รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ถกดัน9ความร่วมมือ จับตาอังกฤษร่วมเจรจาครั้งแรก

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ถกดัน9ความร่วมมือ จับตาอังกฤษร่วมเจรจาครั้งแรก
มติชน
1 กันยายน 2564 ( 14:36 )
8
รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ถกดัน9ความร่วมมือ จับตาอังกฤษร่วมเจรจาครั้งแรก

นายสรรเสริญ สมะลาภา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ให้เป็นหัวหน้าผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM) ครั้งที่ 53 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 8-15 กันยายน 2564 ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยการประชุมในครั้งนี้ รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนจะหารือความก้าวหน้าและความสำเร็จการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจของอาเซียนในช่วงตลอดปีที่ผ่านมา รวมทั้งจะร่วมรับรองเอกสารสำคัญ ก่อนเสนอต่อผู้นำในการประชุมสุดยอดอาเซียนในเดือนตุลาคมนี้

 

 

ทั้งนี้ ในการประชุมครั้งนี้ รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนจะร่วมรับรองและเห็นชอบเอกสารสำคัญหลายฉบับ เช่น 1.กรอบการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2.แผนงานในการสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเป็นดิจิทัลของอาเซียน 3. แผนงานในการดำเนินการตามความตกลงอีคอมเมิร์ซของอาเซียน 4. เครื่องมือประเมินประสิทธิภาพของมาตรการที่มิใช่ภาษีของประเทศสมาชิก 5. แผนงานภายใต้กรอบความตกลงด้านการค้าและการลงทุนระหว่างอาเซียน-สหรัฐอเมริกา และการขยายการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจ ปี 2564-2565 6. แผนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจอาเซียนบวกสาม (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้) ปี 2564-2565

 

 

7.แผนความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนอาเซียน-รัสเซีย 8. แผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการของความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–ฮ่องกง 9. แผนงานด้านการค้าและการลงทุนอาเซียน-สหภาพยุโรป ปี 2563-2564 เป็นต้น และในส่วนของการส่งเสริมความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทานในช่วงโควิด-19 รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนจะให้ความเห็นชอบการขยายบัญชีรายการสินค้าจำเป็น (essential goods) ที่จะไม่ใช้ข้อจำกัดการส่งออกระหว่างกันให้ครอบคลุมสินค้าอาหารและสินค้าเกษตรบางรายการ

 

 

 

นอกจากนี้ ในการประชุมดังกล่าว อาเซียนจะประชุมหารือกับรัฐมนตรีการค้าของประเทศนอกภูมิภาคอีก 12 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ฮ่องกง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา รัสเซีย สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร และสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีประเด็นหารือที่สำคัญ เช่น 1.แนวทางการเปิดเสรีสินค้าเพิ่มเติมและการเปิดเสรีและคุ้มครองการลงทุนภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน 2. การเปิดเสรีสินค้าอ่อนไหวเพิ่มเติมตามที่ระบุในความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลีใต้ 3. การหาข้อสรุปเกี่ยวกับขอบเขตการทบทวนความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน-อินเดีย 4. ข้อเสนอญี่ปุ่นเรื่องการเติบโตด้านนวัตกรรมและความยั่งยืนเพื่อร่วมกันพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนภายหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 5.การสมัครเข้าร่วมความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ของชิลี และ 6. การต้อนรับสหราชอาณาจักรที่ประชุมร่วมกันในฐานะประเทศคู่เจรจาของอาเซียนเป็นครั้งแรก

 

 

 

” รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนจะมีการหารือร่วมกับภาคเอกชนอาเซียน หรือ สภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (ASEAN-BAC) อีกด้วย นับเป็นโอกาสดีที่อาเซียนจะได้หารือพัฒนาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและส่งเสริมความเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาคให้เข้มแข็งในการตอบสนองต่อการระบาดใหญ่ของไวรัสโควิค-19 ตลอดจนแลกเปลี่ยนความเห็นในประเด็นที่ภาคเอกชนให้ความสำคัญและได้ดำเนินการในปี 2564 เช่น การสร้างสภาพแวดล้อมและการเสริมสร้างความสามารถของแรงงานในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล รวมถึงแนวทางความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับภาคเอกชนเพื่อรับมือผลกระทบจากโควิด-19 ” นายสรรเสริญกล่าว

 

 

 

นายสรรเสริญ กล่าวว่า ประเด็นจากการประชุมในครั้งนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกและลดอุปสรรคในการประกอบธุรกิจ รักษาความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทาน และส่งเสริมการขยายตัวทางการค้าและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในภูมิภาค โดยเฉพาะในภาวการณ์ระบาดใหญ่ของโควิด-19 รวมทั้งจะสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเป็นดิจิทัล (Digital Transformation) ของอาเซียน ตลอดจนเป็นการส่งสัญญาณที่ดีของอาเซียนต่อประชาคมโลกในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

 

 

ทั้งนี้ การค้าระหว่างไทยกับอาเซียนในเดือนมกราคม-มิถุนายน 2564 มีมูลค่าสูงถึง 54,765.71 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา 15.26% โดยไทยส่งออกไปอาเซียนมูลค่า 31,652.03 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้าจากอาเซียนมูลค่า 23,113.68 ล้านเหรียญสหรัฐ ตลาดส่งออกและแหล่งนำเข้าสำคัญของไทยในอาเซียน ได้แก่ มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง