รีเซต

ครบ 1 เดือน “สงครามอิหร่าน” สัญญาณก่อสงครามโลกครั้งที่ 3 หรือชนวนสงครามพลังงาน ?

ครบ 1 เดือน “สงครามอิหร่าน” สัญญาณก่อสงครามโลกครั้งที่ 3 หรือชนวนสงครามพลังงาน ?
TNN ช่อง16
28 มีนาคม 2569 ( 17:31 )
13

1 เดือนหลังสงครามอิหร่าน สิ่งที่โลกเห็น อาจไม่ใช่แค่ซากปรักหักพัง แต่คือ ราคาน้ำมัน และราคาพลังงานที่พุ่งทะยาน 


ท่ามกลางความขัดแย้งในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมาคำว่า “สงครามโลกครั้งที่ 3” ถูกหยิบยกขึ้นมาใช้อธิบายสถานการณ์บ่อยขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อวิกฤตในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง


คำถามสำคัญคือ เราเข้าสู่ช่วงนั้นแล้วหรือยัง ถ้าใช่ ทำไมสงครามครั้งนี้ จึงไม่ได้มีภาพของกองทัพเคลื่อนพลแบบสงครามโลกครั้งก่อน แต่กลับปรากฏในรูปแบบการรบกันด้วยพลังงาน หรือ แท้จริงแล้ว นี่อาจเป็นรูปโฉมใหม่ของสงครามโลกในศตวรรษที่ 21


สัญญาณสงครามโลกครั้งที่ 3 กำลังก่อตัว ?


ตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครน, อิสราเอล-ฮามาส จนกระทั่งล่าสุด คือ สหรัฐฯ-อิหร่าน แรงกระตุ้นของความขัดแย้งเหล่านี้ ทำให้เราอดที่จะนึกถึงคำว่า “สงครามโลกครั้งที่ 3” ไม่ได้ 


เจฟฟรีย์ แซกส์ ผู้อำนวยการศูนย์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ The Greater Eurasia ว่า ปัจจุบันโลกอาจกำลังก้าวเข้าสู่ “สงครามโลกครั้งที่ 3” ในระยะเริ่มต้น 


เนื่องจากความขัดแย้งได้กระจายตัวไปหลายภูมิภาค สิ่งที่เกิดขึ้นจึงอาจไม่ใช่สงครามเพียงจุดเดียว แต่เป็นสัญญาณของความขัดแย้งที่กำลังก่อตัวในระดับโลก


เมื่อย้อนดูผลสำรวจจาก Atlantic Council ในปี 2025 จะพบว่า 40% ของผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายและความมั่นคงระดับโลก คาดว่า โลกจะเผชิญสงครามโลกในอีก 10 ปีข้างหน้า 


ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่า มีโอกาส 20-30% ที่จะเกิดสงครามระดับโลก และเตือนว่า โลกอาจกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาอันตรายสูงสุดในอีก 1–3 ปีข้างหน้า 


นอกจากนี้ 48% เชื่อว่า สงครามโลกครั้งต่อไป จะมีอาวุธนิวเคลียร์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย


แล้วโลกเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 3 หรือยัง ?


กลับมาตอบคำถามที่เราสงสัยกันว่า ตอนนี้ โลกเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 3 แล้วหรือยัง ? ก็ต้องบอกตรง ๆ ว่า “ยัง” เพราะว่า การที่โลกจะประกาศว่า นี่คือ สงครามโลกครั้งที่ 3 ต้องประกอบด้วยปัจจัยหลายด้าน


บทความ The Irresistible Urge to Invoke World War III  จาก Foreign Policy ระบุว่า ก่อนที่จะเรียกสิ่งใดสิ่งหนึ่งว่า เป็นสงครามโลกได้นั้น จะต้องมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่เข้มงวด 4 ประการ ดังนี้ 


  1. มหาอำนาจทั้งหมด หรือส่วนใหญ่ ต่างต่อสู้กันโดยตรง ไม่ใช่สงครามแบบตัวแทน หรือ Proxy War ยกตัวอย่างเช่น สหรัฐฯ, จีน, หรือ รัสเซีย ส่งทหารเผชิญหน้ากันโดยตรง

