ทำความเข้าใจใหม่ เก็บภาษีย้อนหลังจริงไหม? ปลัดคลังเคลียร์ชัดปมลดหย่อนภาษีพ่อแม่

กระทรวงการคลังยืนยันเดินหน้าคัดกรองผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมชี้แจงว่าไม่มีนโยบายตรวจสอบภาษีย้อนหลังตามที่สังคมกังวล ขณะเดียวกันรัฐบาลอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ โดยอาจนำโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” มาใช้รองรับในอนาคต
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังไม่ได้มีแนวคิดหรือคำสั่งให้ตรวจสอบภาษีย้อนหลัง กรณีผู้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากการอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา โดยยืนยันว่าหลักเกณฑ์การคัดกรองผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่มีความชัดเจนอยู่แล้ว และจะดำเนินการตามแนวทางที่กำหนดต่อไป
สำหรับการคัดกรองรอบใหม่นี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้ความช่วยเหลือไปถึงประชาชนที่มีความจำเป็นมากที่สุด โดยยึดหลักว่าผู้ได้รับสิทธิควรเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ขาดผู้ดูแลอย่างแท้จริง ขณะที่ประชาชนกลุ่มอื่นซึ่งยังมีความจำเป็นแต่ไม่อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว รัฐบาลจะพิจารณามาตรการช่วยเหลือในรูปแบบอื่นเพิ่มเติม
ในส่วนข้อมูลการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีบิดามารดา กระทรวงการคลังได้ขอให้กรมสรรพากรรวบรวมข้อมูลผู้ใช้สิทธิลดหย่อนจากผู้ยื่นแบบภาษีทั้งหมดประมาณ 11 ล้านราย เพื่อนำมาตรวจสอบความสอดคล้องกับฐานข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเท่านั้น ไม่ใช่การตรวจสอบภาษีย้อนหลังแต่อย่างใด โดยคาดว่าผู้ที่อาจได้รับผลกระทบจากเกณฑ์ดังกล่าวมีจำนวนไม่มาก
นายลวรณ ระบุว่า เกณฑ์ที่คาดว่าจะส่งผลต่อผู้ลงทะเบียนมากที่สุดคือเรื่องภาระหนี้สิน เนื่องจากมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับเครดิตบูโร ซึ่งผู้ที่มีหนี้ในระบบเกิน 100,000 บาท อาจถูกพิจารณาว่ามีศักยภาพในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบการเงินอยู่แล้ว
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังให้ความสำคัญกับการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอย่างถูกต้อง โดยหากมีการใช้สิทธิอุปการะบิดามารดา ผู้ใช้สิทธิควรมีการดูแลตามข้อเท็จจริง เพราะการยื่นภาษีเป็นการรับรองข้อมูลด้วยตนเอง หากข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริงอาจส่งผลต่อการใช้สิทธิในปีภาษีถัดไป
ปลัดกระทรวงการคลังกล่าวว่า เมื่อมีการประกาศผลคัดกรอง ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์จะสามารถทราบเหตุผลได้ทันทีว่าไม่ผ่านในเงื่อนไขใด เพื่อเปิดโอกาสให้ยื่นอุทธรณ์ได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรม
สำหรับกรณีผู้สูงอายุหรือกลุ่มเปราะบางที่อาจตกหล่นจากระบบ กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานในพื้นที่จะร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงและนำเข้าสู่กระบวนการคัดกรองเพิ่มเติม โดยขณะนี้มีรายชื่อกลุ่มเปราะบางที่เตรียมเข้าสู่การพิจารณาประมาณ 1 ล้านราย
นายลวรณ ยังเปิดเผยว่า ปัจจุบันรัฐบาลใช้งบประมาณดูแลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเฉลี่ยเดือนละ 4,700 ล้านบาท และคาดว่าหลังการคัดกรองรอบใหม่งบประมาณอาจลดลง เนื่องจากระบบจะมุ่งช่วยเหลือผู้ที่มีความจำเป็นอย่างตรงจุดมากขึ้น
ขณะเดียวกัน รัฐบาลอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการรองรับผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เป็นหนึ่งในแนวทางที่กำลังศึกษา เนื่องจากยังมีสิทธิรองรับได้อีกประมาณ 4 ล้านสิทธิ ทั้งนี้ต้องรอการพิจารณาและอนุมัติอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลต่อไป
นายลวรณ ย้ำว่า การปรับเกณฑ์ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้การใช้งบประมาณภาครัฐเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และส่งความช่วยเหลือไปถึงผู้ที่มีความจำเป็นอย่างแท้จริง โดยอาศัยการเชื่อมโยงฐานข้อมูลภาครัฐที่มีความครบถ้วนมากขึ้นในการพิจารณาสิทธิของประชาชน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
