รีเซต

สงครามจุดไฟเผาโลก พลังงานปั่นป่วน โลกเดือดกว่าเดิม

สงครามจุดไฟเผาโลก พลังงานปั่นป่วน  โลกเดือดกว่าเดิม
TNN ช่อง16
1 เมษายน 2569 ( 12:00 )
13

ในช่วงเวลาที่โลกทั้งใบกำลังพยายามเดินหน้าเพื่อลดภาวะโลกร้อนและแก้ไขวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ความขัดแย้งครั้งใหม่ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสงครามอิหร่านในปี 2026 กลับกลายเป็นแรงฉุดรั้งครั้งใหญ่ที่ทำให้ความพยายามเหล่านั้นถอยหลังอย่างน่ากังวล สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการปะทะกันของกำลังทหารหรืออำนาจทางการเมือง หากแต่เป็น “เหตุการณ์ด้านพลังงาน” ที่ส่งแรงกระเพื่อมไปทั่วโลก และที่สำคัญที่สุดคือ ทำให้โลกต้องจ่ายราคาที่หนักหน่วงผ่านสภาพภูมิอากาศที่ย่ำแย่ลง

 

เมื่อมองลึกลงไป สงครามไม่ได้เพียงทำลายชีวิตและโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังเป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกขนาดมหาศาล การโจมตีทางอากาศ การเคลื่อนกำลังทหาร และการเผาไหม้เชื้อเพลิงจำนวนมหาศาล ล้วนปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศในปริมาณที่เทียบเท่ากับการปล่อยทั้งปีของบางประเทศ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ทุกการเคลื่อนไหวในสนามรบไม่ได้จบลงเพียงในพื้นที่สงคราม แต่ขยายผลไปถึงระบบนิเวศของโลกทั้งใบ


ยิ่งไปกว่านั้น สงครามอิหร่านยังเผยให้เห็นถึง “จุดอ่อน” ของระบบพลังงานโลกที่ยังคงพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างหนัก เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เมื่อเกิดความไม่มั่นคง ย่อมส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานทั่วโลกทันที ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นทำให้หลายประเทศจำเป็นต้องหันกลับไปพึ่งพาพลังงานฟอสซิลมากขึ้น แทนที่จะเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดตามเป้าหมายที่เคยวางไว้

 

ผลกระทบดังกล่าวไม่ได้หยุดอยู่แค่ด้านพลังงาน แต่ลุกลามไปสู่เศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้น อัตราเงินเฟ้อเร่งตัว และประเทศที่เปราะบางทางเศรษฐกิจต้องเผชิญกับแรงกดดันที่หนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม ขณะเดียวกัน ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เช่น โรงกลั่นน้ำมันหรือแหล่งก๊าซ ยังทิ้งมลพิษระยะยาวไว้ในสิ่งแวดล้อม ทั้งในดิน น้ำ และอากาศ ซึ่งต้องใช้เวลาฟื้นฟูนานหลายปี


สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือ วิกฤตครั้งนี้กำลังทำให้เป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของโลกถอยหลังอย่างชัดเจน เมื่อประเทศต่าง ๆ ต้องให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านพลังงานในระยะสั้น นโยบายด้านพลังงานสะอาดจึงถูกชะลอ หรือแม้แต่ถูกลดความสำคัญลง การเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันและก๊าซเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น กลับกลายเป็นการตอกย้ำวงจรเดิมที่ทำให้การปล่อยคาร์บอนสูงขึ้น และทำให้การบรรลุเป้าหมาย Net Zero ยิ่งห่างไกลออกไป

 

ท้ายที่สุดแล้ว สงครามอิหร่านได้สะท้อนบทเรียนสำคัญว่า การพึ่งพาพลังงานฟอสซิลไม่เพียงเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นความเสี่ยงเชิงระบบที่เชื่อมโยงกับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทุกครั้งที่เกิดสงคราม โลกไม่ได้เพียงสูญเสียความสงบสุข แต่ยังต้องแบกรับภาระทางสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากมนุษยชาติยังไม่สามารถลดการพึ่งพาฟอสซิลและเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่ยั่งยืนได้อย่างแท้จริง วงจรของสงคราม พลังงาน และโลกร้อน ก็จะยังคงหมุนซ้ำ และสร้างผลกระทบที่รุนแรงยิ่งขึ้นในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง