รีเซต

BOI เปิดสำนักงานเฉิงตู ซีพีชู 50 ปีบนแผ่นดินจีน ปูทางลงทุนสู่เสฉวน

BOI เปิดสำนักงานเฉิงตู ซีพีชู 50 ปีบนแผ่นดินจีน ปูทางลงทุนสู่เสฉวน
TNN ช่อง16
19 กรกฎาคม 2569 ( 13:57 )
15

สำนักงานส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประจำนครเฉิงตู เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในมณฑลยุทธศาสตร์อันดับ 4 ของจีน โดยศุภชัย เจียรวนนท์ ยกเสฉวน-เฉิงตูเป็น “บ้านหลังแรก” ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมประกาศพร้อมเป็นสะพานเชื่อมนักลงทุนไทยสู่จีน หวังผลสำเร็จมหาศาลในอีก 5-10 ปีข้างหน้า

สำนักงานส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ประจำนครเฉิงตู มณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในพิธีที่จัดขึ้นคู่กับเวที Thailand-China (Sichuan) Investment and Economic Forum 2026 ถือเป็นก้าวสำคัญของไทยในการปักหมุดส่งเสริมการลงทุนในมณฑลยุทธศาสตร์อันดับ 4 ของจีน โดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ขึ้นกล่าววิสัยทัศน์ในโอกาสนี้ ย้อนเล่าเส้นทางเกือบ 50 ปีของเครือเจริญโภคภัณฑ์ในจีน ตั้งแต่วันที่ยังเป็นบริษัทขายเมล็ดพันธุ์ผัก จนก้าวสู่การลงทุนกว่า 1 ล้านล้านบาทใน 30 มณฑลทั่วประเทศ พร้อมชูเสฉวนเป็น “บ้านหลังแรก” และ “ถิ่นกำเนิด” ที่แท้จริงของซีพีในจีน และประกาศพร้อมเป็นสะพานเชื่อมนักลงทุนไทยสู่จีนในทศวรรษหน้า

จากเมล็ดพันธุ์ผัก สู่ 50 ปีบนแผ่นดินจีน

นายศุภชัยระบุว่า นายธนินท์ เจียรวนนท์ หรือชื่อจีน “เซี่ย กั๋วหมิน” และซีพีในประเทศจีนใช้ชื่อ “เจิ้งต้า” หรือ “เจียไต๋” ในภาษาแต้จิ๋ว เป็นชื่อบริษัทที่คุณปู่เคยสร้างเอาไว้ในประเทศไทย ซึ่งก็คือ เจียไต๋จึง เป็นบริษัทขายเมล็ดพันธุ์ผักจากจีน ก่อนขยายสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“ในประสบการณ์ของผมเอง ปี 1979 เป็นปีที่ประเทศจีนเปิด ผมก็ได้ติดตามท่านประธานอาวุโส หรือคุณพ่อ เข้าประเทศจีนตั้งแต่อายุประมาณ 11-12 ขวบ จนกระทั่งถึงปีนี้ผมอายุ 59 ปีแล้ว ผ่านไปเกือบ 50 ปี มันเป็นเรื่องอัศจรรย์จริง ๆ สำหรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในประเทศจีนที่ผมได้เห็นกับตาของผมเองตลอดเกือบ 50 ปีที่ผ่านมา”

เขาเชื่อว่าความเชื่อมโยงระหว่างเสฉวนและเฉิงตู ซึ่งถูกวางตำแหน่งให้เป็นเมืองสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันตกของจีน และมีเส้นทางเชื่อมสู่ลาวและไทย เป็นนิมิตหมายที่ดี ที่จะนำมาซึ่งความสัมพันธ์แน่นแฟ้นทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า และวัฒนธรรม

เสฉวน ถิ่นกำเนิดที่แท้จริงของซีพีในจีน

การกลับมาเสฉวนครั้งนี้ถือเป็นการกลับมาเยือน “บ้านหลังแรก” ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ หลังเศรษฐกิจจีนเปิดตัว ซึ่งช่วงแรกมีเพียงเขตเศรษฐกิจพิเศษเซินเจิ้นเท่านั้นที่เปิดรับการลงทุนต่างชาติ โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้รับเกียรติเป็นนักลงทุนต่างชาติรายแรก ด้วยทะเบียนบริษัทหมายเลข 001

มณฑลที่สองที่เครือเจริญโภคภัณฑ์เข้าไปตั้งบริษัทคือมณฑลเสฉวนแห่งนี้ จึงถือเป็นถิ่นกำเนิดอย่างแท้จริงของเครือฯ ในจีน ก่อนขยายการลงทุนออกไปกว่า 30 มณฑลในเวลาต่อมา

ปัจจุบันเครือเจริญโภคภัณฑ์ลงทุนในจีนไปแล้วกว่า 1 ล้านล้านบาท มีรายได้รวมประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท ครอบคลุมการดำเนินงานใน 30 มณฑล หรือเกือบทุกมณฑลทั่วประเทศ โดยธุรกิจหลักมาจากภาคเกษตร ตั้งแต่ต้นน้ำอย่างอาหารสัตว์ ไปจนถึงปศุสัตว์และผลิตภัณฑ์อาหาร ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์สำคัญของเสฉวนและเฉิงตูเช่นกัน

ปัจจุบันเครือฯ มีพนักงานในจีนถึง 80,000 คน จากที่ในอดีตซีพีเป็นผู้นำเทคโนโลยีเข้าสู่จีน แต่วันนี้กลับกลายเป็นฝ่ายเรียนรู้เทคโนโลยีด้านการเกษตรและอาหารจากจีน เพราะเห็นถึงการพัฒนาที่ก้าวไกลและเป็นผู้นำระดับโลกในหลายด้าน

ขยายธุรกิจ ด้วยหลักการ 3 ประโยชน์ พร้อมเป็นสะพานเชื่อมนักลงทุนไทย-จีน

เครือเจริญโภคภัณฑ์ยังขยายเข้าสู่ธุรกิจหลากหลาย ทั้งค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ ธนาคาร และการลงทุน สะท้อนความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจจีน โดยเฉพาะความไว้วางใจที่ภาครัฐจีนมอบให้เครือฯ มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกให้เห็นถึงธรรมาภิบาลที่พัฒนาอย่างมั่นคงของจีน

“สิ่งที่เราเรียนรู้จากประเทศจีนคือ ไม่ว่าเราจะลงทุนในมณฑลไหนหรือท้องถิ่นไหน เราจะต้องสร้างประโยชน์ต่อประเทศ ต่อประชาชนหรือชุมชนนั้น ๆ ก่อน แล้วจึงเป็นประโยชน์ต่อบริษัทเป็นอันดับที่ 3 ซึ่งคือนโยบายที่เราเรียกว่า inclusiveness สอดคล้องกับนโยบายของจีนเรื่องการเติบโตและแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน”

นายศุภชัยระบุว่า นโยบาย inclusiveness จะช่วยให้นักลงทุนไทยดำเนินกิจการในจีน โดยเฉพาะที่เฉิงตูและเสฉวน ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จ ขณะที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ ด้วยประวัติการลงทุนในจีนที่ยาวนาน พร้อมทำหน้าที่ประสานงานให้ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเข้าสู่ตลาดจีน ทั้งช่วยแนะนำพาร์ทเนอร์และประสานงานในด้านต่าง ๆ

เปิดสำนักงาน BOI เฉิงตู ความหวังความสำเร็จใน 5-10 ปีข้างหน้า

มณฑลเสฉวนวางยุทธศาสตร์ด้าน AI เทคโนโลยี โลจิสติกส์ นวัตกรรมทางอาหาร และการท่องเที่ยว ซึ่งสอดคล้องกับจุดแข็งของไทยอย่างยิ่ง เครือเจริญโภคภัณฑ์มองว่าไทยสามารถเรียนรู้และนำจุดแข็งเหล่านี้มาปรับใช้ได้ ขณะเดียวกันไทยเองก็มีจุดแข็งด้านเกษตร อาหาร และการท่องเที่ยว รวมถึงตำแหน่งทางภูมิยุทธศาสตร์ในฐานะประตูสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นายศุภชัยยังได้กล่าวขอบคุณ BOI ที่เดินทางมาเปิดสำนักงานส่งเสริมการลงทุนในเฉิงตู ซึ่งเป็นมณฑลยุทธศาสตร์อันดับ 4 ของจีน พร้อมเชื่อมั่นว่าการเดินทางครั้งนี้จะนำมาซึ่งความสำเร็จมหาศาลในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ทั้งต่อไทยและจีน โดยอาศัยจุดแข็งของทั้งสองฝ่าย ทั้งไทยและมณฑลเสฉวน เพื่อก้าวไปสู่ความก้าวหน้าอย่างยั่งยืนร่วมกัน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง