แก๊งสแกมเมอร์ยังไม่ตาย ระบาดหนักกว่าเดิม เครือข่าย 300,000 คน

แม้ช่วงนี้ข่าวคราวของแก๊งสแกมเมอร์จะเริ่มเงียบหายไป แต่ไม่ได้แปลว่าแก๊งสแกมเมอร์ถูกกวาดล้างไปหมดแล้ว ตรงกันข้าม แก๊งสแกมเมอร์ยังคงล่อลวงคนให้มาทำงานหลอกลวงเงินจากผู้คนอย่างต่อเนื่อง
องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน หรือ IOM ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การดูแลของสหประชาชาติ เปิดเผยว่าจำนวนเหยื่อที่ถูกล่อลวงให้ไปทำงานให้กับแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งส่วนใหญ่มีฐานที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ แม้จะมีความพยายามปราบปรามอย่างหนัก โดยเอมี่ โป๊ป ผู้อำนวยการของ IOM บอกว่าจากการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด คาดว่ามีคนประมาณ 300,000 คนจากทั่วโลก ที่ถูกหลอกให้เข้ามาทำงานเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ ที่มีฐานปฏิบัติการกระจายอยู่ในประเทศเมียนมา ลาว และกัมพูชา
โป๊ปอธิบายว่าเหยื่อที่ถูกหลอกให้มาทำงานในแก๊งสแกมเมอร์ ส่วนใหญ่มาจากประเทศบังกลาเทศ อินเดีย อินโดนีเซีย ศรีลังกา เอธิโอเปีย และเคนยา ซึ่งพวกเขาถูกหลอกว่าจะได้มาทำงานสุจริตในต่างประเทศที่รายได้ดี ผ่านโฆษณาปลอม ๆ ที่เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย โดยผู้จ้างงานจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าที่พัก และค่าอาหารให้ทั้งหมด จนทำให้มีคนหลงเชื่อจำนวนมาก แต่เมื่อเดินทางมาถึงประเทศปลายทางแล้ว กลับถูกยึดหนังสือเดินทางและเอกสารระบุตัวตนทั้งหมด เพื่อป้องกันการหลบหนี ก่อนที่จะถูกบังคับให้เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายหลอกลวงเงินผ่านช่องทางทางออนไลน์ หากใครไม่ยินยอม จะถูกทำร้ายร่างกาย ทรมาน และล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งมีคนที่ตกเป็นเหยื่อถูกหลอกเงินจำนวนมหาศาลในหลายประเทศทั่วโลก
แม้ฐานปฏิบัติการของแก๊งสแกมเมอร์เหล่านี้จะอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่เหยื่อที่ถูกหลอกให้มาทำงานมีจากหลายประเทศทั่วโลก ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารที่ก้าวหน้า ทำให้ไม่มีที่ไหนในโลกปลอดภัยจากแก๊งสแกมเมอร์ ไม่ว่าจะถูกหลอกให้มาทำงาน หรือถูกหลอกให้โอนเงิน
แถลงการณ์ของ IOM เรียกร้องให้มีการช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกหลอก ด้วยการส่งตัวคืนกลับประเทศอย่างปลอดภัย และสามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้เหมือนเดิม รวมทั้ง ต้องเพิ่มการรณรงค์และให้ความรู้เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครถูกหลอกเพิ่มเติม
สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNODC ประเมินว่าในปีที่ผ่านมา แก๊งสแกมเมอร์ ได้หลอกลวงเงินเหยื่อในประเทศแถบเอเชียตะวันออก ออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์ คิดเป็นเงินมูลค่ารวมกว่า 114,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 3.7 ล้านล้านบาท ผ่านการหลอกลวงหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการหลอกให้รัก การหลอกให้ลงทุน หรือการปลอมเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งในช่วงหลัง ๆ มีการนำเทคโนโลยีเอไอเข้ามาใช้ เพื่อปลอมแปลงหน้าและเสียงให้หลอกลวงเหยื่อได้ง่ายมากขึ้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
