จีนส่ง LineShine โค่นสหรัฐฯ ทวงบัลลังก์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์อันดับ 1

ซูเปอร์คอมพิวเตอร์สัญชาติจีนที่มีชื่อว่า LineShine ซึ่งติดตั้งอยู่ที่ศูนย์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์แห่งชาติในเมืองเซินเจิ้น ได้รับการประกาศให้เป็นระบบที่ทรงพลังและเร็วที่สุดในโลก โดยสามารถล้มแชมป์เก่าอย่างระบบ El Capitan ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งตั้งอยู่ที่ห้องปฏิบัติการแห่งชาติลอว์เรนซ์ ลิเวอร์มอร์ รัฐแคลิฟอร์เนีย หลังครองอันดับหนึ่งมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปี 2024 ลงได้สำเร็จ
การประกาศดังกล่าวมีขึ้นในงานจัดอันดับ TOP500 ประจำครึ่งปีที่เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี ซึ่งการจัดอันดับนี้มีมาตั้งแต่ปี 1993 เพื่อประเมินประสิทธิภาพของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ทั่วโลกผ่านชุดทดสอบ LINPACK Benchmark การขึ้นเป็นที่หนึ่งของ LineShine ถือเป็นครั้งแรกที่ระบบจากจีนกลับมาทวงตำแหน่งสูงสุดได้สำเร็จ นับตั้งแต่ที่ระบบ Sunway TaihuLight เคยทำไว้ในปี 2017
ประสิทธิภาพและสเปกสุดล้ำที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีจีน 100%
โดยจากผลการทดสอบ LineShine สามารถทำความเร็วในการประมวลผลได้มหาศาลถึง 2.198 เอ็กซาฟลอป (exaflops) หรือคิดเป็นการคำนวณมากกว่า 2 ควินทิลเลียนครั้งต่อวินาที โดยใช้พลังงานประมาณ 42.2 เมกะวัตต์ ตัวเลขนี้ทำให้ LineShine มีประสิทธิภาพนำหน้าระบบ El Capitan ของสหรัฐฯ ถึง 20% ส่วนอันดับ 3 และ 4 ในตารางตกเป็นของระบบ Frontier และ Aurora จากสหรัฐฯ ตามด้วยระบบ Jupiter จากเยอรมนีในอันดับที่ 5
จุดที่สร้างความประหลาดใจและถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญ คือ LineShine เป็นระบบแรกและระบบเดียวในปัจจุบันที่ทำความเร็วได้เกิน 2 เอ็กซาฟลอปด้วยการใช้หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ล้วน ๆ โดยไม่มีการใช้หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ซึ่งมักเป็นหัวใจสำคัญของซูเปอร์คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่และระบบที่ใช้ประมวลผลโมเดล AI เช่น ChatGPT หรือ Claude
นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดของ LineShine ยังเป็นเทคโนโลยีที่จีนพัฒนาขึ้นเองทั้งหมด ประกอบด้วย
ฮาร์ดแวร์ จีนใช้แพลตฟอร์มที่ชื่อว่า LingKun ประกอบด้วยโปรเซสเซอร์ LX2 ประมาณ 45,000 ตัว แต่ละตัวมี 304 คอร์ และทำงานที่ความเร็วสัญญาณนาฬิกา 1.55 GHz
เครือข่ายเชื่อมโยงโหนดต่างๆ ด้วยความเร็วสูงชื่อ LingQi ที่ถูกออกแบบมาเพื่อลดความหน่วงและเร่งการส่งต่อข้อมูล
ระบบซอฟต์แวร์ โดยระบบทั้งหมดรันอยู่บนระบบปฏิบัติการ Kylin OS ซึ่งมีพื้นฐานมาจาก Linux และใช้งานอย่างกว้างขวางในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐและงานวิจัยในจีน
ความสำเร็จของจีนในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์และเทคโนโลยีที่ดุเดือดระหว่างปักกิ่งและวอชิงตัน ที่ผ่านมาในช่วงรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ และโจ ไบเดน สหรัฐฯ ได้ใช้มาตรการควบคุมการส่งออกที่เข้มงวด ทั้งการตั้งกำแพงภาษีและแบนการเข้าถึงชิปขั้นสูง GPU รวมถึงส่วนประกอบ AI ต่างๆ เพื่อสกัดกั้นความก้าวหน้าของจีน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยส่งผลให้บทบาทของจีนในตาราง TOP500 ลดน้อยลง
การทวงบัลลังก์ของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ LineShine จึงไม่เพียงแต่เป็นชัยชนะในเชิงเทคนิคของจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งข้อความที่ชัดเจนถึงสหรัฐฯ ว่าอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของจีนสามารถเติบโตและสร้างนวัตกรรมระดับโลกได้ แม้จะถูกตัดขาดจากทรัพยากรของชาติตะวันตกก็ตาม
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
