โลกร้อน ภัยพิบัติแรง ดร.ธรณ์ เตือน “เอลนีโญ” อาจดันอุณหภูมิโลกทะลุ 1.5 องศาฯ

ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความสรุปโลกร้อนแบบง่ายๆ
โดยอธิบายว่า ก่อนหน้าปี 2565 อุณหภูมิเฉลี่ยโลกไม่เคยร้อนเพิ่มเกิน 1.3 องศาฯ จากปีฐาน
ปี 2566 เราเจอเอลนีโญระดับกลาง อุณหภูมิทะลุเกือบแตะเส้นวิกฤตที่ 1.5 องศาฯ เป็นครั้งแรก
ปี 2567 ผลกระทบต่อเนื่อง กลายเป็นปีแรกในประวัติศาสตร์มนุษย์ อุณหภูมิทะลุ 1.5 องศาฯ และเป็นปีร้อนที่สุด
ปี 2568 ที่ผ่านมา อุณหภูมิลดลงนิดหน่อย เหลือเท่า 2566 ที่ 1.48 องศาฯ
ปี 2569 คาดว่าเกิน 1.4 องศาค่อนข้างแน่ แต่จะเกินแค่ไหน หลายองค์กรบอกว่าน่าจะประมาณใกล้ 66,68 ไม่น่าไปถึง 2567
แต่การเกิน 1.4 องศาฯ ต่อเนื่องกัน 4 ปี คือข่าวร้าย เพราะที่เราตกลงกันไว้ที่ปารีส 1.5 องศาฯ ในอีก 75 ปี ซึ่งข้อตกลงบอกว่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกต้องสูงสุดก่อนปี 2568 และลดลงให้ได้ร้อยละ 43 ภายในปี 2573 ซึ่งตามความเป็นจริงแล้ว เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ โลกจึงเดินหน้าไปหาอุณหภูมิ 1.5 องศาฯ อย่างเร็วและไม่มีแววว่าจะหยุดได้
หากนำมาเทียบกับผลที่เกิดขึ้นนับจากปี 66 เราจะเข้าใจความโหดร้ายของ 1.5 องศาฯ เช่น พายุรุนแรง ฝนมหาศาล น้ำท่วมใหญ่เป็นจุด ๆ ปะการังฟอกขาว หญ้าทะเลตาย พะยูนหมด ยังไม่นับความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรเมื่อฝนฟ้าอากาศแปรปรวน ส่งผลกระทบไปทั่ว
หาก “เอลนีโญ” มาจริงและกระชากอุณหภูมิโลกขึ้นไปอีกครั้งให้อยู่เหนือ 1.5 องศาฯ อย่างถาวร เราจะรู้ซึ้งยิ่งกว่านี้ และถ้าการหยุดโลกร้อนยังไม่เป็นผล เราจะเจอ 2 องศาฯ หรือกว่านั้นในอีก 25 ปี จะเจอหนักขึ้นเรื่อย ๆ ตามเวลาที่ผ่านไป
คนที่จะเอาตัวรอดต่อไปได้นับจากนี้ คือคนที่ใส่ใจ หาข้อมูล คิดให้ละเอียด วางแผนให้รอบคอบ จำลองเหตุการณ์เลวร้ายที่อาจเกิดขึ้นแล้วหาทางรับมือแต่เนิ่น ๆ และสำคัญที่สุด ฝากความหวังไว้กับตัวเราให้มากกว่าฝากไว้กับคนอื่น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
