เชียงใหม่วิกฤตฝุ่นพิษ PM2.5 เตรียมประกาศ “เขตภัยพิบัติฝุ่น”

นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว ยังคงอยู่ในระดับรุนแรง โดยตรวจวัดค่าได้สูงเกิน 125 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ติดต่อกันเป็นวันที่ 4 แล้ว
ทั้งนี้ หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายในวันนี้ จะเข้าหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลังที่กำหนดให้มีค่าฝุ่นเกินเกณฑ์ต่อเนื่อง 5 วัน ซึ่งจะสามารถประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือได้ทันที โดยจังหวัดจะกำหนดพื้นที่ได้รับผลกระทบเป็นรายหมู่บ้านและตำบล เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงพื้นที่วิกฤตได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด
ในด้านมาตรการรับมือ จังหวัดเชียงใหม่เตรียมยกระดับการแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast ส่งตรงไปยังโทรศัพท์มือถือของประชาชนในพื้นที่สีแดง พร้อมสั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เร่งแจกจ่ายหน้ากากอนามัย และจัดตั้ง “ห้องปลอดฝุ่น” ในชุมชนอย่างเร่งด่วน
นอกจากนี้ ในวันที่ 1 เมษายนนี้ จะมีการระดมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ลงพื้นที่ เพื่อให้บริการตรวจรักษากลุ่มเสี่ยงอย่างเร่งด่วน ท่ามกลางความกังวลต่อผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชน
ขณะเดียวกัน ปฏิบัติการควบคุมไฟป่ายังคงเผชิญอุปสรรคสำคัญ โดยพลโทชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3 เปิดเผยว่า ได้มีการสนับสนุนอากาศยานเข้าปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา แต่ไม่สามารถขึ้นบินทิ้งน้ำได้ เนื่องจากทัศนวิสัยในการบินย่ำแย่จากหมอกควันหนาแน่น จึงได้มีคำสั่งให้หน่วยทหารใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ยกระดับมาตรการฉีดพ่นละอองน้ำในเขตชุมชน เพื่อลดผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชน
สำหรับสถานการณ์ไฟป่า ล่าสุดพบจุดความร้อน (Hotspot) ในจังหวัดเชียงใหม่สูงถึง 787 จุดภายในวันเดียว ส่งผลให้ตัวเมืองเชียงใหม่ยังคงถูกจัดอันดับเป็นเมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก จากการจัดอันดับของ Air Visual โดยมีค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) สูงถึง 233 อยู่ในระดับสีม่วง ซึ่งเป็นระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง
ด้านนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ประเทศไทยพบจุดความร้อนรวมสูงถึง 4,291 จุด โดยกว่าร้อยละ 85 เกิดขึ้นในพื้นที่ป่าของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สถานการณ์ดังกล่าวยังได้รับผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน ประกอบกับทิศทางลมที่พัดเข้าสู่ประเทศไทย ทำให้แนวโน้มสถานการณ์รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะนี้รัฐบาลได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานบูรณาการกำลัง เพื่อเร่งตรวจหาและควบคุมไฟป่า โดยมีการนำเทคโนโลยีอากาศยานและโดรนมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงพื้นที่เสี่ยง พร้อมทั้งประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ ผ่านช่องทาง “Hotline Clear Sky” เพื่อเร่งบรรเทาปัญหาหมอกควันข้ามแดนอย่างเร่งด่วน
ทั้งนี้ รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาทุกชนิดอย่างเคร่งครัด และแนะนำให้กลุ่มเสี่ยงหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง พร้อมติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน Air4Thai ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
