TrueID

TOGปั้มยอดสหรัฐ-ยุโรป โค้งท้ายแววผลงานนิวไฮ

TOGปั้มยอดสหรัฐ-ยุโรป โค้งท้ายแววผลงานนิวไฮ
ทันหุ้น
3 ธันวาคม 2564 ( 19:25 )
75
TOGปั้มยอดสหรัฐ-ยุโรป โค้งท้ายแววผลงานนิวไฮ

 

ทันหุ้น - TOG ออเดอร์ไหลเข้าทะลัก หลังขยายตลาดใหญ่สหรัฐฯ-ยุโรป การตอบรับดี หนุนยอดขายปี 65 เติบโตไม่ต่ำกว่า 15-20% พร้อมเดินหน้าเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์เลนส์สายตาใหม่ หวังสร้างมูลค่าเพิ่ม ไม่หวั่นโควิด-19 เชื่อหลายประเทศรับมือได้ มั่นใจรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้น-อัตรากำไรสุทธิยืนเหนือ 31%และ7-8% ได้ไม่ยาก ส่งซิกผลงานโค้งสุดท้ายปีนี้ทำนิวไฮ

 

นายธรณ์ ประจักษ์ธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TOG เปิดเผยว่า จากการเข้าไปขยายตลาด รวมไปถึงการออกบูธในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะในตลาดใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา และยุโรป ถือว่ากระแสตอบรับค่อนข้างดี ทำให้บริษัทได้รับออเดอร์จากลูกค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง สะท้อนต่อยอดขายของทั้ง 2 ตลาดหลักดังกล่าวที่มีการขยายตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดว่าในปี 2565 จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าโควิด-19 จะยังมีความไม่แน่นอน แต่มองว่าตลาดใหญ่ยังสามารถรับมือได้ดีและปรับตัวตามสถานการณ์ได้

 

ออเดอร์ล้น

โดย TOG Europe บริษัทย่อยที่เข้าไปดำเนินกิจการศูนย์กระจาย และคลังสินค้า (Warehouse) ในยุโรปนั้น ยังมีแนวโน้มการฟื้นตัวที่ค่อนข้างดีกว่าเมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน รวมถึงเทียบจากไตรมาสก่อนหน้าด้วย เนื่องจากการปรับกลยุทธ์ใหม่ในตลาดยุโรปทำให้บริษัทได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้าทั้งรายเดิม และรายใหม่เข้ามาเพิ่มขึ้น แม้ว่ามูลค่าของคำสั่งซื้ออาจไม่สูงมากนัก แต่ได้ความถี่ของคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งมีแนวโน้มว่าเลนส์สายตาเฉพาะบุคคล (Rx) ที่มีมาร์จิ้นสูง จะได้รับความสนใจในตลาดดังกล่าวมากขึ้นอีกด้วย

 

ส่วนยอดขาย TOG USA ในปี 2564 นี้ คาดจะเห็นการเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก จากปีก่อนที่ทำได้ราว 10 ล้านเหรียญฯ และคาดว่าสัดส่วนยอดขายตลาดสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นมาเป็นไม่น้อยกว่า 12-15% ของรายได้รวม โดยแผนการขยายตลาดในสหรัฐฯ ในปี 2565 บริษัทมองการเจาะตลาดในรัฐอื่นๆ มากขึ้น ทั้งฝั่งอเมริกาตอนเหนือและอเมริกาตอนใต้ เพราะมองว่าเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ มีกำลังซื้อ และมีความต้องการใช้งานเลนส์ที่มีความหลากหลาย ดังนั้นบริษัทเตรียมนำผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มเลนส์สายตาพลาสติกมูลค่าเพิ่ม (Value-added Lenses) ไปจำหน่ายอีกด้วย

 

ขณะเดียวกันบริษัทยังคงมีความสนใจในและยังมองหาโอกาสขยายตลาดในโซนเอเชียและเอเชีย-แปซิฟิก อย่างต่อเนื่อง โดยมองว่าในปี 2565 ภาพรวมเศรษฐกิจมีการฟื้นตัวดี  ดูจากกิจกรรมการค้าที่กลับมาดำเนินการได้ใกล้เคียงปกติในปัจจุบัน โดยบริษัทจะเน้นไปที่การขยายในตลาดใหม่ๆ อย่างประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อินเดีย และจีน ส่วนตลาดตะวันออกกลาง และแอฟริกา ก็มีความน่าสนใจเช่นกัน แต่คงต้องใช้ระยะเวลาในการศึกษา อย่างไรก็ดี จากปัจจัยข้างต้นทำให้การคาดการณ์คร่าวๆ ถึงผลการดำเนินงานในปี 2565 มีโอกาสเติบโตแตะที่ระดับมากกว่า 15-20%

 

โค้งสุดท้ายพีค

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2564 คาดว่าจะมีทิศทางการเติบโตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 573 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 51 ล้านบาท จากคำสั่งซื้อที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อในโซนเอเชียแปซิฟิก นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะทยอยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มเลนส์สายตาพลาสติกมูลค่าเพิ่ม (Value-added Lenses) เช่น เลนส์พลาสติกสำเร็จรูป 1.60 และเลนส์กันแดดโพลาไรซ์เพื่อจัดจำหน่ายในภูมิภาคอเมริกา ยุโรป เอเชีย ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ในช่วงปลายปี 2564 นี้เพิ่มเติม

 

อย่างไรก็ตาม บริษัทมั่นใจวางผลการดำเนินงานในปี 2564 จะมีการเติบโตที่อาจสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 8-10% จากปี 2563 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,849.32 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 68.78 ล้านบาท โดยผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้บริษัทสามารถสร้างรายได้แล้วที่ 1,726.96 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 233.88 ล้านบาท โดยเฉพาะในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ที่อาจทำนิวไฮได้ ทั้งนี้ บริษัทจะยังคงความสามารถในการรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิในปี 2564 และ 2565 ให้อยู่ในระดับที่ไม่ต่ำกว่า 30-31%และ 7-8%

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง