เช็กเลย! คลัง เคาะ 9.5 ล้านราย ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ เปิดทบทวนสิทธิ 17-31 ก.ค.

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ได้พิจารณาตัวเลขผู้ที่จะได้รับสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569
ผู้ผ่านเกณฑ์ 9.51 ล้านคน จากจำนวนผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 18.82 ล้านคน ประกอบด้วย
กลุ่มผู้ถือบัตรเดิม มีการลงทะเบียนยืนยันสิทธิ 12.70 ล้านคน จากทั้งหมด 13.18 ล้านคน
กลุ่มที่อยู่ในบัญชีรายชื่อเดิมของกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงทะเบียนยืนยันสิทธิ 7.4 แสนคน จากทั้งหมด 1.05 ล้านคน
กลุ่มเปราะบางที่ตกหล่น จากการลงพื้นที่สำรวจของกระทรวงมหาดไทย 5.38 ล้านคน
โดยกระทรวงการคลัง จะดำเนินการประกาศผลการคัดกรองในวันที่ 17 ก.ค. 69 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป ผ่านช่องทางหลัก 4 ช่องทาง ได้แก่
เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th (หรือ https://welfare.mof.go.th)
แอปพลิเคชันเป๋าตัง
แอปพลิเคชันทางรัฐ
หน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง (ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคาร ออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย)
ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์เดิม 5.75 ล้านคน และผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ใหม่ จำนวน 3.55 ล้านคน
ในส่วนของคนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ สามารถยื่นขอทบทวนสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 17-31 ก.ค. 69 ผ่านช่องทางที่กำหนดข้างต้น
สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการรายเดิม ที่ไม่ได้มาลงทะเบียนยืนยันสิทธิไม่ต้องกังวล ขณะนี้ สศค. อยู่ระหว่างเร่งเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท พิจารณาแนวทางให้กลุ่มที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมและไม่ได้มาลงทะเบียน หรือที่ลงทะเบียนแต่ไม่ผ่านการคัดกรอง สามารถมารับสิทธิในโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ได้ทันที ซึ่งเตรียมสิทธิรองรับไว้ทั้งสิ้น 6 ล้านสิทธิ โดยต้องมีการยืนยันตัวตนเพื่อขอรับสิทธิ
ส่วนกลุ่มที่อยู่ในบัญชีรายชื่อเดิมของกระทรวงมหาดไทย และ พม. รวมถึงกลุ่มตกหล่น ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การคัดกรอง เบื้องต้น พบว่า ส่วนใหญ่มีการรับสิทธิในโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 อยู่แล้ว และเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน กระทรวงมหาดไทย และ พม. จะเร่งลงไปสำรวจเพื่อจัดเตรียมสวัสดิการในการให้ความช่วยเหลือต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
