเถียงกันของแกนนำคนละรุ่น ยังมีข่าวการปรับโครงสร้างพรรค เปลี่ยนหัวหน้าพรรคจากณัฐพงษ์ เป็นวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ไปถึงล่าสุดยังมีการลาออกจากพรรคของอย่างนิติพล ผิวเหมาะ อดีต สส. บัญชีรายชื่อ และขุนพลสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมของพรรค ที่อยู่ร่วมทางมาตั้งแต่วันแรกของพรรคอนาคตใหม่
รวมไปถึงนิติสงครามที่พรรคจะต้องเจอในวันศุกร์ที่ 24 เมษายนี้ กับกรณีของ 44 อดีต สส. พรรคก้าวไกล (รวมถึงนายณัฐพงษ์และ สส. ที่ยังอยู่ในสภาอีก 10 คนในนามพรรคประชาชน) ที่ถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงจากการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
ซึ่ง ป.ป.ช. ได้ยื่นสำนวนคดีต่อศาลฎีกาแล้ว และศาลฎีกาได้นัดประชุมพิจารณาว่าจะรับคำร้องดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งหากศาลรับคำร้อง อาจส่งผลให้แกนนำหลักของพรรคประชาชนในปัจจุบันต้องพ้นจากตำแหน่งและถูกตัดสิทธิทางการเมืองซ้ำรอยอดีตแกนนำก้าวไกล
ด้านณัฐพงษ์ก็เตรียมนำทีม 10 สส. ที่ติดคดีแถลงรายละเอียดข้อต่อสู้ พร้อมทั้งตั้งคำถามกลับไปยังบรรทัดฐานขององค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. แต่ทางพรรคเองก็ตัดสินใจ เลื่อนการแถลงข่าวใหญ่ จากวันที่ 22 เมษายน ไปเป็นช่วงบ่ายของวันที่ 24 เมษายน แทน เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์จริงหลังจากที่ศาลฎีกามีคำสั่งออกมา
สถานการณ์ของพรรคประชาชนในขณะนี้คือการต่อสู้บนสองแนวรบ คือการรักษา "อุดมการณ์และความน่าเชื่อถือ" ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากคนกันเองและการลาออกของคนทำงานรุ่นเก่า และการสู้กับนิติสงคราม ที่ไม่เพียงแค่ตัดสินชะตาอดีต 44 สส. แต่ยังเป็นเหมือนตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของพรรคประชาชนด้วย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