  2. การสู้รบต้องเกิดขึ้นในหลายทวีป ไม่ใช่แค่ภูมิภาคเดียว

  3. ต้องเป็นสงครามแบบเบ็ดเสร็จ ประเทศต่าง ๆ ต้องทุ่มสุดตัว ทั้งกำลังทหาร หรือมาตรการเศรษฐกิจ เพื่อบรรลุเป้าหมาย

  4. ต้องเป็นสงครามที่เปลี่ยนแปลงระเบียบโลกทั้งหมด หลังสงครามดุลอำนาจระหว่างมหาอำนาจต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง สถาบันใหม่ ๆ ก่อตัวขึ้น จักรวรรดิเก่าล่มสลาย เป็นต้น 

ไม่ใช่สงครามโลก แต่คือ “สงครามพลังงาน”


สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในตอนนี้ อาจไม่ใช่คำว่า “สงครามโลก” เพราะแม้ความขัดแย้งยังอยู่ในระดับภูมิภาค แต่ผลกระทบได้ลามไปทั่วโลก โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ


ผู้คนทั่วโลก รวมถึงคนไทย กำลังเผชิญกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูง และอาจส่งต่อไปยังราคาสินค้าอื่น ๆ ในอนาคต จนหลายฝ่ายต่างตั้งคำถามว่า หรือนี่จะไม่ใช่สงครามโลก แต่เป็น “สงครามพลังงาน” แทน


จากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อตอบโต้สหรัฐฯ หลังเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกก็พุ่งทะยานเกือบ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลแล้ว จากเดิมก่อนสงครามที่เคยอยู่เพียงประมาณ 67-68 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ถือว่า เป็นการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะเวลาสั้น ๆ


และถ้าหากสงครามยืดเยื้อต่อไป นักวิเคราะห์ประเมินว่า ราคาน้ำมันอาจพุ่งแตะถึง 150 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลได้ และอาจก่อให้เกิดวิกฤตแบบเดียวกันที่เกิดขึ้นในวิกฤตน้ำมัน ยุค 1970 คือ อัตราเงินเฟ้อสูง และเศรษฐกิจเติบโตช้า จนเกิดภาวะชะงักงัน 


เมื่อน้ำมันเป็นหัวใจของเศรษฐกิจโลก ผลกระทบจึงลุกลามเป็นโดมิโน แม้สงครามจะอยู่ไกล แต่ค่าครองชีพที่พุ่งขึ้น กำลังกระทบชีวิตผู้คนทั่วโลก รวมถึงไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สะท้อนออกมาผ่านภาพผู้คนแห่ต่อแถวเติมน้ำมันจนหมดปั๊ม


“การป้องกันแบบโมเสก” กลยุทธ์สู้ศึกอิหร่าน แม้สูญสิ้นผู้นำก็รบต่อไป


มาถึงตรงนี้แล้ว เราจะเห็นได้ว่า แม้กำลังทหารของอิหร่าน อาจจะยังไม่เทียบเท่าสหรัฐฯ แต่สิ่งที่อิหร่านกำลังสู้อยู่ตอนนี้ คือ การวางแผนยุทธศาสตร์เกมยาวกับมหาอำนาจ แม้ผู้นำคนสำคัญอิหร่านจะถูกสังหาร แต่พวกเขาก็ยังเดินหน้าสู้ต่อไปกันได้


อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เผยว่า อิหร่านใช้เวลามากกว่า 20 ปี ในการศึกษาว่า สหรัฐฯ ทำสงครามอย่างไร เพื่อสร้างระบบที่สามารถสู้ต่อได้ แม้กรุงเตหะรานจะถูกทิ้งระเบิด 


แก่นแนวคิดนี้ ถูกเรียกว่า “การป้องกันแบบโมเสก” (Mosaic Defence) ที่กองทัพอิหร่านไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อสงครามระยะสั้น แต่ถูกออกแบบมา เพื่อสงครามระยะยาว 


พูดง่าย ๆ คือ ต่อให้ผู้นำคนสำคัญถูกสังหาร อิหร่านก็ยังเดินหน้าทำสงครามกับสหรัฐฯ ได้อยู่ดี เพราะระบบนี้ ไม่ได้รวมอำนาจไว้ที่ศูนย์กลาง แต่กระจายโครงสร้างการป้องกันออกเป็นหลายชั้น หลายพื้นที่ ทำงานกันเป็นเครือข่าย


หากจุดหนึ่งถูกโจมตี จุดอื่นก็ยังทำงานต่อไปได้ ทำให้ระบบบัญชาการอิหร่านถูกทำลายได้ยาก 


ระบบนี้ พัฒนาโดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน หรือ IRGC ซึ่งศึกษาบทเรียนจากสงครามอิรัก และสงครามอัฟกานิสถาน ที่สหรัฐฯ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง


สถานการณ์สงครามอิหร่านจะเป็นอย่างไรต่อจากนี้ ?


บทวิเคราะห์ The War in Iran and the Strait of Hormuz: Six Scenarios and How They Will Shape the Global Economy จาก The Common Sense ชี้ให้เห็นว่า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านกำลังเดินทางอยู่บนเส้นด้ายอยู่ระหว่าง การคุมเกม” กับ “การปล่อยให้ลุกลาม” 


ฉากทัศน์ที่เบาที่สุด สหรัฐฯ อาจเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซได้ หรืออิหร่านเลือกผ่อนเกมเพื่อคลายแรงกดดันเศรษฐกิจโลก ทำให้ราคาน้ำมันเริ่มนิ่งและตลาดกลับมาหายใจได้ แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการลดแรงปะทะ ไม่ใช่การยุติความขัดแย้ง 


ส่วนอีกทางเลือกที่เป็นไปได้ คือการถอยคนละก้าว ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ ลดบทบาทเพื่อพยุงเศรษฐกิจ หรือการปรับท่าทีของอิหร่านที่เปิดช่องเจรจา ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อ แต่ก็แลกมาด้วยภาพของอิหร่านที่มีอำนาจต่อรองสูงขึ้น และความเสี่ยงต่อเสถียรภาพภายในประเทศ


ส่วนในระยะยาว โลกอาจเลือก “หนีเกม” ด้วยการลดการพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซ สร้างเส้นทางพลังงานใหม่ เพื่อตัดอำนาจต่อรองของอิหร่าน แม้ต้องใช้เวลาและเงินลงทุนมหาศาล 


อย่างไรก็ตาม ฉากทัศน์ที่น่ากังวลที่สุดยังคงเป็นการลุกลามสู่สงครามระดับภูมิภาค ที่ดึงหลายประเทศเข้าสู่ความขัดแย้ง และกระแทกเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง 


ท้ายที่สุด ตามมุมมองของ The Common Sense เกมนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของใคร “ชนะ” แต่คือการวัดว่าโลกจะประคองสถานการณ์ให้อยู่ในจุดที่ควบคุมได้ หรือปล่อยให้ความตึงเครียดไหลไปสู่จุดที่ไม่มีใครหยุดมันได้ทัน


แล้วทีนี้ สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน จะเป็นอย่างไรต่อจากนี้ โลกจะกลับมาสู่ความสงบอีกครั้ง หรือจะขยายวงกว้างเป็นสงครามโลกตามที่พวกเรากลัวจริง ๆ


แหล่งข้อมูลอ้างอิง: 


https://www.csis.org/analysis/what-does-iran-war-mean-global-energy-markets

https://www.aljazeera.com/features/2026/3/10/the-fourth-successor-how-iran-planned-to-fight-a-long-war-with-the-us-and-israel

https://www.thecommonsense.co.za/Global/the-war-in-iran-and-the-strait-of-hormuz-six-scenarios-and-how-they-will-shape-the-global

https://www.atlanticcouncil.org/content-series/atlantic-council-strategy-paper-series/welcome-to-2035/

https://foreignpolicy.com/2026/03/12/world-war-iii-3-middle-east-iran-nuclear-russia-ukraine-china-history-geopolitics/

https://youtu.be/DeRETBWnNWA

ข่าวที่เกี่ยวข้อง