รัฐประหารเมียนมา: ปธน. สหรัฐฯ ลงนามคำสั่งคว่ำบาตรผู้นำกองทัพเมียนมา

รัฐประหารเมียนมา: ปธน. สหรัฐฯ ลงนามคำสั่งคว่ำบาตรผู้นำกองทัพเมียนมา
ข่าวสด
11 กุมภาพันธ์ 2564 ( 15:05 )
14
รัฐประหารเมียนมา: ปธน. สหรัฐฯ ลงนามคำสั่งคว่ำบาตรผู้นำกองทัพเมียนมา

นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาลงนามในคำสั่งพิเศษฝ่ายบริหารคว่ำบาตรผู้นำคณะรัฐประหารของเมียนมา นับเป็นครั้งแรกที่นายไบเดนบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อเดือน ม.ค.

 

มาตรการคว่ำบาตรนี้พุ่งเป้าที่ผู้นำทหาร รวมทั้งสมาชิกในครอบครัวและธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงกับพวกเขา

 

นอกจากนี้ รัฐบาลของนายไบเดนยังเตรียมมาตรการเพิ่มเติมคือไม่ให้เมียนมาเข้าถึงกองทุนด้านการทหารมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ของสหรัฐฯ ด้วย

 

Getty Images

 

การคว่ำบาตรของสหรัฐฯ มีขึ้นหลังจากทางการเมียนมาปราบปรามผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐประหารอย่างรุนแรงด้วยการฉีดน้ำแรงดันสูง กระสุนยางและกระสุนจริงในสัปดาห์นี้ เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย หนึ่งในนั้นเป็นผู้หญิงที่ถูกยิงที่ศีรษะระหว่างร่วมชุมนุมในกรุงเนปิดอว์เมื่อวันที่ 9 ก.พ.

 

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียกร้องให้คณะรัฐประหารคืนอำนาจให้รัฐบาลพลเรือนและปล่อยตัวบุคคลสำคัญในรัฐบาลที่ถูกจับกุมไป รวมทั้งนางออง ซาน ซู จี

 

Reuters
นายไบเดนกล่าวว่าการใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

 

"ชาวเมียนมาได้บอกถึงความต้องการของพวกเขาแล้วและทั่วโลกกำลังจับตามดูอยู่" นายไบเดนกล่าว พร้อมกับประกาศว่าสหรัฐฯ จะบังคับใช้มาตรการอื่น ๆ ตามมาอีกถ้าจำเป็น

 

"ขณะที่การประท้วงกำลังขยายวงกว้างขึ้น การใช้ความรุนแรงปราบปรามประชาชนที่ใช้สิทธิตามระบอบประชาธิปไตยย่อมเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และเราจะเดินหน้าคัดค้านสิ่งนี้ต่อไป" นายไบเดนกล่าว

 

EPA บุคลากรทางการแพทย์ของเมียนมาร่วมชุมชุนต่อต้านรัฐประหารด้วย

 

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวอีกว่าภายในสัปดาห์นี้ สหรัฐฯ จะจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ที่ถูกคว่ำบาตร ทั้งนี้สหรัฐฯ ได้เคยขึ้นบัญชีดำผู้นำทหารเมียนมาบางนายก่อนหน้านี้แล้วจากการใช้ความรุนแรงกับชาวโรฮิงญา

"หลังจากนี้เราจะจำกัดการส่งออกสินค้า ระงับการใช้ทรัพย์สินของสหรัฐฯ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลทหาร แต่เราจะยังคงให้ความช่วยเหลือโดยตรงด้านสาธารณสุขและสนับสนุนภาคประชาสังคม ตลอดจนกิจกรรมอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนชาวเมียนมาโดยรวม" นายไบเดนกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง