“โลกร้อน” คร่าชีวิตไม่เท่ากัน ประเทศยากจนเสี่ยงตาย จากความร้อนเพิ่ม 10 เท่าในปี 2050

รายงานฉบับใหม่เตือนว่า ประเทศรายได้น้อยจะเผชิญจำนวนผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนสูงกว่าประเทศร่ำรวยอย่างมาก ภายในปี 2050 ท่ามกลางอุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากมนุษย์
นักวิจัยจาก Climate Impact Lab ระบุว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นในอนาคต จะขึ้นอยู่ทั้งจากผลกระทบโดยตรงของภาวะโลกร้อน และระดับการลงทุนด้านการปรับตัว เช่น ระบบปรับอากาศหรือศูนย์คลายร้อน ซึ่งประเทศยากจนยังมีข้อจำกัดมากกว่าประเทศพัฒนาแล้ว
ข้อมูลระบุว่า ระหว่างปี 2000-2019 มีผู้เสียชีวิตจากความร้อนจัดทั่วโลกเฉลี่ยปีละประมาณ 489,000 คน โดยร้อยละ 45 อยู่ในเอเชีย และร้อยละ 36 อยู่ในยุโรป ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ร้อนเร็วที่สุด และมีอัตราการเสียชีวิตจากความร้อนเพิ่มขึ้นราว 30% ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยล่าสุดพบว่า ประเทศรายได้น้อยจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยคาดว่าในอนาคตจะมีผู้เสียชีวิตจากความร้อนในประเทศกลุ่มนี้สูงถึงปีละประมาณ 391,000 คน เทียบกับเพียง 39,000 คนในประเทศรายได้สูง หรือมากกว่าถึง 10 เท่า เนื่องจากขีดความสามารถในการรับมือกับผลกระทบจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงยังจำกัด
ในหลายพื้นที่ของโลก แนวโน้มการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างน่ากังวล โดยเฉพาะภูมิภาคซาเฮลในแอฟริกา เช่น ไนเจอร์ และบูร์กินาฟาโซ ซึ่งอาจมีผู้เสียชีวิตจากความร้อนเพิ่มขึ้นมากกว่า 60 คนต่อประชากร 100,000 คนต่อปี สูงกว่าการเสียชีวิตจากโรคมาลาเรียในปัจจุบัน ขณะที่บางพื้นที่ของโบลิเวีย อาจมีอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเทียบเท่าโรคเบาหวาน และในปากีสถาน อาจเพิ่มขึ้นเทียบเท่าอัตราการเสียชีวิตจากวัณโรคและโรคหลอดเลือดสมอง
รายงานยังชี้ว่า พื้นที่ร้อนจัดอย่างแอฟริกาเหนือ ตะวันออกกลาง และเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ จะมีแนวโน้มเผชิญการสูญเสียมากขึ้น ขณะที่บางพื้นที่อากาศหนาว เช่น อะแลสกา แคนาดา และกรีนแลนด์ อาจมีอัตราการเสียชีวิตจากความร้อนลดลง
นักวิจัยยังพบว่า เพียงวันที่อุณหภูมิเฉลี่ยสูงเกิน 35 องศาเซลเซียส ก็สามารถเพิ่มอัตราการเสียชีวิตได้ถึง 4 คนต่อประชากร 1 ล้านคน สะท้อนความรุนแรงของคลื่นความร้อนซึ่งถือเป็นภัยพิบัติทางอากาศที่คร่าชีวิตมากที่สุด
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ความเหลื่อมล้ำนี้เป็น “ความย้อนแย้งที่โหดร้าย” ของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยที่สุดกลับต้องแบกรับผลกระทบหนักที่สุด
ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวเผยแพร่ในช่วงเดียวกับที่สหประชาชาติเตือนว่า สภาพภูมิอากาศของโลกกำลังเสียสมดุลรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา จากภาวะโลกร้อนที่เร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยย้ำว่า การลงทุนในมาตรการปรับตัวอย่างตรงจุด เช่น การสร้างศูนย์คลายร้อน หรือโครงสร้างพื้นฐานรับมืออุณหภูมิสูง สามารถช่วยลดการสูญเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในประเทศที่มีทรัพยากรจำกัด ซึ่งจำเป็นต้องวางแผนอย่างแม่นยำเพื่อให้การลงทุนเกิดประโยชน์สูงสุดในพื้นที่เสี่ยงสูงที่สุด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
