รีเซต

"พายุทอร์นาโดจักรวาล" สุดตื่นตาผลงานกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ (James Webb Space Telescope)

"พายุทอร์นาโดจักรวาล" สุดตื่นตาผลงานกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ (James Webb Space Telescope)
TNN ช่อง16
25 มีนาคม 2568 ( 11:57 )
7

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือ นาซา (NASA) เปิดเผยภาพถ่ายอันน่าทึ่งจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ (James Webb Space Telescope - JWST) เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2025 ซึ่งบันทึกภาพของวัตถุเฮอร์บิก-ฮาโร 49/50 (Herbig-Haro 49/50 - HH 49/50) หรือกลุ่มก๊าซและฝุ่นที่สว่างจ้า เกิดจากลำเจ็ต หรือกระแสของก๊าซหรือพลาสมาความเร็วสูงแตกตัวออกของก๊าซความเร็วสูง ที่พุ่งออกมาจากดาวฤกษ์อายุน้อยบริเวณกลุ่มเมฆคามาเลียน I (Chamaeleon I) อยู่ห่างจากโลกประมาณ 550 ปีแสง

ภาพดังกล่าวเผยให้เห็นกลุ่มก๊าซและฝุ่น มองเห็นคล้ายกระแสหมุนวนคล้าย "พายุทอร์นาโดจักรวาล" โดยมีลักษณะซับซ้อนเรืองแสงเป็นสีส้มอมแดง สะท้อนการปล่อยพลังงานมหาศาลจากดาวฤกษ์เกิดใหม่ ก่อให้เกิดคลื่นกระแทกที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบอย่างน่าตื่นตะลึง

สิ่งที่ทำให้ภาพนี้งดงามยิ่งขึ้น คือ ความบังเอิญทางดาราศาสตร์ที่กลุ่มก๊าซและฝุ่นของวัตถุเฮอร์บิก-ฮาโร 49/50 เรียงตัวซ้อนทับกับดาราจักรก้นหอยในฉากหลังอย่างลงตัว แม้ว่าวัตถุทั้งสองจะอยู่ห่างกันคนละระดับจักรวาลก็ตาม โดยวัตถุเฮอร์บิก-ฮาโร 49/50 ตั้งอยู่ภายในทางช้างเผือก ขณะที่ดาราจักรก้นหอยดังกล่าวอยู่ห่างออกไปในอวกาศห้วงลึก

วัตถุเฮอร์บิก-ฮาโร (Herbig-Haro Objects) เป็นกลุ่มก๊าซและฝุ่นเรืองแสง เกิดจากเจ็ตพลังงานสูงของดาวฤกษ์อายุน้อยพุ่งชนกับก๊าซและฝุ่นโดยรอบ ด้วยความเร็วระหว่าง 100 ถึง 300 กิโลเมตรต่อวินาที ประมาณ 60 ถึง 190 ไมล์ต่อวินาที จนเกิดเป็นลวดลายพลวัตที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

นักดาราศาสตร์เชื่อว่าแหล่งกำเนิดของกลุ่มก๊าซและฝุ่น HH 49/50 น่าจะมาจากดาวฤกษ์อายุน้อยชื่อ ซีเดอร์บลาด 110 ไออาร์เอส 4 (Cederblad 110 IRS4 - CED 110 IRS4) ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 1.5 ปีแสง ดาวดวงนี้มีอายุเพียงหลักหมื่นถึงล้านปี ตามมาตรฐานดาราศาสตร์ และยังคงเติบโตต่อเนื่องโดยดึงสสารจากจานก๊าซและฝุ่นรอบตัว เมื่อบางส่วนของก๊าซถูกส่งผ่านเส้นสนามแม่เหล็กของดาว ก็จะพุ่งออกมาเป็นเจ็ตความเร็วสูง ก่อให้เกิดเฮอร์บิก-ฮาโร หรือคลื่นกระแทกเรืองแสงดังกล่าว

กล้องเจมส์ เวบบ์ ใช้เครื่องมือ NIRCam และ Mid-Infrared Instrument (MIRI) ตรวจจับโมเลกุลไฮโดรเจนและคาร์บอนมอนอกไซด์ที่เรืองแสงในภาพสีส้มและสีแดง แสดงให้เห็นกระบวนการกำเนิดดาวที่เต็มไปด้วยพลังงานและความซับซ้อน

ภาพล่าสุดนี้ยังเผยให้เห็นเส้นทางของเจ็ต (Jets) หรือกระแสของก๊าซหรือพลาสมาความเร็วสูงแตกตัวออก กลับไปยังต้นกำเนิดอย่างชัดเจน โดยปรากฏเป็นส่วนโค้งของก๊าซเรืองแสง อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์พบความผิดปกติบางจุด เช่น บริเวณด้านบนของกลุ่มก๊าซและฝุ่นอาจเป็นกระแสที่ซ้อนทับกันโดยบังเอิญ หรืออาจเกิดจากเจ็ตซึ่งเป็นผลจากการเคลื่อนที่ของดาวฤกษ์ที่เรียกว่า "การเคลื่อนตัวแบบเอียง" (Precession) หรือ การเปลี่ยนทิศของแกนหมุนหรือแกนพ่นเจ็ตของดาวฤกษ์

ทีมงานเจมส์ เวบบ์ ระบุในแถลงการณ์ว่า "การได้จับภาพวัตถุทั้งสองที่ไม่เกี่ยวข้องกันนี้ในตำแหน่งที่โชคดี" และคาดว่าภายในเวลาไม่กี่พันปีข้างหน้าขอบของวัตถุเฮอร์บิก-ฮาโร 49/50 จะขยายออกไปและอาจบดบังดาราจักรเบื้องหลังอย่างสิ้นเชิง

ภาพ "พายุทอร์นาโดจักรวาล" นี้นับเป็นอีกหนึ่งผลงานทรงคุณค่าที่ตอกย้ำศักยภาพของกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ ในการเปิดเผยความลับของการกำเนิดดาวและโครงสร้างอันงดงามในจักรวาล

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง