รีเซต

Samsung เปิดตัว Galaxy S26 Series ชูแนวคิด “Agentic AI Phone” เลขาส่วนตัวอัจฉริยะที่คิดแทนเราได้

Samsung เปิดตัว Galaxy S26 Series ชูแนวคิด “Agentic AI Phone” เลขาส่วนตัวอัจฉริยะที่คิดแทนเราได้
TNN ช่อง16
26 กุมภาพันธ์ 2569 ( 03:33 )
9

สิ้นสุดการรอคอย เมื่อซัมซุง (Samsung) บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ เปิดตัวสมาร์ตโฟน Galaxy S26 Series อย่างเป็นทางการในงาน Galaxy Unpacked เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ครั้งนี้ไม่ได้มาแค่สเปกแรง แต่ยังมาพร้อมคีย์เวิร์ดสำคัญคือการก้าวเข้าสู่ยุค “Agentic AI phone” ที่หลังจากนี้สมาร์ตโฟนจะไม่ได้มีไว้แค่ตอบคำถาม แต่กำลังจะกลายเป็นเลขาส่วนตัวอัจฉริยะในมือคุณ

Agentic AI vs Generative AI: จากผู้ช่วยตอบคำถามสู่ผู้ช่วยลงมือทำแทนคุณ

ในสมาร์ตโฟนของซัมซุงรุ่นก่อนหน้าจะใช้ Generative AI หรือ การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการสร้างสรรค์เนื้อหา ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ รวมไปถึงการตอบคำถามตามที่เราสั่งเพียงอย่างเดียว 

แต่ Agentic AI บนสมาร์ตโฟนของ Galaxy S26 Series คือขั้นกว่า เรียกได้ว่าทำงานเหมือนเลขาส่วนตัวอัจฉริยะ ซึ่งมีทักษะในการวางแผนและตัดสินใจลงมือทำแทนเราได้จริง  เช่น เตรียมแผน นัดหมาย หรือสรุปผลให้อย่างชาญฉลาดตามบริบทการใช้งานผู้ใช้ นอกจากนี้ ยังสามารถทำงานข้ามแอปหลายขั้นตอนได้ด้วยคำสั่งเดียว ซึ่งต่างจากเดิมที่ทำได้เพียงฟีเจอร์ใดฟีเจอร์หนึ่งเท่านั้น

5 ไฮไลต์เด่นของเทคโนโลยี AI ใน Galaxy S26 Series

  1. Agentic Experience: ประสบการณ์การใช้งานที่ AI สามารถจัดการงานที่ซับซ้อนข้ามแอปได้ (Multi-step tasks) เช่น สั่งจองแท็กซี่ผ่าน Gemini AI จะจัดการหาพิกัด ยืนยัน และแจ้งเตือนให้เสร็จสรรพในที่เดียว 

  2. Now Nudge: ฟีเจอร์ที่ทำหน้าที่ตือนเชิงรุกแบบเข้าใจบริบท เช่น ถ้าเพื่อนทักมาขอดูรูปทริปล่าสุด ระบบจะเตรียมรูปในแกลเลอรีไว้ให้คุณส่งได้ทันทีโดยไม่ต้องสลับแอปไปหาเอง 

  3. Customized Chipset: ขุมพลัง Snapdragon 8 Elite Gen 5 (for Galaxy) ที่อัปเกรด NPU แรงขึ้น 39% เพื่อรองรับการประมวลผล Agentic AI ในเครื่องที่ลื่นไหลกว่าเดิม 

  4. Multi-Agent Ecosystem: ผสานการทำงานของ AI แถวหน้าระดับโลกไว้ในเครื่องเดียว ทั้ง Bixby ที่เน้นสั่งงานในตัวเครื่อง Gemini ที่เน้นจัดการงานข้ามแอปและ Google ecosystem รวมถึง Perplexity ที่เน้นการค้นหาข้อมูลแบบเจาะลึก เพื่อการใช้งานที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ได้ครบทุกมิติ

  5. Photo Assist: ฟีเจอร์ AI สำหรับปรับแต่งภาพหลังการถ่ายที่ได้รับการอัปเกรดใหม่ ให้ผู้ใช้แก้ไขภาพได้ด้วยคำสั่งข้อความ เพียงพิมพ์บอกว่าต้องการแก้ไขส่วนใด ระบบสามารถปรับบรรยากาศจากภาพกลางวันเป็นกลางคืน หรือแม้แต่เปลี่ยนชุดที่สวมใส่ในภาพให้ดูแนบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ

งานเปิดตัวของซัมซุงครั้งนี้ กำลังสะท้อนให้เห็นชัดว่าเมื่อ Agentic AI ทำได้มากกว่าการสร้างคำตอบ สมาร์ตโฟนอาจไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์สื่อสารอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะผู้ช่วยอัจฉริยที่เข้าใจ คาดการณ์ และจัดการงานแทนเราในชีวิตประจำวัน

อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญที่ตามมาคือ เราพร้อมแค่ไหนที่จะมอบความไว้วางใจให้ AI เป็นผู้ตัดสินใจจองนัดหมาย จัดการข้อมูลส่วนตัว หรือแม้แต่ทำธุรกรรมแทนเราในอนาคต

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง